ฉันนี่โง่จริงๆ รู้ว่านายเป็นคนไม่เหมาะไม่สม รู้ว่านี่ไม่ใช่โชคชะตา แต่ฉันกลับบุกไปข้างหน้าโดยไม่ห่วงความปลอดภัยของตนเอง เพราะฉันไม่อยากละทิ้งความเป็นไปได้ แม้จะมีเพียงเล็กน้อยก็ตาม...
----
เดิมทีพิมพ์ลภัสคิดว่าความสัมพันธ์ของเธอกับฐากรณ์ นอกจากกระดาษสมรสเพียงแผ่นเดียว คงมีความเป็นไปได้อย่างอื่นบ้าง แต่เมื่อคำน่ารังเกียจออกจากปากฐากรณ์ ความหวังสุดท้ายจึงพังทลายลง
"แอบอ้างว่าเป็นชญาขึ้นมาบนเตียงฉัน พิมพ์ลภัส ฉันประมาทเธอเกินไปจริงๆ!"
ฐากรณ์ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีรังเกียจ แววตาของเขาฉายแววเย็นชา จนแทบอยากจะเล่นงานพิมพ์ลภัสให้เข็ด
"เธอคิดว่าทำแบบนี้ จะสามารถเข้ามาในตระกูลภักดีณรงค์ขอฉันได้อย่างนั้นเหรอ เธอเลิกฝันกลางวันเถอะ พิมพ์ลภัส!"
พิมพ์ลภัสเอาผ้าห่มห่อตัว มองชายที่กำลังโมโหตรงหน้า เธอรู้สึกเพียงว่า ความรู้สึกอันลึกซึ้งเมื่อคืนนี้ เหมือนความฝันเท่านั้น
เมื่อคืนเป็นวันเกิดฐากรณ์ แต่พิชญาผู้หญิงที่เขาชอบ กลับผิดนัดอีกครั้ง พิมพ์ลภัสทนเห็นเขาเสียใจไม่ได้ จึงใส่หน้ากาก และแอบอ้างเป็นเจ้าหญิงในยามราตรี ในนามทูตของพิชญา ส่งของขวัญให้ฐากรณ์ แต่ใครจะไปรู้ว่าฐากรณ์จะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นพิชญาจริงๆ
ฟ้าดินเป็นพยาน ตอนแรกเธอกะว่าส่งของขวัญเสร็จ แล้วจะจบ แต่ไม่รู้หน้ามืดตามัวอะไร จึงทำให้ขาดสติ...
อาจเป็นเพราะค่ำคืนอันน่าหลงใหล หรือเพราะดื่มเหล้ารสดีจนเมา...ใช่ ต้องเป็นเหล้านั่นแน่
พิมพ์ลภัสอ้าปาก กำลังจะอธิบาย แต่กลับโดนโยนเสื้อผ้าใส่ เสียงโมโหของฐากรณ์ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
"อย่าลืมว่าในสัญญากำหนดไว้ยังไง! อย่าลืมฐานะของตัวเอง! ถ้าเธอยังกล้าเล่นตุกติก อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!"
เมื่อพูดถึงสัญญา พิมพ์ลภัสตกใจเหมือนแมวโดนเหยียบหาง เธอขนลุกขึ้นมาทันที เธอรีบลงจากเตียง ทั้งที่บนร่างกายมีแค่เสื้อยืดบางๆ
"ฐากรณ์ เลิกหลงตัวเองสักที! นายคิดว่าตัวเองเป็นหนุ่มสุดหล่อหรือไง หรือคิดว่าตัวเองเป็นราชาผู้สูงส่ง ผู้หญิงบนโลกต้องต่อคิวนอนร่วมเตียงกับนาย ตื่นเถอะ ชญาของนายไม่ต้องการนายนานตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะสงสาร กูขี้เกียจจะสงเคราะห์นาย!"
ฐากรณ์เป็นคนเฉยชา ยากมากที่เขาจะเก็บอะไรไปใส่ใจ แต่พิมพ์ลภัสกลับจับจุดอ่อนของเขาได้อย่างง่ายดาย นั่นก็คือรอยแผลเป็นตรงโหนกคิ้ว รวมไปถึงพิชญา ผู้หญิงที่อยู่ในใจเขา
"หุบปาก! เธอไม่มีสิทธิ์พูดชื่อนั้น!" ฐากรณ์ใช้มือจับคอเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้น ทำให้รอยแผลเป็นบนโหนกคิ้วดูน่ากลัวเข้าไปอีก
ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าตอนไหน พิชญาเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเสมอ ในแววตาของพิมพ์ลภัส เต็มไปด้วยความเจ็บปวด รวมถึงร่างกายเธอด้วย มันเจ็บไปจนถึงหัวใจ จู่ๆ มันกลายเป็นความโกรธ ที่ค่อยๆ พุ่งขึ้นมา
"ฉันจะพูด! สามปีก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะนาย เอาฉันมาเป็นข้ออ้างแทนเธอ ฉันต้องกลายเป็นคนรักตามสัญญานั่นไหม พิชญาของนายช่างสูงส่ง เป็นเจ้าหญิง ส่วนคนอย่างฉันช่างต้อยต่ำ สมควรโดนพวกนายเหยียบไว้ใต้เท้า จนเละเป็นผุยผงใช่ไหม ฐากรณ์ นายนั่นแหละที่สมควรถูกเรียกว่า หน้าด้านไร้ยางอาย..."
จู่ๆ ฐากรณ์ใช้แรงบีบคอให้พิมพ์ลภัสหุบปาก
"ในสัญญาเขียนไว้ชัดเจน เธอก็เห็น! เธอเป็นข้ออ้างของฉัน ฉันเป็นผู้ให้เงินเธอ ต่างฝ่ายต่างได้ มาแสร้งทำเป็นใสซื่อทำไมพิมพ์ลภัส!"
จู่ๆ ฐากรณ์สะบัดพิมพ์ลภัสออก ทำให้หลังเธอกระแทกกับมุมเตียง เสียงดังพลั่ก
"ฉันขอเตือนเธอครั้งสุดท้าย ถ้ายังกล้ามีครั้งหน้าอีก อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!"
เมื่อเห็นแววตาเขาฉายแววน่ากลัว พิมพ์ลภัสกลับโมโหเข้าไปอีก จู่ๆ เธอลุกขึ้นจากพื้น และรีบวิ่งไปคว้าที่จับประตู แล้วตวาดใส่ฐากรณ์ว่า
"ครั้งหน้ากะผีน่ะสิ! ตั้งแต่วันนี้ สัญญาระหว่างฉันกับนายยุติลงเท่านี้ นายจ่ายเงินก้อนสุดท้ายหมด ฉันจะแสดงละครฉากสุดท้ายให้นาย เราจะได้ไม่เสียเปรียบทั้งสองฝ่าย!"
"เธอจะมาไม้ไหนอีก" ฐากรณ์ขมวดคิ้ว เขารู้สึกแปลกใจ แต่เมื่อคิดดูแล้ว พิมพ์ลภัสใช้เงินฟุ่มเฟือยจนเคยชิน จะทิ้งเงินอย่างง่ายดายได้ยังไง นี่คงเป็นแค่แผนดึงดูดเขาเท่านั้น ความรังเกียจในสายตาของเขา ยิ่งเพิ่มขึ้นอีก
"ได้! เธออย่าเสียใจแล้วกัน!"
"เสียใจกะผีน่ะสิ! ต้องจัดการให้เสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์!"
พิมพ์ลภัสพูดทิ้งท้าย จากนั้นจึงเอาเสื้อนอกคลุมตัว แล้วเปิดประตูวิ่งออกไป โดยไม่หันหลังกลับมา
ไม่อยากเดินไปกับเธอ ฐากรณ์หยุดเดิน เพื่อให้เธอเดินไปไกลๆ ก่อน แต่สายตาเขาสะดุดกับผ้าห่มที่เปิดออก
จุดสีแดงระเรื่อบนผ้าปูที่นอนสีขาว ช่างสะดุดตาเขาเหลือเกิน ในขณะเดียวกัน ต่างหูมุกข้างหนึ่ง หล่นอยู่ข้างหมอน มันระยิบระยับจนสะดุดตา