ธีรยานอนอยู่บนเตียงผ่าตัดที่เย็นยะเยือก แสงไฟผ่าตัดที่แยงตาทำให้เธอลืมตาไม่ขึ้น รอบๆข้างเต็มไปด้วยกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อ
"คุณธีรยาคุณไม่ต้องประหม่าครับ อีกเดี๋ยวยาชาก็จะออกฤทธิ์แล้ว ขั้นตอนการถ่ายฝากตัวอ่อนไม่เจ็บครับ"
เธอได้ยินคำพูดของหมอ ก็สูดหายใจเข้าอย่างแรง แต่ร่างกายก็ผ่อนคลายลงไม่ได้ พอคิดว่าอีกเดี๋ยวก็จะมีอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาอยู่ในร่างกายของเธอ เธอก็รู้สึกกลัวจนเหงื่อแตก
ยาชาค่อยๆออกฤทธิ์ ธีรยารู้สึกแค่ว่าตาค่อยๆเริ่มเบลอ แม้แต่โคมไฟผ่าตัดที่แยงตา ในตอนนี้ก็เริ่มดูอ่อนสลัวลง
หางตาของเธอชำเลืองมองไปที่ประตูของห้องผ่าตัดที่ถูกเปิดออก มีนางพยาบาลคนหนึ่งเดินเข้ามา กำลังคุยกับคุณหมอด้วยสีหน้าตึงเครียด จากนั้นหมอก็วางของในมือลง ขมวดคิ้วแล้วออกไปจากห้องผ่าตัดพร้อมกับเหล่านางพยาบาลทันที
ห้องผ่าตัดว่างเปล่า เสียงของเครื่องมืออุปกรณ์กำลังทำงานอยู่ ธีรยาก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอพยายามคิดที่จะลุกขึ้นมาจากเตียงผ่าตัด แต่ในตอนนี้ จู่ๆประตูของห้องผ่าตัดก็เปิดออก
คนที่คุ้นเคยคนหนึ่งเดินเข้ามาจากตรงประตู รูปร่างของเขาสูงใหญ่ เบ้าหน้าหล่อเหลาคมชัด ครึ่งหนึ่งของใบหน้าเผยออกมาภายใต้แสงไฟ สักพักก็ดูแปลกๆขึ้นมาอยู่ไม่น้อย
ธีรยาเงยมอง หลังจากที่มองชัดเจนแล้วก็อึ้งตะลึงอยู่กับที่ สีหน้าซีดขาวทันที
"นิรัช?"
เธอมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พูดขึ้นด้วยความตกใจ"คุณ……คุณโผล่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
ชายคนนั้นยิ้มอย่างเย้ยหยัน ก้มตัวลง ยื่นมือออกมาจับคางของเธอเอาไว้
"คุณนี่ยังโง่เหมือนกับเมื่อก่อนเลยนะ"นิรัชจ้องมองเธอพร้อมกับหัวเราะเบาๆ นิ้วมือบีบคางของเธออย่างแรง"ครรภ์ที่ผมอุส่าจ่ายเงินหามา ตอนนี้เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดแล้ว ผมก็ควรจะมาดูสักหน่อยสิ"
ธีรยาสีหน้าซีดขาวขึ้นมาไม่น้อย สายตาเหลือบมองขึ้นอย่างสั่นไม่นิ่ง สบตากับนิรัช"คุณ……ที่แท้ก็คุณนี่เอง……"
"ทำไม? คุณตกใจมากเลยเหรอ? คิดไม่ถึงว่าคนที่จ่ายไปหนึ่งล้านเพื่อให้คุณมาอุ้มบุญ ก็คือคนพิการที่คุณไม่เห็นอยู่ในสายตาในตอนนั้นใช่ไหม?" นิรัชพูดจบก็หยุดไปสักพัก ก่อนจะจงใจเน้นเสียงหนักขึ้น"ไม่ใช่สิ ควรจะบอกว่าเป็นแฟนเก่ามากกว่า"
ธีรยาร่างกายชะงัก จู่ๆก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที ก้มมองลงไปที่ขาที่กำลังกดอยู่ตรงขอบเตียงของชายคนนี้
"ขาของคุณ……"เธอพูดอะไรไม่ออกด้วยความประหลาดใจ
นิรัชเห็นธีรยาสีหน้าท่าทีตกใจ ริมฝีปากก็ยกขึ้น ในแววตาแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว"เป็นอะไร? คุณรู้สึกประหลาดใจทีว่าขาของผมเป็นปกติแล้วเหรอ? ผู้ชายพิการนั่งรถเข็นที่ในตอนแรกคุณนึกว่าจะต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ตอนนี้กลับลุกขึ้นยืนได้แล้ว"
ห้าปีก่อน นิรัชกับธีรยาเป็นคู่รักกัน
ความรักของคุณชายรองของตระกูลโยธาบดีกับซินเดอเรลล่า แผ่กระจายไปทั่วผู้คนต่างพูดถึง นิรัชไม่สนอะไรทั้งนั้นจะอยู่ด้วยกันกับธีรยาให้ได้
เรื่องราวความรักที่ปรากฏอยู่ในนิทานแบบนี้ เคยทำให้บรรดาผู้คนของเมืองพิพลต่างพากันพูดคุยด้วยความสนใจอย่างไม่หยุดไม่หย่อน
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ ถูกอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนทำลายจนพังทลายไปหมด
นิรัชสูญเสียขาทั้งสองข้างไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลักจากที่อยู่ในห้องฉุกเฉินนานกว่าสองวันสองคืนจึงได้ช่วยชีวิตกลับมาได้ แต่ทันทีที่ฟื้นขึ้นมา กลับได้รู้ว่าแฟนสุดที่รักได้ทิ้งเขาไปแล้ว
จนถึงตอนนี้นิรัชยังจำได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ธีรยาในตอนนั้นสายตาเย็นชา คำพูดคำจาเยือกเย็น"นิรัช พวกเราเลิกกันเถอะ ฉันไม่อยากมีคนรักที่เป็นผู้ชายพิการแบบคุณ"
แค่ประโยคง่ายๆประโยคเดียว ก็ทำให้นิรัชถูกผลักลงสู่เหวลึกของความเจ็บปวด
พอหวนนึกถึงเรื่องในตอนนั้น นิรัชก็สบถออกมาอย่างเย้ยหยัน สายตามองลงไปที่สองขาของธีรยาที่อยู่ภายใต้ชุดผ่าตัด เขาหรี่ตาลง จู่ๆก็ยกมือขึ้นมา……
ในอากาศมีเสียงของผ้าฉีกขาดดังขึ้น ชุดผ่าตัดหลวมๆฉีกเป็นท่อนๆ ธีรยาอึ้งตะลึง ยังไม่ตอบสนองกลับมา
ส่วนล่างของร่างกายก็รู้สึกเจ็บปวด ธีรยาราวกับตื่นขึ้นมาจากความฝันเธอขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง"นิรัช!คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ!หยุดนะ!"
"หยุด?"
นิรัชหยุดการกระทำ ยื่นมือออกมาจับหน้าของธีรยาไว้ บังคับให้เธอมองตัวเอง น้ำเสียงแฝงไปด้วยรอยยิ้มขี้เล่นที่ดูคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่แววตากลับเยือกเย็น
"ธีรยา คุณต้องเข้าใจก่อนนะว่าคุณเป็นคนที่ผมจ่ายเงินไปหนึ่งล้านเพื่อได้ตัวมา ตอนนี้ผมก็แค่ทำตามหน้าที่ของผมเท่านั้น!"
ธีรยาเปิดปากพูดขัดขืน"นี่มันไม่ใช่อุ้มบุญเลยสักนิด! แต่นี่มันเป็นการทารุณกรรมล่วงเกิน!นิรัช!"
"ล่วงเกิน?"
นิรัชได้ยินแบบนั้นก็พูดเยาะเย้ยออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน
"ธีรยา ป่านนี้แล้ว คุณยังจะเสแสร้งอะไรอยู่อีก?"พูดจบเขาก็หยุดลง สีหน้าท่าทีดูบิดเบี้ยวไปจากเดิม"ในตอนนั้นเพราะว่าผมขาพิการก็เลยไม่สามารถเติมเต็มคุณได้ไม่ใช่หรือไง? ตอนนี้ขาของผมหายดีแล้ว คุณจะไม่เต็มใจอะไรอีก?"
นิรัชพูดจบ การกระทำก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ราวกับว่าเอาคืนการดูถูกสบประหม่าและทอดทิ้งก่อนหน้านี้กลับไปทั้งหมด!
ธีรยาถูกบีบบังคับให้ต้องทนรับด้วยจิตใจที่เศร้าโศก ความอัปยศและความเจ็บปวดทางร่างกายในตอนนี้รวมเข้ากันแล้วก็ยังสู้ความเจ็บปวดแค่เสี้ยวหนึ่งในใจของเธอไม่ได้เลย แต่เธอกลับพูดอะไรในตอนนี้ไม่ได้
เธอตัดสินใจแล้วว่าจะยอมรับผลลัพธ์แบบนี้ตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว
มาถึงจุดๆนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดปากพูดอะไรอีก
ธีรยาหลับตาลง น้ำตาหนึ่งหยดร่วงหล่นลงจากหางตา สุดท้ายก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว