เซียวหยุนหลงเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเองเรียบร้อย โดยมีเพียงแค่กระเป๋าสะพาย และโกศสีดำที่อยู่ในมือ ซึ่งภายในบรรจุเถ้ากระดูกของแม่เขาเอาไว้
เขาบอกลาค่ายฝึกนรก บอกล่านักเรียนที่เขาเคยฝึก รวมไปถึงผู้ฝึกที่เคยอยู่ร่วมกันมา แล้วเดินออกจากประตูของค่ายฝึกไป
เขาหันกลับไปมองค่ายฝึก ที่นี่มีความทรงจำของเขามากมาย ทำให้เขารู้สึกเสียดายอยู่ลึก ๆ
เขาถือโกศบรรจุเถ้ากระดูกเอาไว้ในมือ ในสมองปรากฏภาพของเงาที่ดูอ่อนโยนและใจดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเข้มงวดของความเป็นพ่ออยู่ด้วย เธออาศัยความพยายามและความขยับของเธอเลี้ยงเขามาจนเติบใหญ่ ถึงแม้ชีวิตจะขัดสนเพียงใด แต่เธอก็สอนเขาเสมอว่า ถึงแม้จะยากจนแต่ก็ห้ามสูญเสียศักดิ์ศรีโดยเด็ดขาด เธอเป็นผู้สอนความรู้และตัวอักษรจีนให้กับเขา สอนภาษาจีนให้กับเขา เมื่อเขาโตขึ้นสักหน่อย เธอก็เริ่มสอนสี่ตำราห้าคัมภีร์ให้กับเขา รวมไปถึงบทกวีสมัยถังและซ่ง
เธอเป็นผู้หญิงที่มีความรู้กว้างขวางและลึกซึ้ง เธอใช้ความรักของผู้เป็นแม่ และความรู้อันกว้างขวางที่ตัวเองมี สอนในสิ่งที่เขาควรรู้ ทำให้ถึงแม้ตัวเขาจะไม่เคยเข้าเรียนในโรงเรียนมาก่อน แต่กลับมีความรู้เต็มเปี่ยม
แต่ทว่า ตอนที่ตัวเขาอายุได้ 15 ปี เธอกลับจากไปอย่างสงบ ด้วยอาการปอดติดเชื้อจากไวรัสไข้หวัดใหญ่
และตอนที่อายุได้ 15 ปีนี้เอง ก็เป็นตอนที่เซียวหยุนหลงเพิ่งได้รู้ว่าตนเองนั้นยังมีพ่อ เป็นเจ้าบ้านคนปัจจุบันของตระกูลเซียวแห่งเมืองเจียงห่าย
"แม่ครับ กลับบ้านแล้วนะครับ--"
หางตาของเซียวหยุนหลงเปียกชื้นอย่างช่วยไม่ได้ เขาก้มลงพูดกับโกศที่บรรจุเถ้ากระดูกเบา ๆ แล้วขึ้นนั่งบนรถของดูกค์ และจากไปเช่นนี้
การเดินทางจากซีบีราไปถึงเอ็มซีต้องใช้เวลากว่าครึ่งวัน
ด้วยเหตุนี้ ตอนที่ดูกค์เดินทางมาถึงเอ็มซีพร้อมกับเซียวหยุนหลง ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว ดูกค์หันมองนาฬิกา แล้วพูดว่า : "เฮ้ เพื่อน เที่ยวบินของนายจะถึงเมืองเจียงห่ายคืนนี้ตอนสี่ทุ่ม คาดว่าต้องใช้เวลาบินประมาณ 7- 8 ชั่วโมง แต่เวลาที่เอ็มซีกับที่ประเทศของนายต่างกัน 5 ชั่วโมง ดังนั้นเวลาที่นายไปถึงเมืองเจียงห่าย น่าจะเป็นเวลาประมาณ 11 โมงเช้าของที่นู่น"
เซียวหยุนหลงพยักหน้า เขาหันมองดูกค์ แล้วออกแรงตบลงไปที่ไหล่ของดูกค์ และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง : "ดูกค์ ขอบคุณคุณมากที่ให้ผมเข้าไปรับหน้าที่ครูฝึกในค่ายฝึกนรก ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมคงยังไม่ได้ออกมาจากกลุ่มทหารรับจ้างอย่างแน่นอน"
"เมื่อเป็นพี่น้องกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาเกรงใจเช่นนี้อีก หลายปีมานี้นายอุทิศตนให้กับค่ายฝึกนรกมามาก จนยากจะหาใครเทียบได้ หากไม่มีนาย นักมวยที่ออกจากค่ายฝึกนรก จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งคนแล้วคนเล่า และคว้าผลประโยชน์มหาศาลมาได้อย่างไร ?" ดูกค์พูดขึ้น เขาพูดว่า : "เพื่อน นายเข้าไปในสนามบินได้แล้ว ต่อไปหากมีเวลาว่าง อย่าลืมกลับมาหาฉันบ้างนะ"
"ไม่มีปัญหา เช่นนั้นไว้พบกันใหม่" เซียวหยุนหลงพูดขึ้น แล้วจับมือกับดูกค์ จากนั้นเขาจึงสบายกระเป๋าเดินทางอันเรียบง่าย แล้วเดินตรงเข้าไปในสนามบินนานาชาติเอ็มซี
ดูกค์มองดูเซียวหยุนหลงเดินจากไปด้วยความเสียดาย ที่จริงแล้วเขารู้มาตลอดว่าสักวันเซียวหยุนหลงจะต้องจากไป เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น
...
เซียวหยุนหลงหยิบตั๋วเครื่องบินขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปในจุดตรวจรักษาความปลอดภัย หลังจากผ่านการตรวจแล้ว เขาก็เดินมานั่งรอเวลาขึ้นเครื่องบินอยู่ในห้องรับรอง
แววตาอันลึกซึ้งของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดบังเอาไว้ได้ แต่กลับรู้สึกงุนงงอยู่เล็กน้อยด้วยเช่นกัน
เขาเกิดในต่างประเทศ เติบโตในต่างประเทศ ไม่เคยเหยียบเข้าไปในประเทศของตัวเองแม้เพียงครึ่งก้าว ไม่เคยกลับไปยังบ้านเกิดของตนเอง และไม่เคยกลับไปยังสถานที่ที่ตัวเขาเองเรียกว่าบ้าน
แต่เขารู้ดีว่าช้าเร็วเขาก็ต้องกลับมา เพราะเขาเคยรับปากแม่ของเขาเอาไว้ ว่าจะนำเถ้ากระดูกของเธอกลับบ้าน พาเธอกลับไปฝังยังบ้านเกิด ยิ่งไปกว่านั้นต้องทำป้ายบูชาของเธอเอาไว้ในศาลบรรพบุรุษตระกูลเซียว ให้วิญญาณของเธอไปสู่สุคติ
แม่ของเขาเสียชีวิตด้วยอาการป่วยตอนที่เขาอายุได้ 15 ปี ตอนนี้ก็ผ่านมากว่าสิบปีแล้ว เขาเองก็คิดว่าควรจะกลับไปเช่นเดียวกัน
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พ่อในนามของเขาก็กำลังป่วยหนัก เช่นนั้นก็ถือโอกาสนี้กลับไปสักครั้ง
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ห้องพักผู้โดยสารก็ประกาศว่าถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว
เซียวหยุนหลงลุกขึ้นต่อแถว แล้วค่อย ๆ เดินตามผู้คนที่เข้าแถวอยู่ด้านหน้าไปอย่างช้า ๆ และเริ่มขึ้นเครื่อง
เนื่องจากเซียวหยุนหลงรีบร้อนเดินทางภายในวันนี้ จึงไม่มีที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสหลงเหลืออยู่ แต่ก็ซื้อที่นั่งชั้นธุรกิจได้
นี่เป็นเที่ยวบินของสายการบินอาร์เอส ดังนั้นพนักงานต้องรับบนเครื่องบินชาวอาร์เอสทุกคน ต่างดูสวยงามสะดุดตา พวกเธอมีรูปร่างที่สูงโปร่งและเซ็กซี่ มีผิวที่ขาวราวกับหิมะ และมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้า
ประเทศอาร์เอสถือได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับผู้ชาย อัตราส่วนของผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ที่ประเทศจีนนับได้ว่ามีสุนัขจิ้งจอกมากกว่าชิ้นเนื้อ แต่ที่นี่กลับตรงข้ามกัน มีผู้หญิงจำนวนมากกว่าผู้ชาย
ด้วยเหตุนี้ ตอนที่เซียวหยุนหลงอยู่ในค่ายฝึกนรก จึงได้ลิ้มรสความเร่าร้อนของหญิงสาวที่ไร้ขีดจำกัดมานับครั้งไม่ถ้วน
เซียวหยุนหลงเดินเข้าไปในเครื่องบิน ขณะที่เขาเดินมาถึงเลขที่นั่งของตนเอง ก็เห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งอยู่ด้านหน้า เธอกำลังพยายามเก็บสัมภาระของเธอขึ้นบนชั้นเก็บสัมภาระ
ดูเหมือนว่ากล่องที่อยู่ในมือของผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างหนัก หลังจากเธอยกขึ้นมาได้แล้วก็หมดแรงไปครู่หนึ่ง ด้วยเหตุนี้ กล่องยังไม่ทันจะยกถึงชั้นวางสัมภาระ ก็ร่วงหล่นกลับลงมาตามท่าทางการยกของเธอ
ด้วยเหตุนี้ ทำให้หญิงสาวที่รูปร่างสง่างามต้องสูญเสียการทรงตัว และถอยหลังไปหลายก้าว
เซียวหยุนหลงยืนอยู่ด้านหลังของเธอ เมื่อเธอถอยหลังมา แผ่นหลังจึงแนบเข้ากับตัวของเซียวหยุนหลง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกระทบเข้ากับภูเขา ทั้งแข็งแกร่งและหนักแน่นอย่างที่สุด ราวกับว่าบนโลกนี้ไม่มีพลังใด ๆ ที่จะสามารถสั่นคลอน "ภูเขา" ลูกนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
เซียวหยุนหลงผงะไปทันที และเกิดความรู้สึกประหลาดใจขึ้น-ดูเหมือนบั้นท้ายของผู้หญิงคนนี้จะใหญ่เกินไปสักหน่อยนะ ?