Library

EN

Log In
Home > จอมนักรบอหังการ > บทที่ 1 เจ้ายมบาลชิงตี้ เย่อู๋เทียน!
Contents
Settings
จอมนักรบอหังการ
บทที่ 1 เจ้ายมบาลชิงตี้ เย่อู๋เทียน!
ณ ดินแดนส่วนลึกของเทือกเขาหิมาลัย ที่มีอากาศหนาวเย็นเป็นอย่างมาก

มีโลหะปราสาทหลังหนึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณระหว่างภูเขาหิมะทั้งสี่ลูก

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า เรือนสั่งสอน

ซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นโดยองค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอย่างสุดความสามารถ

วัตถุประสงค์ของการชื่อดังกล่าวนี้ ก็เพื่อกล่อมเกลาลูกศิษย์ที่อายุยังน้อย โดยแท้จริงแล้วสถานที่แห่งนี้คือคุกที่ใช้สำหรับคุมขังยอดฝีมือที่แข็งแกร่งในใต้หล้า

หากจะเลือกชี้ตัวไปยังคนใดคนหนึ่งในจำนวนนี้แล้ว ก็ล้วนแต่จะเป็นสิงห์ร้ายอันธพาลที่เคยฆ่าผู้คนและสร้างความโกลาหลวุ่นวายขึ้นบนโลกทั้งนั้น!

บริเวณโดยรอบของปราสาทในระยะประมาณสามร้อยลี้ ล้วนถูกหิมะปกคลุมขาวโพลนไปทั้งหมด ไม่มีแม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าอะไรเลย

บนภูเขาหิมะสี่ลูกยังมีเสามังกรขนาดใหญ่จำนวนสิบสองต้นที่สูงดุจดั่งตึกอาคารตั้งตระหง่านอยู่

โดยบนเสามังกรนั้นมีโซ่รัดพันอยู่อย่างแน่นหนา ด้านบนมีพลังงานประกายไฟฟ้าเชื่อมโยง ต่อตรงไปถึงปราสาทโดยรอบทั้งสี่ทิศ ก็เพื่อควบคุมตัวปราสาทให้อยู่ภายใต้พลังงานประกายไฟฟ้าดังกล่าวอย่างแน่นหนา

ไม่ว่าอย่างไร หากถูกคุมขังอยู่ในสถานที่แห่งนี้แล้ว ก็จะต้องตายลงไปทั้งหมด

แต่ วันนี้กลับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมากันถึงสิบสามคน

โดยแต่ละคนต่างก็มีท่าทางที่องอาจน่าเกรงขาม สวมใส่ชุดเกราะ และหมวกเกราะราวกับเทพราวกับปีศาจอย่างไรอย่างนั้น!

คนที่เป็นผู้นำนั้น สวมใส่ชุดเกราะสีแดง และหมวกเกราะสีเงิน มีชื่อรหัสลับว่าซิวหลัว!

พวกเขาล้วนถือกำเนิดขึ้นที่นี่ แต่ท้ายที่สุดก็ทนความหนาวเหน็บของสถานที่แห่งนี้ไม่ไหว จึงตัดสินใจไปเข้าร่วมอยู่กับวิหารจอมเทพ!

วันนี้ไม่ได้กลับมาเพื่อเยี่ยมเยือนบ้านเกิด

แต่กลับมาเพราะเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีสมญานามว่า "เจ้ายมบาลชิงตี้" !

พวกเขามุ่งตรงเข้าไปด้านในปราสาทโดยเร็ว สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของของคุกใต้ดินแห่งหนึ่ง

เวลานี้เด็กหนุ่มที่อยู่ภายในคุกใต้ดินนั้นมีท่าทางที่เฉยชา กำลังโยนก้อนหินทองทีละก้อนทีละก้อนเข้าไปยังกระถางที่มีเปลวไฟลุกไหม้ เพื่อให้ความอบอุ่น!

ผู้นำที่ชื่อว่าซิวหลัวที่สวมใส่ชุดเกราะสีแดงนั้นได้พูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า:

"เย่อู๋เทียน จากคำตัดสินของผู้อาวุโสวิหารจอมเทพ เพียงแค่นายเต็มใจยอมที่จะเข้าร่วมกับพวกเรา และควบคุมปกครองฝ่ายปีศาจสีทอง ก็จะตัดสินให้นายไร้ความผิด และสามารถออกไปจากที่นี่ได้! "

เย่อู๋เทียนยังคงมีสีหน้าท่าทางเฉยชา พร้อมกับส่งเสียงฮึขึ้น

"ฉันไม่คิดแบบนั้นเลยว่า ในตอนนั้นที่ฉันมุ่งหน้าเข้าไปในวิหารจอมเทพ และสังหารพวกไอ้แก่ทั้งสิบสองคนที่เรียกขานตนเองว่าเทพนั้น จะเป็นการกระทำความผิด! ตรงกันข้าม ในอดีตตอนที่พวกเขาไล่ล่าสังหารฉัน พลั้งมือทำร้ายคู่หมั้นของฉันจนบาดเจ็บ ทำให้เธอสลบไปโดยที่ไม่ฟื้นคืนสตินั้นต่างหาก ถึงจะเรียกว่ากระทำความผิด! "

ซิวหลัวถอนหายใจ

"เย่อู๋เทียน นายยังคงหลงระเริงอยู่ไม่เปลี่ยน นายต้องรู้ไว้นะว่า ผ่านมาแล้วตั้งเจ็ดปี หากนายยังไม่ยอมรับความผิด ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่มีสิทธิที่จะสังหารนาย แต่คุกใต้ดินแห่งนี้มีความหนาวเหน็บตลอดทั้งปี นายก็คงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว! "

"ซิวหลัว ฉันว่า นายคงจะเข้าใจผิดอะไรอยู่เรื่องหนึ่ง! "

เย่อู๋เทียนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเผยถึงความเย็นชาออกมา

"นั่นก็คือ...คนอย่างฉันเย่อู๋เทียนไม่ได้ถูกวิหารจอมเทพคุมขังตัวสักหน่อย แต่ว่า ฉันเองต่างหากที่คิดอยากจะอยู่ต่อก็อยู่ต่อ อยากจะไป ก็ไปได้ทันที! "

เมื่อพูดจบ เย่อู๋เทียนก็หมุนตัวขึ้นโดยพลัน

ตูมมม!

ทันใดนั้นคุกใต้ดินทั้งหลังพร้อมกับชั้นน้ำแข็งด้านล่างนับพันเมตรก็พลันหมุนวนอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็กลายร่างเป็นมังกรน้ำแข็งขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!

ซึ่งยังไม่ทันที่ซิวหลัวจะตื่นตกใจ!

เรือนสั่งสอนก็ถูกเสามังกรทั้งสิบสองต้นบนภูเขาหิมะทั้งสี่ลูกนั้น หล่นทับใส่ลงมาในทันที!

เทือกเขาถล่มพื้นดินทลาย พลังงานประกายไฟฟ้าลอยปลิวว่อน จนทำให้การเชื่อมต่อของโซ่ไฟฟ้านั้นพังทลายลง!

คุกใต้ดินที่มีน้ำแข็งเกาะติดมาอย่างนับไม่ถ้วน ยังคงที่จะพุ่งทะยานสูงขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จนเลยพ้นบริเวณโดยรอบของภูเขาหิมะทั้งสี่ลูกนั้น!

ต่อมา คุกใต้ดินที่เป็นเหมือนกับตาข่ายจับปลา ก็แตกสลายลงเป็นชั้น ๆ!

เย่อู๋เทียนเพียงแค่ชี้นิ้วไปเบา ๆ คุกใต้ดินก็ระเบิดแหลกสลายทันที ชิ้นส่วนกำแพงของคุกที่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวจำนวนนับไม่ถ้วน ก็พุ่งกระจายไปยังภูเขาหิมะทั้งสี่ลูกนั้น!

โดยจุดบริเวณที่ตกลงไป ล้วนเกิดการระเบิดสั่นสะเทือนไปทั้งหมด!

กลิ่นอายความน่าสะพรึงกลัว ทำให้ผู้คนหมดสิ้นความหวัง ทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้น ต่างก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นอย่างที่สุด!

เย่อู๋เทียนมาอยู่ตรงเบื้องหน้าของซิวหลัวที่เพิ่งจะกระแทกกับภูเขาหิมะไปเมื่อครู่นี้ พร้อมกับยิ้มเยาะขึ้นที่มุมปาก: "ตอนนี้ นายยังคิดว่าฉันหลงระเริงอยู่อีกไหมล่ะ? "

หมวกเกราะสีเงินของซิวหลัวแตกละเอียด ชุดเกราะบนร่างกายก็แตกหักพังทลายลง และมีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะสำคัญทั้งห้า อยู่ในสภาพตกตะลึงอย่างถึงที่สุด!

เขามองไปยังภาพเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้านี้ เป็นเวลานานกว่าที่จะสงบจิตสงบใจลงได้!

"แก...แกกล้าที่จะต่อต้านวิหารจอมเทพอย่างเปิดเผย! ต้อง...ตายลงสถานเดียวเท่านั้น! "

ผ่านไปชั่วครู่ ซิวหลัวถึงได้เอ่ยพูดคำของผู้พ่ายแพ้ด้วยความโมโหแค้นเคืองอย่างที่สุด

"ต่อต้าน? " พวกนายวิหารจอมเทพ มันคู่ควรด้วยอย่างนั้นเหรอ?

เย่อู๋เทียนพลันยื่นนิ้วมือออกมา แตะไปที่ทรวงอกของซิวหลัว

กระแสพลังอันรุนแรง ได้พุ่งทะลุเข้าไปในอวัยวะภายในร่างกายของซิวหลัวอย่างรวดเร็ว จนกระดูกซี่โครงเปิดออก และระเบิดแตกหักอย่างต่อเนื่อง!

ซิวหลัวกระอักเลือดสีดำออกมาในทันที พร้อมกับมองไปที่เย่อู๋เทียนด้วยความหวาดกลัวอย่างมาก

แทบไม่อยากเชื่อเลยว่า เย่อู๋เทียนที่ถูกความหนาวเหน็บในคุกใต้ดินนี้ทำร้ายทรมานร่างกายมานานเจ็ดปี พลังความสามารถกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแต่ยังจะก้าวหน้ามากขึ้นอีก!

เย่อู๋เทียนเหมือนจะมองทะลุถึงความสงสัยที่เกิดขึ้นของซิวหลัว จึงได้พูดอธิบายขึ้น

"ฉันมีร่างกายที่ธาตุหยางบริสุทธิ์ และในโชคชะตามีพิภัยเพลิงไฟส่วนที่ฉันให้ความสำคัญนั้น ก็คือตำแหน่งที่ตั้งของคุกใต้ดินแห่งนี้ ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา ฉันก็แค่ใช้ประโยชน์จากความหนาวเหน็บที่ทรมานของที่นี่ ฝึกฝนเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของตน! "

"ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ฉันได้ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่แห่งนี้ ทำให้คู่หมั้นของฉันได้สติฟื้นขึ้นมาได้! "

"อะไรนะ? " นาย...คิดไม่ถึงว่านายจะมีร่างกายที่แกร่งกล้าบริสุทธิ์? " ซิวหลัวตกใจอย่างที่สุด พร้อมกับตะโกนขึ้นอย่างสิ้นหวัง:

"คือพวกกลุ่มคนในโลกนี้...ที่มีความคาดหวังมากที่สุดในการทะลุขั้นพลังตันอย่างนั้นเหรอ? "

วิทยาศาสตร์ได้มีพัฒนาการมาจวบจนทุกวันนี้ ซึ่งได้ค้นพบว่าขีดจำกัดสูงสุดวิชาบู๊ของมนุษย์ นั่นก็คือพลังตัน

แต่ หากว่าเป็นมนุษย์ ก็ไม่สามารถที่จะทะลุขั้นแดนนี้ไปได้ ต่อให้เป็นร่างกายที่แกร่งกล้าบริสุทธิ์หนึ่งในล้าน ก็ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน!

"พลังตันขั้นสูงสุด? " เย่อู๋เทียนยิ้มเยาะอย่างเมินเฉยอีกครั้ง: "ฉันเองเคยบรรลุถึงขั้นแดนนั้นมาแล้ว แต่ว่า...นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน"

ซิวหลัวถึงกับเบิกตาโพลง

"เจ็ดปีก่อน...ก็บรรลุถึงพลังตันขั้นสูงสุดแล้ว..."

เขาพูดบ่นคำนี้อย่างเงียบ ๆ

สายตาท่าทาง หมดสิ้นความหวังอย่างที่สุด

แต่ในตอนท้ายขณะที่ได้มองดูทิวทัศน์บริเวณโดยรอบนี้ ใบหน้าที่โหดร้าย ก็ได้แสดงรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย!

"ก่อนตายสามารถที่จะได้พบเห็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ ที่จริงแล้ว ต่อให้ตายไปก็คงจะไม่เสียใจภายหลัง! อีกทั้ง...สามารถที่จะตายลงไปภายใต้น้ำมือของผู้ที่เก่งกาจไร้เทียมทานอย่างเย่อู๋เทียนนี้! ถือได้ว่าเป็นเกียรติ! เพียงพอแล้วที่จะมีชื่อเสียงตราตรึงไปตราบนานเท่านาน! "

แต่กลับคิดไม่ถึงว่า หลังจากที่ซิวหลัวพูดคำสั่งเสียจบ และผ่านไปอีกสักครู่หนึ่งนั้น กลับไม่โดนเย่อู๋เทียนลงมือสังหาร

เย่อู๋เทียนพูดขึ้นว่า: "นับตั้งแต่วิหารจอมเทพได้ก่อตั้งขึ้นเป็นต้นมา ก็ได้เสาะแสวงหาเด็กน้อยผู้ที่มีพรสวรรค์ในวิชาบู๊ไปทั่วทุกหนทุกแห่งมาโดยตลอด เมื่อพบเจอตัวแล้ว ก็ให้กินยาพิษต้องห้ามและอบรมเลี้ยงดูอย่างกับทาส เร่งรัดพัฒนาการให้สำเร็จโดยไม่คำนึงผลกระทบ ซึ่งขัดต่อศีลธรรมจรรยาบรรณของความเป็นมนุษย์! "

"นิ้วดรรชนีของฉันเมื่อครู่นี้ แม้ว่าจะทำลายพลังวิชาของนายแล้ว แต่ก็ได้ขจัดยาพิษที่สะสมในร่างกายของนายมานานหลายปีทิ้งไปอย่างหมดจด! เดิมทีนายยังมีเวลาใช้ชีวิตเหลืออยู่อีกเพียงสองปี แต่หากว่าต่อไปนายได้ฝึกฝนวิชาบู๊อีกครั้ง ก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหกสิบปีเลย! "

"กี่ปีมานี้ ก็ต้องขอบคุณพวกนายอย่างมากด้วย ที่ปกติจะขนนำก้อนหินทองมาส่งในคุกแห่งนี้ แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรกับฉัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเมตตาของพวกนายต้องเสียแรงเปล่า! "

ก็เหมือนกับที่เย่อู๋เทียนพูดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นซิวหลัว หรือว่าพวกชุดเกราะสีดำสิบสองคนนั้น ต่างก็แค่ถูกเลี้ยงดูอย่างกับทาสเอาไว้ในวิหารจอมเทพก็เท่านั้น หากมีการต่อต้านขัดขืน ก็จะต้องตายทั้งเป็น!

ตอนนี้ เย่อู๋เทียนเพียงแค่ชี้นิ้วออกไปเบา ๆ ก็ทำให้ความปรารถนาในหลายปีมานี้ของซิวหลัวสำเร็จลุล่วงแล้ว!

ซิวหลัวทั้งตื่นเต้นและดีใจ แล้วก็รีบตรวจสอบตนเองดูอีกครั้ง และพูดขึ้นว่า: "จริงด้วย เป็นไปตามนั้นจริงด้วย! "

โดยพลันนึกคิดขึ้นได้อย่างฉับพลันถึงสมญานามของเย่อู๋เทียนที่ว่า: "เจ้ายมบาลชิงตี้" นั่นเป็นเพราะว่าในร่างกายของเขานอกจากจะมีท่าทางของเจ้ายมบาลที่ดุดันเด็ดขาดแล้ว ยังจะมีลักษณะท่าทางพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ก็คือวันใดวันหนึ่งหากเขามีอิทธิพลอำนาจขึ้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่แล้ว เขาก็จะกำหนดและปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ขึ้นใหม่!

คนอื่นต่างก็เรียกขานเย๋อู๋เทียนว่าเทพสังหาร แต่ใครจะไปรู้ว่า เขาเคยสังหารคนดีมีคุณธรรมบ้างหรือไม่? ซึ่งเขาก็เพียงแต่จะอาศัยพลังความสามารถของตนเอง ต่อต้านและแบกรับภาระความกดดันที่วุ่นวายหนักหนาบนโลกใบนี้!

นิ้วเดียว สามารถทำให้บรรดาคนชั่วร้ายตายลงไป นิ้วเดียว ก็สามารถที่จะช่วยให้คนใกล้ตายฟื้นคืนชีวิตขึ้น!

ในเมื่อเย่อู๋เทียนบอกว่าหากซิวหลัวฝึนฝนวิชาบู๊ขึ้นอีกครั้ง ก็จะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อีกหกสิบปี ก็จะเป็นไปตามนั้นอย่างแน่นอน!

"บุญคุณที่ชิงตี้ได้ช่วยชีวิตเอาไว้ ซิวหลัวไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไร! แต่วางใจเถอะว่า เรื่องราวในวันนี้ ซิวหลัวจะคิดหาวิธีรายงานต่อเบื้องบน! เพื่อไม่ให้พวกเขามาหาเรื่องสร้างความวุ่นวายกับชิงตี้อีกแน่นอน! "

ซิวหลัวคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อก้มกราบต่อเย่อู๋เทียนด้วยสีหน้าท่าทางจริงจัง ยอมศิโรราบแต่โดยดี

เย่อู๋เทียนได้กวัดแกว่งมือเขียนใบสั่งยาหนึ่งแผ่น และพูดขึ้นว่า: "ใช้ยาตามใบสั่งยานี้เพื่อบำรุงร่างกาย ไม่ว่าจะทั้งนาย หรือรวมถึงพวกชุดเกราะสีดำทั้งสิบสองคนนั้นด้วย จะต้องกำจัดยาพิษนั้นให้หมดสิ้นไปจากร่างกาย!"

เมื่อพูดจบ เย่อู๋เทียนก็หันหลังเพื่อจะเดินจากไป

ในขณะนั้นเอง ซิวหลัวก็พูดขึ้นว่า: "ช้าก่อนชิงตี้! มีเรื่องหนึ่ง ที่ฉันจะรายงานให้ท่านรับทราบ!ฉันสงสัยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น ผู้ที่พลาดถูกทำร้ายจนบาดเจ็บนั้น ไม่ใช่คู่หมั้นของท่าน..."

"อะไรนะ? "

เย่อู๋เทียนที่เดิมทีสงบนิ่งนั้น กลับส่งเสียงดังขึ้นด้วยความตกใจ

นี่มัน...

เป็นไปได้อย่างไร? !
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
จอมนักรบอหังการ บทที่ 2 ปราสาทตระกูลเย่!
ทันใดนั้น ภาพของหญิงสาวที่มีหน้าตาสดใส และท่าทางที่อ่อนโยน ก็ผุดขึ้นมาในหัวสมองของเย่อู๋เทียน ในตอนนั้น คู่หมั้นอยู่ในสภาพที่กำลังใกล้จะตาย ยิ่งทำให้
จอมนักรบอหังการ บทที่ 3 มันคือความโกรธ! ความแค้น! และความโศกเศร้า!
เป็นไปไม่ได้! มองไปยังชายและหญิงคู่นั้นในภาพวาดสีน้ำมัน เย่อู๋เทียนก็ยังคงไม่กล้าที่จะเชื่อกับตาตัวเองว่าทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้านั้นจะเป็นความจริง!
จอมนักรบอหังการ บทที่ 4 ฉันจะ สะสางไปทีละคน!
พี่ชายของเสิ่นจูนอี๋ มีชื่อว่าเสิ่นเฟยยู่! ไม่ว่าจะเป็นในอดีต หรือว่าในตอนนี้ ต่างก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณชายจอมวายร้ายแห่งเมืองเจียงไห่! โดยเย่อู๋เทียน
จอมนักรบอหังการ บทที่ 5 ไฝแดง!
เสิ่นเฟยยู่ตื่นตระหนกอย่างมาก แต่ก็ยากที่จะพูดอะไรออกมา ทำได้เพียงแค่มองดูเย่อู๋เทียนเดินจากไปต่อหน้าต่อตา เด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของเย่อู๋เทียนนั้น
จอมนักรบอหังการ บทที่ 6 หน่วยรบเก่าทราบเรื่องก็รีบมาทันที!
แต่ว่า เมื่อเย่อู๋เทียนเปลื้องชุดผู้ป่วยของหญิงสาวออกแล้ว กลับพบว่า ที่หัวไหล่ของหญิงสาวคนนี้ ไม่มีไฝแดงเม็ดนั้นดั่งที่เขาคุ้นเคย ผิวหนังบริเวณนั้น
จอมนักรบอหังการ บทที่ 7 มีเขาอยู่ ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดหน้าไหนในสนามรบ!
เสียงของเครื่องบินรบ ดังกึกก้องในท้องฟ้ายามค่ำคืนไปทั่วทั้งเมือง ตึกอาคารสูงที่ตกแต่งด้วยแสงไฟตระการตานับไม่ถ้วน กลับหม่นหมองหมดความโดดเด่นลงทันที ผ
จอมนักรบอหังการ บทที่ 8 ความรักความผูกพันธ์นี้ คุ้มค่าแก่การรอคอย!
เวลาผ่านไปเจ็ดปี เฉินเหวินจิ้งได้พบเจอกับเย่อู๋เทียนอีกครั้ง กลับรู้สึกเหมือนว่าห่างเหินกันอย่างมาก เจ็ดปีก่อนหน้านี้ ที่เย่อู๋เทียนกลับมาในครั้งนั้น
จอมนักรบอหังการ บทที่ 9 เสิ่นรั่วชิง เสิ่นจูนอี๋!
เวลาที่ยาวนานกว่าเจ็ดปี แม้ว่าหญิงสาวบนเตียงผู้ป่วยจะสลบไม่ได้สติก็ตาม แต่กลับรับรู้เรื่องราวและสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวทั้งหมด ในทุกเทศกาลวันสำค
จอมนักรบอหังการ บทที่ 10 เสิ่นจูนอี๋ ขอเข้าพบ!
ภายใต้สายตาที่มองกันมาของผู้คน ปู่หูที่ยิ่งใหญ่ไม่เป็นสองรองใครในเมืองเจียงไห่ กำลังถูกเผยจื่อตงหิ้วตัวราวกับสุนัข เดิมทีก็เป็นภาพเหตุการณ์ที่น่าตกใจอ
จอมนักรบอหังการ บทที่ 11 เสิ่นรั่วชิง ก็เป็นผู้หญิงเจ้าอารมณ์!
ได้ยินสามคำนี้ พระเจ้าก็รู้ว่าเสิ่นจูนอี๋รู้สึกอย่างไร กำลังจะบันดาลโทสะจริงๆ เจ็ดปีแล้ว ไม่เคยมีใครทำให้เสิ่นจูนอี๋โกรธได้มากขนาดนี้มาก่อน เธอ ผู
Latest Chapters
จอมนักรบอหังการ บทที่ 911 อวสาน
จอมนักรบอหังการ บทที่ 910 พ่อตีลูกชาย! 2
จอมนักรบอหังการ บทที่ 909 พ่อตีลูกชาย! 1
จอมนักรบอหังการ บทที่ 908 มีลูกชายแบบนี้ เย่อู๋เทียนปวดกบาล! 2
จอมนักรบอหังการ บทที่ 907 มีลูกชายแบบนี้ เย่อู๋เทียนปวดกบาล! 1
จอมนักรบอหังการ บทที่ 906 เย่จูนหลิน โอหังอวดดี! 2
จอมนักรบอหังการ บทที่ 905 เย่จูนหลิน โอหังอวดดี! 1
จอมนักรบอหังการ บทที่ 904 โล่ซวนหยวน ซวนหยวนโล่! 2
จอมนักรบอหังการ บทที่ 903 โล่ซวนหยวน ซวนหยวนโล่! 1
จอมนักรบอหังการ บทที่ 902 ผ่านด่านแล้วใช่มั้ย? คุณผู้ชาย! 2