"เอาเหล้าที่แรงที่สุดมาให้ฉัน!" มาม่ามิวเอาเงินหยวนปึกหนึ่งวางลงบนเคาน์เตอร์ที่บาร์อย่างกล้าหาญ ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังเสียใจ "พี่ไม่ได้ขาดเงินนะ มีเท่าไหร่เอามาเท่านั้น!"
บริกรตรงเคาน์เตอร์บาร์มองเด็กผู้หญิงที่ดูอ้อนแอ้นน่ารักๆตรงหน้า บรรลุนิติภาวะหรือเปล่าก็ยังไม่ว่าเลย นี่ยังจะเรียกตัวเองว่าพี่ ช่างตลกเสียจริงๆ
"มองอะไร! วันนี้ฉันบรรลุนิติภาวะแล้ว!" มาม่ามิวยื่นบัตรประชาชนของตัวเองออกมาแกว่งไปมา "รีบไปเอาเหล้ามาให้ฉันสิ!"
วันที่เธออารมณ์แย่มาก ต้องการแอลกอฮอล์มาทำให้ตัวเองเฉยชาไม่มีความรู้สึก
เห็นท่าทางของเธอแล้ว บริกรจึงเพียงทำค็อกเทลระดับกลางให้กับเธอ เด็กผู้หญิงแบบนี้เขาเจอมาเยอะแล้ว คาดว่าจะเสียใจเพราะความรักอีกแล้ว
มาม่ามิวเสียใจเพราะความรักจริงๆ แต่ความจริงแล้วไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คนรอบๆข้างคาดเดากันแบบนั้น...
ของเหลวเผ็ดร้อนรสหวานลงท้องในหัวก็เริ่มรู้สึกมึนขึ้นมา
อดทนกับสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังในสถานที่นี้ ดวงตาคู่นั้นที่สลัวด้วยความเมาของ มาม่ามิวตอนที่เห็นร่างสูงใหญ่อยู่ด้านนอกประตูนั้น ในความหดหู่มีความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมา : มาเร็วจริงๆนี่! เธอก็รู้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่สนใจและทิ้งตัวเองเอาไว้อย่างแน่นอน
คีตะได้รับข่าว และตอนที่ก้าวเข้ามาในบรรยากาศที่เลวร้ายนี้ คิ้วหนาก็อดที่จะขมวดขึ้นมาไม่ได้ ภายใต้แสงไฟหลากหลายสีสันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาที่แสบตา อดทนกับดนตรีร็อคแอนด์โรลที่รบกวน ดวงตาเหยี่ยวที่ดุดันกวาดมองไปรอบๆ
แล้วก็เห็นร่างเล็กๆที่คุ้นเคยของใครคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ได้อย่างง่ายดาย เมาเสียจนคว่ำหน้าลงอยู่บนโต๊ะ รอบๆรายล้อมไปด้วยเด็กวัยรุ่นสองสามคน กำลังลวนลามเธออยู่
เครื่องปรับอากาศรอบๆปล่อยออกมานั้น ขายาวๆของคีตะก็ก้าวเดินเข้าไปยังเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว
สังเกตเห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของคนนั้นแล้ว มุมปากของมาม่ามิวก็โค้งขึ้นด้วยความรู้สึกได้ผล กับการฝืนทนให้พวกไร้รสนิยมพวกนี้มาคุกคาม
"สาวน้อย พวกพี่พาออกไปเที่ยวหน่อยเป็นไง?"
มาม่ามิวสะบัดมือของพวกเด็กหนุ่มที่ยื่นมือมาออกไปอย่างไม่มีแรง พลางเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ : "อย่ามาแตะตัวฉัน! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น"
คำปฏิเสธราวกับเป็นการออดอ้อนระหว่างคู่รัก ทำให้เด็กวัยรุ่นเหล่านั้นที่ตามหาความตื่นเต้นยิ่งรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นไปอีก เสียงผิวปากเบาๆดังต่อเนื่องกันเป็นระลอกๆ
"น้องสาว ไปเที่ยวด้วยกันสิ....อ๊า!"ผู้ชายที่กำลังจะยื่นกรงเล็บความชั่วร้ายออกมาอีกครั้ง ถูกกำปั้นของคนที่มาปัดออกไป
"ใครที่ไหนมาหาเรื่อง! หา... คุณชาย คุณชายคีตะ!"เมื่อเห็นใบหน้าที่ชัดเจนของคนที่มา พวกเด็กหนุ่มที่ล้อมรอบอยู่นั้นก็พากันตกใจเสียจนพูดติดอ่างไปหมด มองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยสีหน้าซีดเผือด
โดยเฉพาะคนที่ลงมือก่อนคนนั้น ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
คีตะปกป้องมาม่ามิวที่เมาเละเป็นโคลนเอาไว้ พลางเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็นเพียงคำเดียว : "ไสหัวไปซะ"น้ำเสียงที่เดซิเบลต่ำแต่กลับเป็นการบีบและการข่มขู่
"ครับครับครับ คุณชายคีตะ พวกเราจะไสหัวไปเดี๋ยวนี้เลย"
เวลานั้น ไม่เพียงแค่พวกเขา ลูกค้าที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์นั้นก็กระจัดกระจายไปหมดเช่นกัน
คิดไม่ถึงว่าคุณชายคีตะที่คนเห็นต่างก็พากันเกิดความกลัวแห่งเมืองเอวาร์นั้นจะปรากฏตัวขึ้นมาในสถานที่ตลาดเมืองแบบนี้
ไม่มีแมลงวันที่น่ารำคาญแล้ว คีตะถึงได้ใช้สายตาที่เย็นชามองไปยังผู้หญิงของตัวเองที่นอนคว่ำอยู่บนโต๊ะอย่างเลือนรางไม่ชัดเจนนัก ยังคงเอ่ยพูดขึ้นนิ่งๆ : "ลูกสาวผู้สูงส่งของตระกูลบาสเตียนไม่มีอนาคตแบบนี้เลยอย่างนั้นหรือ? เพื่อผู้ชายคนที่ไม่ได้ชอบก็ต้องมาดื่มเหล้าเพื่อลืมความทุกข์อยู่นี่?" คำพูดนั้นแฝงไปด้วยความโมโห
คีตะรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ชอบโซเมนเด็กนั่นมาตั้งแต่เด็กแล้ว วันนี้เป็นวันแต่งงานของเขา เธอไม่ได้ไปก่อเรื่องในงานแต่งงานของอีกฝ่าย ก็เป็นการไว้หน้าเพียงพอแล้วเช่นกัน
"เหอๆ คุณอา คุณอาเองหรอคะ?" มาม่ามิวแก้มแดงระเรื่อ เธอลุกขึ้นมานั่ง มองผู้ชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่ชัดเจน เผยรอยยิ้มไร้เดียงสาออกมา ยื่นนิ้วมือหนึ่งออกมาชี้ตัวเอง "ฉัน โตแล้ว เพราะฉะนั้นจะดื่มเหล้าอะไร ไม่ต้องให้พวกอามาสนใจหรอก!"จากนั้นก็โบกมือเล็กๆนั่น "บริกร เอาเหล้ามาให้ฉันอีก! เอาเหล้ามา! คืนนี้ฉันจะกินให้ถึงอกถึงใจไปเลย!"
คีตะขมวดคิ้ว แล้วยื่นมือออกไปจับข้อมือของหญิงสาว แล้วลากเธอเดินไปอย่างไม่ทะนุถนอมอ่อนโยนเลยแม้แต่นิดเดียว