ไป๋หยีลงมือชำแหละปลาเพื่อทอดเป็นปลาทอดสามรส นางมองปลาในกระทะสามตัวสีเหลืองอ่อนส่งกลิ่นหอม นี่คืออาหารเที่ยงของพวกเจ้าแฝดและบิดาของเขา
"กลิ่นหอมยิ่งนัก" เสี่ยวต้าพลันอื่นขึ้นแล้วกลืนน้ำลายลงคอ ไม่คิดว่ามารดาตัวร้ายจะมีเสน่ห์ปลายจวักเพียงนี้
"หอมมาก ๆ" เสี่ยวเอ้อร์ทนต่อกลิ่นหอมไม่ไหวจริง ๆ มารดาตัวร้ายช่างยั่วยวนพวกเขาด้วยอาหารเก่งจริง ๆ
"ข้าทนไม่ไหวแล้ว" เสี่ยวซานพลันน้ำลายไหล ทุกคำพูดไป๋หยีได้ยินหมดแล้ว เจ้าแฝดสามคนนี้ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก
"เอาล่ะ พวกเจ้าไปรอแม่ที่ห้องพ่อเจ้าเถอะ" ไม่คิดว่าไป๋หยีจะหันมามองพวกเขาสามคนเกาะขอบประตูเช่นเคย
"ทีหลังเดินเข้ามาเลยไม่ต้องลับ ๆ ล่อ ๆ เกาะขอบประตูแล้ว" ไป๋หยีเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ เจ้าแฝดทำตาแป๋วพยักหน้าแล้วรีบไปหาบิดาทันที
ไป๋หยีมองตามหลังด้วยความเอ็นดูเจ้าแฝด ช่างตลกเสียเหลือเกิน
หญิงสาวยกปลาสามรสไปให้สี่คนพ่อลูก ตัวหนึ่งราดพริก ส่วนตัวไม่ราดพริกคือของเจ้าแฝด
ไป๋หยีรีบนั่งที่ตั่งเตี้ย แต่ทว่าก็ไม่ลืมยกชามปลา ชามข้าวและถ้วยยาให้สามี
"มาเถอะเจ้าแฝด แม่จะแกะเนื้อปลาให้พวกเจ้า" เจ้าแฝดมองมารดาตัวร้ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ นางจะแกะเนื้อปลาให้พวกเขา เสี่ยวซานรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
จนเผลอเรียกนางว่า "ขอบคุณท่านแม่" คำว่าท่านแม่ออกจากปากเสี่ยวซาน ทำให้พี่ใหญ่พี่รองไม่พอใจยิ่งนัก
ไป๋หยียิ้มอย่างมีความสุข ดูเหมือนว่าพี่ ๆ จะไม่พอใจน้องเล็กเสียแล้ว เผยเสวียนชำเลืองมองนางแกะเนื้อปลาให้เจ้าแฝด นางใส่ใจเจ้าแฝดมาก แต่ทว่าเขายังคงต้องจับตาดูนางต่อไป
ไป๋หยีเก็บชามไปล้างตามเดิม เหลือยามบ่ายที่นางว่างหลังจากที่รดน้ำแปลงผักแล้ว นางต้องขึ้นเขาไปหายาสมุนไพรดีกว่า ได้ยินว่าสมุนไพรเก่าล้ำค่ายิ่งนัก
ก่อนจะไปขึ้นภูเขายามบ่ายไป๋หยีแวะไปที่ห้องของเผยเสวียนบอกให้เขาดูแลสามแฝดให้ดี ๆ เผยเสวียนมองร่างบางเดินออกไป
เจ้าแฝดมองตามมารดาเช่นกัน นางไปล่าสัตว์ตอนเช้าแล้ว ตอนบ่ายยังไปหาสมุนไพรอีก มารดาตัวร้ายช่างขยันดีแท้ เจ้าแฝดพลันคิดในใจ คนเป็นบิดาก็คิดไม่ต่างจากเจ้าแฝด นางขยันมากจริง ๆ
ไป๋หยีเดินผ่านหน้าบ้านของแต่ละคน ทุกคนต้องตกใจเมื่อเช้านางก็เข้าป่าไปแล้วไม่ใช่รึ ยามบ่ายนางก็เข้าป่าอีก ไม่รู้ว่านางจะขยันไปไหน นี่คือชาวบ้านคิดเช่นนี้
ไป๋หยีเดินขึ้นมาบนหุบเขาแล้ว ในนิยายบอกว่าในป่ามีโสมพันปี กระนั้นไป๋หยีจึงค่อย ๆ ใช้ไม้เขี่ยใบไม้ เพราะหากนางใช้มือ นางก็กลัวสัตว์พิษที่ซ่อนอยู่ใต้ใบ้ไม้ฉกกัดเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น งู ตะขาบ อะไรหลาย ๆ อย่าง หากโดนกัดไปตายจะทำอย่างไรเล่า
ไม่นานนักนานนักนางก็เจอโสมพันปีเกิดบริเวณหน้าถ้ำ ไป๋หยีไม่รอช้ารีบเก็บใส่ตะกร้า
"ช่วยด้วย ช่วยด้วย" เสียงคนขอความช่วยเหลือฟากนั้น นางไม่รอช้ารีบตามเสียงคนตะโกนไป
พอมาถึงต้องพบว่ามีชายสองวัยกลางคน คนหนึ่งโดนธนูปักอกด้านขวา ส่วนอีกคนมิได้รับบาดเจ็บ
"แม่นางช่วยสหายข้าด้วย" หรวนฮาวมองแม่นางน้อยที่มีแต่ดวงตากลมโต ใบหน้านั้นปิดด้วยผ้าขาวบาง
"ท่านลุงท่านประคองเขาพิงต้นไม้ ข้าจะช่วยเขาเอง" ไป๋หยีเห็นคนป่วยนางต้องช่วยอยู่แล้ว ด้วยสัญชาติญาณความเป็นหมอทหาร มิอาจเห็นคนเจ็บตายต่อหน้าได้
หรวนเซียวมองแม่นางน้อยที่กำลังจะช่วยเขา ไม่คิดเลยว่าพวกเขาสองมาล่าสัตว์บนหุบเขา ต้องโดนคนมายิงธนูใส่เพราะคิดว่าพวกเขาเป็นสัตว์ป่า
ไป๋หยีอาศัยจังหวะที่หรวนฮาวเผลอหยิบยาฆ่าเชื้อจากกระเป๋าพิเศษ นางเห็นกระเป๋าใบนี้ได้คนเดียว ราดลงบนแผลแล้วค่อย ๆ ดึงลูกธนูออกมาจัดการเย็บบาดแผลให้เขา อีกทั้งให้เขากินยาเม็ดสีขาว ๆ ด้วน
"อย่าให้แผลโดนน้ำ" หรวนฮาวมองแม่นางน้อยผู้นี้ นางเป็นหมอรึ วิธีที่นางรักษานั้นไม่เหมือนผู้ใดจริง ๆ
"ขอบคุณท่านหมอเทวดา" หรวนฮาวกับหรวนเซียวเอ่ยขึ้นพร้อมกัน คนฟังทำสีหน้าเกร็ง ๆ พวกเขาถึงกับเรียกนางว่าหมอเทวดาเชียวรึ
"ไม่เป็นไรท่านลุง ท่านกลับไปนอนพักผ่อนดื่มยาที่ข้าให้" ไป๋หยีล้วงขวดยามอบให้ท่านลุง ยานี้คือยาแผนปัจจุบัน ยาแก้ปวดยาแก้อักเสบ
"ท่านหมอ ท่านอยู่หมู่บ้านใด" หรวนฮาวอยากรู้เขาจะได้ไปขอบคุณนางถูก
ไป๋หยียิ้มรับ พวกเขามองดวงตางามของนาง ดวงตานี้ราวกับพระแม่โพธิ์สัตว์กวนอิม
"หมู่บ้านสกุลเผย ข้าชื่อไป๋หยีเจ้าค่ะ" สองลุงนั้นกล่าวขอบคุณนางแล้วประคองกันเดินออกไป คาดว่าวันพรุ่ง เขาจะไปขอบคุณนางที่หมู่บ้านสกุลเผย
ไป๋หยีเดินฮัมเพลงจีนปัจจุบันอย่างอารมณ์ดีลงเขาไปอย่างช้า ๆ นางต้องเร่งฝีเท้าเสียหน่อย ประเดี๋ยวไปไม่ทันเตรียมอาหารเย็น
เมนูอาหารเย็นกุ้งเผาสามรสให้เจ้าแฝดกับสามีตาบอดรับประทาน ส่วนโสมพันปีคาดว่าวันพรุ่งนางถึงจะนำไปขายที่เมืองจิน
แค่คิดถึงเงินตำลึงมากองตรงหน้าไป๋หนีก็พลันอารมณ์ดีแล้ว นางหาเห็ดมาปกโสมไว้ท้ายตะกร้า หากชาวบ้านเห็นต้องอยากได้แน่นอนกันไว้ดีกว่าของหาย
ลูกอมติดคอลูกผู้ใหญ่บ้าน
ไป๋หยีเดินผ่านบ้านแผู้ใหญ่บ้านเผยเซียว นางก็ต้องตกใจเมื่อมีคนวิ่งไปทางบ้านผู้ใหญ่บ้านหลายคน
"แย่แล้ว เผยเม่ากินลูกกวาดติดคอไม่รู้จะตายไหม" ชาวบ้านวิ่งผ่านไป๋หยี นางไม่รอช้ารีบตามชาวบ้านพวกนั้นไป
ในเรือนผู้ใหญ่บ้านกอดบุตรชายไว้ เขาเพิ่งจะมามีลูกตอนแก่กับภรรยาของเขาอย่างว่านหง
"ลูกข้าฟื้นสิ" ว่านหงมองเผยเม่าที่หลับสนิทหลังจากกินลูกกวาดเเล้วชักลงไป
"ขอข้าดูหน่อย" ไป๋หยีสาวเท้าเข้ามากลางห้องพอดี ชาวบ้านต่างหลีกทางให้นาง
"นังตัวซวยอัปลักษณ์ คนอย่างเจ้าจะช่วยอะไรได้" ซิวหลันเป็นสตรีที่แอบชอบเผยเสวียน แต่ทว่าโดนไป๋หยีคาบไปรับประทานเสียก่อน กระนั้นทำให้นางแค้นใจไป๋หยี
"น้ำหน้าอย่างเจ้ารึรักษาคนเป็น เจ้าแฝดเจ้ายังไม่ใส่ใจเลย" เป็นเผยอันที่พูดออกมา ทำให้ชาวบ้านต่างวิจารณ์ต่าง ๆ นา ๆ
"หากไม่รีบช่วยไม่แน่ว่าเผยเม่าอาจจะตายได้" เพียงไป๋หยีเอ่ยขึ้น ภรรยาผู้ใหญ่บ้านรีบให้นางเข้ามารักษาบุตรชายทันที
"หุบปากพวกเจ้า ให้นางเข้ามา" ทุกคนต่างถอยให้กับไป๋หยี ว่านหงไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
ไป๋หยีรีบให้คนออกไปให้หมด นางรีบเอาที่คีบอุปกรณ์การแพทย์สมัยใหม่คีบลูกกวาดที่ติดคอออกมา เจ้าหนูคนนี้เกือบไปปรโลกเสียแล้ว
"เอานำลูกกวาดออกมาได้แล้ว" ไป๋หยีให้พวกเขาดูลูกกวาดบนฝ่ามือ ภรรยาผู้ใหญ่บ้านรีบวิ่งไปดูบุตรชาย
เผยเซียวซึ้งใจมากได้แต่เอ่ยของคุณไป๋หยี ชาวบ้านได้แต่มองไป๋หยีเสียใหม่ ทำให้ซิวหลันกับเผยอันต่างอิจฉาไป๋หยี กระนั้นพวกนางจึงรีบสาวเท้ากลับเรือนไป
ไป๋หยีในยามนี้ออกจากเรือนผู้ใหญ่บ้าน มุ่งหน้ามาที่เรือนของนางทันที
"ท่านพ่อนางกลับมาแล้ว" สามแฝดเห็นมารดาตัวร้ายกลับมาจึงเข้ามารายงานบิดา เผยเสวียนมองเจ้าแฝด
กระนั้นไม่นานนักผู้ใหญ่บ้านเดินถือตะกร้าไข่ไก่เข้ามาในห้องของเผยเสวียน
"ผู้ใหญ่บ้านนำไข่ไก่มาให้ข้าทำไม" เผยเสวียนถามเขาด้วยความสงสัย
"อาเสวียน ภรรยาเจ้าได้ช่วยบุตรชายข้าไว้ เผยเม่ากินลูกกวาดติดคอแต่นางทำให้เขาฟื้นขึ้นมาได้ รับไปเถอะ บ้านข้าเลี้ยงไก่เยอะ"
เผยเซียวอยากจะให้เงินแต่ติดที่ว่าเขาไม่มีมากพอ กระนั้นจึงมอบไข่ไก่เป็นการตอบแทน
เผยเสวียนรับไว้ จากนั้นมองผู้ใหญ่บ้านเดินออกไป เจ้าาแฝดได้ยินคำของผู้ใหญ่บ้านว่ามารดาช่วยเผยเม่ารอดพ้นจากความตาย ก็เลื่อมใสในตัวมารดาอย่างมาก เผยเสวียนไม่คิดว่านางจะมีความสามารถเช่นนี้
เจ้าตัวต้นเรื่องยังไม่รู้อะไร นางมองกุ้งเผาสีส้มที่สุกแล้วส่งกลิ่นหอม กระนั้นนางไม่ลืมเข้าไปในกระเป๋าพิเศษหาน้ำจิ้มสามรส เทใส่ชามของเผยเสวียน อีกทั้งยาต้มของเขาก็เคี่ยวได้ที่แล้ว
ไป๋หนียกสำรับเย็นพร้อมชามยามุ่งหน้าไปที่ห้องของเผยเสวียน
"กลิ่นอะไร" สามแฝดพลันเอ่ยขึ้นพร้อมกัน หันไปมองมารดาตัวร้ายยกถาดกุ้งเผาเข้ามา
ไป๋หยีวางจานกุ้งเผาไว้ที่โต๊ะกลม อีกทั้งยื่นชามยาให้สามี เผยเสวียนรับชามยา อีกทั้งจากกุ้งพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด
"ตะกร้าไข่"
"ผู้ใหญ่บ้านมาขอบคุณเจ้า" ไป๋หยีคิดว่าสามีคงรู้แล้ว จึงไม่ได้เอ่ยอันใดรีบนำไข่ไปเก็บไว้ในครัว
คล้อยหลังมารดาเจ้าแฝดสามคนมองกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ๆ เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น
"ข้าอยากกินแล้ว" เสี่ยวซานน้ำลายไหล
"ข้าด้วย" สองคนนั้นเอ่ยพร้อมกัน
"แม่จะแกะให้" ไป๋หยีเข้ามาพอดี นางนั่งลงตั่งเตี้ยแล้วแกะเปลือกกุ้งให้สามแฝด เผยเสวียนมองนางอย่างไม่กะพริบตา นางเป็นใครกันแน่ นางมาจากไหน
เผยเสวียนได้แต่คิด แต่ทว่ากุ้งนี้หอมมากกระนั้นเขาไม่รอช้ารีบกินกุ้งกับน้ำจิ้มรสเด็ด ไป๋หยีมองเปลือกกุ้งเต็มจานจากนั้นก็เก็บชามไปล้าง
เจ้าแฝดนอนเกลือกที่นอนกลิ้งไปมา เผยเสวียนบอกให้เจ้าแฝดนอนรอเขา
เผยเสวียนใช้ไม้เท้าคลำทางเขาจะไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ เพราะมิได้อาบหลายวันแล้ว รอให้เผยหานมาหา เกรงว่าพาภรรยาหนีออกจากบ้านไปหลบอีกหมู่บ้านหนึ่ง ช่างสงสารน้องสามของเขาจริง ๆ
ตุบ !!!
เสียงนี้ทำให้ไป๋หยีที่อยู่ในครัวรีบวิ่งออกมาดูพบว่าสามีเลื่อนล้ม
"ท่านจะไปไหน" นางรีบไปประคองเขา
ชายหนุ่มอ้ำอึ้งไม่รู้จะบอกนางดีรึไม่
เขาจะไปห้องเวจรึ ไป๋หยีขมวดคิ้ว
"ข้าจะอาบน้ำ"
"ข้าจะเตรียมน้ำอุ่นให้ท่าน รอประเดี๋ยว" ไป๋หยีรีบพาเขาไปนั่งที่หน้าลานเรือนเสียก่อน ส่วนนางเตรียมน้ำอุ่นให้เขา
ไม่นานนักนางก็มาประคองเขาเข้าไปในห้องอาบน้ำ
"ข้าจะรออยู่ด้านนอกแล้วกัน" เผยเสวียนเห็นนางออกไปแล้วก็โล่งอก ไม่นานนักเผยเสวียนก็อาบน้ำเสร็จ เห็นเขาเปิดประตูออกมาสภาพสวมชุดเดิม ไม่ได้วันพรุ่งนางจะเข้าไปในเมืองจินขายโสมจะต้องซื้อผ้ามาตัดให้พวกเขาสี่พ่อลูก
"ท่านเจ็บมากไหมล้มเมื่อกี้" หลังแทบหักเขาเจ็บจะตาย
"เจ็บ"
"คืนนี้ให้เจ้าแฝดนอนกับข้าแล้วกัน หากนอนกับท่านไปทับแผลท่านคงจะเจ็บน่าดู" เจ้าแฝดนอนดิ้นเพียงนี้ ร่างบิดาได้ช้ำตายพอดี
"ตกลง"
สามแฝดมองมารดาประคองบิดามาที่เตียงด้วยท่าทีฉงน
"พ่อเจ้าได้รับบาดเจ็บ เขาหกล้ม คืนนี้พวกเจ้าไปนอนกับแม่แล้วกัน"