Library

EN

Log In
Contents
Settings
บทที่ 10 เพื่อนใหม่
วันนี้เฉินลี่จูไปตรวจบัญชีที่หอไข่มุกเฟยเทียนแทนเหวินเฟยเทียน นางใช้เวลาตรวจดูบัญชีเหล่านั้นอยู่ครึ่งวันจึงได้วางมือ

"กำไรของเดือนนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วมากนับเท่าตัว"

ผู้ดูแลหอไข่มุกค้อมกายแล้วเอ่ยว่า

"เจ้าค่ะ เพราะไข่มุกสีชมพูที่นำเข้ามาทำเครื่องประดับ ทำให้ลูกค้าชื่นชอบมากจึงทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเจ้าค่ะ"

"ข้าคิดว่าคงเป็นเพราะเราได้ผู้คิดลวดลายเครื่องประดับคนใหม่ ข้าอยากไปเยี่ยมเขาสักหน่อย"

"เจ้าค่ะ แล้วคุณหนูจะไปวันไหนหรือเจ้าคะ"

"วันนี้เลย ได้หรือไม่"

นางยังไม่เคยพบหน้าช่างคิดลวดลายเครื่องประดับคนใหม่ เพราะเหวินเฟยเทียนเป็นผู้คัดเลือกเข้ามาด้วยตนเอง เขาจึงสั่งให้นางหาเวลาไปพบคนผู้นั้นสักครั้ง

"ข้าน้อยจะให้คนไปแจ้งคุณชายป๋อล่วงหน้าเจ้าค่ะ คนผู้นี้หากกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่คิดลวดลายเครื่องประดับชุดใหม่ปกติจะไม่พบผู้ใดแม้แต่คุณชายเหวินของพวกเรา"

เฉินลี่จูไม่ค่อยมีเวลามาก ทุกวันนี้ด้วยเรื่องการแข่งขันประกวดผ้าไหมที่เข้ามาถึง นางยังต้องไปที่เรือนผลิตผ้าไหมในทุกวัน เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้มีสิ่งใดผิดพลาด

นอกจากนั้นทุก ๆ สองหรือสามวันยังได้รับเทียบเชิญจากฮูหยินของท่านมหาเสนาบดีคลังเพื่อเข้าร่วมการชมงิ้วเป็นเพื่อนนาง

เฉินลี่จูทำงานหนักทุกวันรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจนร่างกายผ่ายผอมลงไปไม่น้อย ในช่วงกลางคืนทั้งยามเช้ายังต้องคอยปรนนิบัติเหวินเฟยเทียนไม่ขาด

เพราะเวลาน้อยเช่นนี้ เมื่อมีเวลาว่างจึงต้องรีบไปพบคนผู้นั้นตามที่เหวินเฟยเทียนเคยสั่งเอาไว้สักหน

"ไม่เป็นไร ข้าจะไปพบเขาเลย หากไม่ให้เข้าพบข้าก็จะไม่รบกวน"

"เจ้าค่ะ"

เฉินลี่จูย่อมเข้าใจในอารมณ์ของศิลปิน คนประเภทนี้ล้วนจะเก็บตัวไม่ค่อยยอมพบปะผู้ใด

เหวินเฟยเทียนจัดบ้านพักหรูหราที่ห่างไกลผู้คนให้เขาอยู่ มิหนำซ้ำก่อนเดินเข้าไปยังตัวเรือนนอนยังต้องผ่านป่าไผ่ที่ปลูกกันเสียงเอาไว้เป็นกำแพงหนาอีกหนึ่งชั้น

เฉินลี่จูเดินมาที่โถงอันเป็นที่วางสินค้า ผู้คนเข้ามาชมสินค้าที่เพิ่งคิดลวดลายใหม่คับคั่ง ทุกคนล้วนเป็นสตรีสูงศักดิ์เห็นได้ชัดว่าล้วนมีฐานะไม่น้อย

วันนี้มีสินค้าปิ่นปักผมระย้าประดับด้วยทับทิมล้ำค่า ที่คิดลวดลายมาใหม่เพิ่งเปิดขายวันแรก

แม้จะงดงามแต่ราคาสูงเกินเอื้อม แม้ลูกค้าของนางจะร่ำรวยแต่หลายคนก็ได้รับเงินเดือนอันจำกัดจึงทำให้ยอดขายไม่ค่อยดีนัก

เฉินลี่จูจึงสั่งให้เสี่ยวเฉียนเปลี่ยนเครื่องประดับให้นางเสียใหม่ เสี่ยวเฉียนไม่เข้าใจว่าไยคุณหนูจึงต้องเปลี่ยนเครื่องประดับด้วย

"ปิ่นปักผมระย้า คุณหนูเคยบอกว่าแม้จะงดงามแต่ก็เกะกะท่านนักนี่เจ้าคะ คุณหนูจึงไม่ชอบใส่"

เฉินลี่จูแย้มยิ้ม

"นายท่านสอนข้าว่า เครื่องประดับทุกชิ้นหากวางเฉย ๆ อาจไม่สามารถกระตุ้นความอยากของผู้อื่นได้ ทว่าหากได้คนที่เหมาะสมมาสวมใส่แล้วจะทำให้ของสิ่งนั้นดึงดูดผู้อื่นได้ทันที เจ้าว่าจะมีสิ่งใดเหมาะสมเกินไปกว่าข้าสวมใส่ให้พวกเขาดูเสียเองว่าเมื่อประดับอยู่บนศีรษะแล้วงดงามเพียงใด"

"อ้อ ที่แท้ท่านก็จะให้ตนเองเป็นแบบอย่างนี่เอง เสี่ยวเฉียนเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"

เฉินลี่จูเดินเข้าไปหลังฉากกั้น เสี่ยวเฉียนแจ้งผู้ดูแลหอไข่มุกว่าให้นำเครื่องประดับชุดนั้นมาให้นางชุดหนึ่งเพื่อเปลี่ยนให้คุณหนู

ว่ากันว่าคนงาม ไม่ว่าจะสวมสิ่งใดก็ล้วนน่าดูยิ่งนัก บัดนี้เฉินลี่จูที่มีเครื่องประดับทับทิมระย้าชุดนั้นประดับอยู่ที่ศีรษะยิ่งทำให้นางดูสูงส่งงดงามและโดดเด่นยิ่งนัก

"สินค้าถึงจะราคาแพงเพียงใด แต่หากมีผู้สวมใส่แล้วดูงดงามจนทำให้บุรุษเอ่ยชื่นชม ไม่ว่าสตรีใดก็ย่อมหน้ามืดยอมจ่ายไม่เงินเพื่อซื้อสิ่งนี้ ปิ่นระย้านี่ก็เช่นกัน เจ้าคอยดูเถิดข้าจะแสดงให้ดู"

วันนี้เฉินลี่จูสวมเสื้อคลุมกันลมสีชมพูเข้ม ตัดกันกับสีขาวของชุดตัวในงดงามนาง บนศีรษะเกล้าผมเป็นมวยสูง ปักปิ่นอัญมณีทับทิมระย้ายิ่งขับเน้นผิวหน้าขาวของนางให้งดงามประดุจเทพเซียนบนสวรรค์

เพียงนางปรากฏกายก็สร้างเสียงชื่นชมจากบุรุษที่อยู่ในหอไข่มุกได้อย่างพร้อมเพรียงกัน

"นี่มิใช่ผู้ช่วยหอการค้าเฟยเทียนหรือ งดงามยิ่งนัก ยิ่งปิ่นที่นางประดับบนศีรษะนั้นยิ่งทำให้ใบหน้าของนางงดงามเฉิดฉาย เพราะงามเช่นนี้เองท่านเจ้าของหอเฟยเทียนจึงหลงใหลนางและมีนางเพียงคนเดียว"

บุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกจากนั้นเสียงชื่นชมก็ดังขึ้นไม่ขาดปาก เฉินลี่จูแสร้งไม่ได้ยิน นางกล่าวทักทายลูกค้าที่เข้ามาในร้านอย่างนอบน้อม

นางยังเดินวนดูเครื่องประดับในร้านช้า ๆ ก่อนหนึ่งรอบ เพื่อเผยความงดงามของตนเอง ทักทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้มงดงามคนต่อคน กระทั่งสตรีเห็นรอยยิ้มนั้นยังตะลึงลานยังจ้องปิ่นระย้าบนศีรษะของนางไม่วางตา

สตรีผู้หนึ่งเอยขึ้นอย่างลืมตน

"ถ้าข้าสวมใส่ปิ่นนี่แล้วคงงดงามไม่แพ้ผู้ช่วยการค้าเฉินเป็นแน่ ปิ่นนั่นมีขายหรือไม่ราคาเท่าใด"

คนของหอไข่มุกเฟยเทียนรีบเข้าไปแนะนำสตรีนางนั้น

"เชิญคุณหนูด้านนี้เจ้าค่ะ มีปิ่นที่เหมือนกันและงดงามเหมาะสมกับคุณหนูยิ่งกว่านั้นเจ้าค่ะ"

เฉินลี่จูเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ยังแสร้งไม่ได้ยินต่อไป นางใช้เวลาอยู่ชั่วครู่จึงเดินออกจากหอไข่มุก เมื่อเข้ามาในรถม้านางจึงให้เสี่ยวเฉียนถอดเครื่องประดับออก

ผู้ดูแลหอย่อมตามออกมาส่ง เสี่ยวเฉียนจึงส่งเครื่องประดับคืนผู้ดูแลหอทันใด

เสียงอึกทึกเซ็งแซ่ดยังดังต่อเนื่องอยู่ภายในหอบัดนี้ล้วนถามหาเครื่องประดับที่เฉินลี่จูสวมใส่ ยิ่งรู้ว่ามีจำนวนจำกัดเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ยิ่งทำให้คนเกิดอาการเยื้อแย่งกันขึ้นมาทันใด

ปิ่นระย้าราคาแพงขายหมดภายในพริบตา ทั้งยังมีวางเงินมัดจำสั่งจองเพิ่มอีกนับไม่ถ้วน

ผู้ดูแลหอไข่มุกล่าวชื่นชม

"คุณหนูช่างเก่งกาจยิ่งนัก ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้คนมีเงินที่ขี้เหนียวเหล่านั้นควักเงินจ่ายได้ในพริบตา"

มุมปากของเฉินลี่จูยกโค้งขึ้นด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะสั่งให้คนขับรถม้าพานางไปยังเรือนของผู้คิดลวดลายเครื่องประดับคนใหม่ทันใด

รถม้าผ่านประตูเมืองออกมาแล้วและยังวิ่งหายเข้าไปในป่าที่มีเส้นทางขรุขระสายหนึ่ง ไม่นานก็ถึงเรือนหลังนั้น

"ช่างสมแล้วที่เป็นผู้ปลีกวิเวก คุณชายก็ช่างจัดหาเรือนให้คนผู้นี้อยู่ได้ไกลยิ่ง ข้าเกือบจะอาเจียนออกมาเพราะวิงเวียนแล้วเจ้าค่ะ"

เสี่ยวเฉียนบ่นเบา ๆ กลายเป็นว่ายามนี้เป็นเฉินลี่จูที่ประคองสาวใช้ให้ลงจากรถม้า

"หากเจ้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย นั่งรอข้าที่นี่ ข้าไปพบเขาชั่วครู่ก็ออกมาแล้ว"

เสี่ยวเฉียนเดินไม่ไหวจึงปล่อยให้คุณหนูของตนพร้อมกับผู้คุ้มกันทั้งสองเข้าไปในเรือนหลังนั้นโดยไม่มีนาง

บ่าวรับใช้รีบออกมาต้อนรับ เพราะเป็นคนของหอการค้าเฟยเทียนจึงรู้จักเฉินลี่จูเป็นอย่างดี

"คุณหนูมาพบคุณชายป๋อหรือขอรับ"

"ใช่ เจ้าช่วยไปบอกคุณชายว่าข้ามาขอพบ"

"ยามนี้คุณชายไปวาดรูปที่แม่น้ำด้านหลัง ไม่ได้อยู่ในเรือนขอรับ"

"แม่น้ำหรือ อยู่ที่ไหน"

"เดินไปตรงทางเล็ก ๆ นี่ใช้เวลาประมาณหนึ่งก้านธูปก็จะเห็นแม่น้ำแล้วขอรับ"

เฉินลี่จูจึงถือวิสาสะเดินไปพบเขาโดยไม่ต้องให้บ่าวไปแจ้ง

นางเดินนำหน้าโดยมีผู้คุ้มกันทั้งสองเดินตามห่าง ๆ กระทั่งรู้สึกว่ามีเหงื่อซึมที่หน้าผากเล็กน้อยก็มาถึงแม่น้ำสายเล็กสายหนึ่ง

นางพบบุรุษผู้หนึ่งในอาภรณ์สีขาวสะอาด กำลังนั่งแต่งแต้มกระดาษเปล่าจนเกิดเป็นภาพวาดทิวทัศน์งดงามเสมือนจริงยิ่งนัก

นางเดินเข้าไปใกล้เขามากยิ่งขึ้น กระแอมให้เขารู้ตัวแล้วยอบกายคารวะอย่างนอบน้อม

พื้นฐานเดิมของคุณชายผู้นี้ดีไม่ใช่น้อยเขามาจากมณฑลจิ่วโจวที่อยู่แดนเหนือ

บิดาเป็นตระกูลบัณฑิตที่เปิดสำนักศึกษาเป็นของตนเอง กล่าวกันว่าบิดาของเขาคือราชครูแห่งยุคที่ฝ่าบาทหลายแคว้นให้ความนับถือ

ส่วนมารดาก็เป็นบุตรสาวของขุนนางผู้หนึ่งฐานะทางบ้านของทั้งบิดามารดานั้นนับว่าเป็นเศรษฐีมาหลายชั่วอายุคน

ทว่าเขากลับไม่ชื่นชอบการสอนหนังสือ สิ่งที่เขาชอบก็คือการคิดลวดลายเครื่องประดับฝึกฝนฝีมือกับปรมาจารย์ด้านการคิดลวดลายมาตั้งแต่ยังเยาว์

บัดนี้อาจารย์ของเขาได้จากไปแล้วป๋อไฉจึงเป็นมือหนึ่งในใต้หล้า ด้วยพื้นฐานของทางบ้านที่ไม่ธรรมดาเขาจึงทั้งเย่อหยิ่งและถือตนเงินทองไม่อาจซื้อใจให้เขาร่วมงานได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับป๋อไฉก็คือ คน หากคนผู้นั้นถูกใจเขาต่อให้ไม่มีเงินจ่ายเขาก็ยินดีช่วยเหลือ

ชื่อเสียงของเขาย่อมเป็นที่กล่าวขาน กระทั่งเข้าหูของเหวินเฟยเทียน หลายเดือนก่อนเหวินเฟยเทียนถึงกับยอมไปพบเขาด้วยตนเอง

คนสองคนมิได้สนทนาเรื่องผลประโยชน์การตอบแทน เหวินเฟยเทียนเมื่อไปพบเขาก็เพียงถามไถ่ดนตรี กับเขาเท่านั้น

ป๋อไฉมีชื่อเสียงด้านการเปล่าขลุ่ย ในขณะที่เหวินเฟยเทียนชอบเล่นฉินนี่นับเป็นครั้งแรกที่มีคนมาพบเขาแล้วมิได้พูดคุยถึงเรื่องการติดต่อค้าขาย

ป๋อไฉยามนั้นรู้สึกประหลาดใจและคิดว่าเหวินเฟยเทียนผู้นี้ช่างฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างยิ่งเขาจึงรับคำขอของเหวินเฟยเทียน

แรกเริ่มเดิมทีคนทั้งสองคงคิดจะเล่นดนตรีตอบโต้กันเพียงแค่ไม่กี่บทเพลงเท่านั้น ทว่าจากเมื่อเริ่มบรรเลงบทเพลงแรกในยามสายของวันนั้นคนทั้งสองก็ไม่อาจหยุดประชันกันได้

เนิ่นนานกระทั่งพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงสู่พื้นดินพวกเขาก็ยังไม่วางมือ

เสียงเล่าลือกล่าวขานดังไปทั่ว ว่าคุณชายรูปงามดุจเทพเซียนทั้งสองประลองดนตรีกันที่หอหลงหยาอันเป็นหอสูงของมณฑลจิ่วโจวอยู่หลายชั่วยามโดยไม่กินไม่ดื่ม

ยามนั้นไม่ได้รู้ผลแพ้ชนะนอกจากเสียงดนตรีอันไพเราะเสนาะหูประดุจเสียงเพลงพิณจากสวรรค์ที่ดังก้องไปทั่วแผ่นดิน และหลังจากวันนั้นเหวินเฟยเทียนก็เดินทางกลับมาที่เมืองหลวงอีกหนึ่งเดือนให้หลังก็พบว่าป๋อไฉได้ตอบรับคำเชิญของเขาและติดตามมาที่เมืองหลวงแล้ว

เรื่องราวระหว่างป๋อไฉและเหวินเฟยเทียนบัดนี้จึงกลายเป็นเรื่องเล่าขานและยังมีหลายคนนำมาดัดแปลงเป็นนิทานพื้นบ้านได้อย่างน่าตกใจ

เพราะคนเล่านิทานได้แต่งเติมเพิ่มความรักลึกซึ้งของทั้งสองคนเข้าไปในนิทานเรื่องนั้นได้อย่างลงตัว ที่ตกใจก็เพราะแทนที่จะแต่งให้เป็นนิยายรักชายหญิง กลับกลายเป็นนิยายรักชายชายซึ่งได้ข่าวว่าขายดีจนคัดลอกไม่ทัน

ป๋อไฉหันหน้ามามองนางมือของเขายังถือพู่กันค้าง สองคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ใบหน้าของเขาขาวราวกับทาแป้ง ริมฝีปากสีแดงสด โครงหน้าอ่อนหวานค่อนข้างงามคล้ายใบหน้าของสตรี รูปร่างสูงโปร่งไหล่หลังยืดตรง

ด้วยรูปร่างหน้าตาดั่งเซียนนี้ช่างเข้ากันกับอาภรณ์ชุดขาวปักลวดลายวิหคเหินด้วยไหมเงินไหมทองเป็นอย่างยิ่ง

ป๋อไฉเพ่งพินิจมองนางอย่างตะลึงพรึงเพริด ทั้งยังรู้สึกว่าวิญญาณของตนเองแทบจะหลุดจากร่างถึงกับต้องยืนนิ่งมองนางร่างกายแข็งค้างโดยไม่อาจถอนสายตาได้

ทว่าอาการนั้นก็บังเกิดกับเขาเพียงชั่วครู่ แววตาคู่นั้นจึงกลับมาเป็นปกติก่อนจะหันไปวาดภาพต่อด้วยสีหน้าราบเรียบ

"ข้าไม่รับแขก เชิญแม่นางกลับไปเถิด"

เฉินลี่จูรู้มาว่า ด้วยรูปโฉมเหนือบุรุษอื่นของเขา จึงมีคุณหนูมากมายที่มักมารบกวนที่นี่เป็นประจำ เขาคงคิดว่านางคือหนึ่งในคุณหนูที่คิดมาตามตื๊อเขาเป็นแน่

เฉินลี่จูยิ้มเล็กน้อย สุ้มเสียงหวานใสดึงให้คนฟังสนใจได้อย่างง่ายดาย

"ข้าน้อยคือ เฉินลี่จูผู้ช่วยการค้าของหอเฟยเทยเทียน วันนี้ตั้งใจจะมาแนะนำตนเองกับคุณชาย และหวังจะดื่มชากับท่านสักจอก แต่ลี่จูเสียมารยาทแล้วที่ไม่ได้ให้คนมาแจ้งก่อน ในเมื่อท่านไม่สะดวกเช่นนั้นลี่จูก็ขอลาเจ้าค่ะ"

มือเรียวขาวของเขาหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามามองนางอีกคราหนึ่ง

"ช้าก่อน แม่นางคือคุณหนูเฉินลี่จู ผู้ช่วยการค้าของคุณชายเหวินหรอกหรือ"
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 11 นางย่อมไม่คิดไปที่ใด
เฉินลี่จูพยักหน้า "เจ้าค่ะ เป็นข้าเอง" เมื่อรู้ว่านางเป็นผู้ใด เขาเองก็ไม่อาจเสียมารยาทได้ สีหน้าของเขาคลายความตึงเครียดลงมาทันใด ก่อนจะยิ้มให้นางแล
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 12 ร่วมรัก
เขาดึงร่างเปลือยของนางเข้ามากอด จากนั้นจึงดันปลายคางของนางขึ้นเพื่อรองรับริมฝีปากของเขาที่ตะโบมจูบลงมา กลิ่นสุราที่อยู่ในปากของเขายิ่งเข้มข้นขึ้น นาง
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 13 ถูกหมายตา
ป๋อไฉที่ปกติเพียงแต่คิดลวดลายเครื่องประดับ ยังยินยอมวาดลวดลายคิดลวดลายผ้าไหมให้เหวินเฟยเทียนเพราะได้เฉินลี่จูช่วยเกลี้ยกล่อม ลวดลายที่ป๋อไฉคิดนั้นทำใ
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 14 ไม่มีสิทธิ์
ระหว่างทางกลับจวนเฉินลี่จูเอาแต่นิ่งเงียบและนั่งก้มหน้า เหวินเฟยเทียนดื่มสุรากับคุณหนูสามไปไม่น้อยจึงทำให้ดวงตาของเขาแดงก่ำและยังรู้สึกว่าเมาอยู่บ้าง
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 15 ไร้ค่า
ระหว่างที่เฉินลี่จูดื่มสุรากับป๋อไฉอยู่ในห้องนั้น ผู้คุ้มกันที่เฝ้าอยู่หน้าห้องของนางผู้หนึ่งของนางก็เข้ามารายงาน "คุณหนูบัดนี้คุณชายอยู่ห้องทิศตะวัน
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 16 โชคชะตา
ในตอนที่เป็นเด็กเฉินลี่จูไม่เคยรู้ว่ามารดาของนางแท้จริงเป็นผู้ใด ทว่าเมื่อโตขึ้นหลังจากที่สูญเสียมารดาไป ท่านยายก็ได้เล่าความจริงให้นางฟัง ฐานะเดิมขอ
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 17 ไม่ไว้ใจ
ออกแรงวิ่งเร็วกระทั่งรู้สึกว่าตนเองกำลังจะเหาะได้ นางวิ่งหนีไม่คิดชีวิตออกจากหมู่บ้านขอทานและคิดจะไปขอความช่วยเหลือจากทหารที่เฝ้าประตูเมือง และแล้วโ
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 18 ผู้ชนะ
วันแข่งขันประกวดผ้าไหม ตำหนักไท่ฮั่ว วังหลวง หอการค้าทั้งหกต่างนั่งประจำตำแหน่งอย่างพร้อมเพรียงกัน เฉินลี่จูนั่งอยู่ด้านหลังของเหวินเฟยเทียนเพื่อรอเว
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 19 น้อยเนื้อต่ำใจ
หลังจากวันที่หอการค้าเฟยเทียนสามารถคว้าชัยชนะในการประกวดผ้าไหมของวังหลวงมาได้ก็ดูเหมือนว่าเหวินเฟยเทียนจะกลายเป็นแขกประจำของจวนเจ้ากรมการค้าไปแล้ว อี
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 20 รั้งเอาไว้
เฉินลี่จูสูดลมหายใจลึกแล้วพ่นยาวออกมา ซุนซื่อเห็นเฉินลี่จูมีถาดถ้วยน้ำแกงอยู่ในมือจึงคิดรังแก ด้วยความรวดเร็วซุนซื่อจึกยกชามน้ำแกงนั้นขึ้นมาหมายจะสาด
Latest Chapters
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 44 อยู่กับพี่ตลอดไป ตอนจบ
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 43 ไปไหว้พระ
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 42 พี่ชายคอยปกป้อง
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 41 ปกป้องครอบครัว
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 40 ยากลำบาก
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 39 เรื่องไม่คาดฝัน
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 38 ท่านพ่อตื่นเร็วเข้า
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 37 ท่านพ่อมาหาอาหลีแล้ว
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 36 ห้ามตายเด็ดขาด
ผู้ช่วยมือหนึ่งของท่านพ่อ บทที่ 35 ยอมตาย