Library

EN

Log In
Home > พ่ายรักเชลยสาว > บทที่ 1. สองตำลึง
Contents
Settings
พ่ายรักเชลยสาว
บทที่ 1. สองตำลึง
แนะนำตัวละคร

ฟู่เซียงเซียง : บุตรสาวภรรยาเอกของเสนาบดีกรมพิธีการฟู่เจี้ยนกั๋ว อาศัยในแคว้นสือเจ้า สนใจวิชาแพทย์ปรารถนาจะเป็นหมอหญิง

ฟู่ซินอี๋ : บุตรสาวภรรยารองของเสนาบดีกรมพิธีการฟู่เจี้ยนกั๋ว มีศักดิ์เป็นน้องสาวฟู่เซียงเซียง

แม่นมหวงเจียอี : แม่นมที่เลี้ยงดูฟู่เซียงเซียงตั้งแต่แบะเบาะ รักและเอ็นดูฟู่เซียงเซียงดุจลูกในไส้

จางลี่ : สาวใช้ขาพิการ ที่ฟู่เซียงเซียงซื้อตัวมา

อี้เฉิน : ทาสหนุ่มที่ฟู๋เซียงเซียงซื้อตัวมา

ฉินตงหยาง : ไต๋อ๋องแห่งแคว้นฉิน

ชีอันฟาน : คนสนิทของไต๋อ๋อง

ราวกับถูกสายตาคู่หนึ่งดึงดูดไว้ทำให้เด็กสาวที่แต่งกายด้วยชุดของเด็กชายที่ใหญ่เกินตัว ดวงตาเป็นประกายจ้องมองชายหนุ่มที่สภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าดูไม่ออกว่าสีเดิมเป็นสีอะไร ผมเผ้ารุงรังเกรอะกรังไม่น่ามอง ตามเนื้อตัวดูท่าจะมีแผลฟกช้ำห้อเลือดอยู่ไม่น้อย ริมฝีปากที่เม้มแน่นแต่เห็นได้ชัดว่าเขียวคล้ำ คงมีเพียงแววตาที่แข็งกร้าวที่บ่งบอกว่ายังมีชีวิต

"สิบตำลึง...สิบตำลึงเท่านั้น"

"สิบตำลึง!" เด็กสาวร้องเสียงหลงแต่ทำให้หลายคนหันมามอง นิ้วเรียวชี้ไปยังทาสหนุ่มที่ถูกกระชากให้ลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายสูงใหญ่แต่สภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย

"น้องชาย...นี่ไม่ใช่ที่ๆเด็กๆอย่างเจ้าจะมาเดินเล่น" นายหน้าค้าทาสพูดอย่างดูแคลน

"สภาพนี้สิบอีแปะก็นับว่าแพงไปแล้ว" นางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและไม่มีท่าทีหวาดกลัวแต่อย่างใด ดวงตางดงามกวาดตามองทาสหนุ่มเบื้องหน้าแล้วส่ายหน้าไปมา "เนื้อตัวเป็นจ้ำเลือด ปากก็เขียวคล้ำ กลิ่นก็เหมือนเน่าราวซากศพ เอาคนผู้นี้ไปควรให้ค่าทำศพไปด้วยถึงจะถูก"

"เจ้า!" นายหน้าถึงกับตวาดอย่างลืมตัว ผู้คนที่ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเด็กสาวเอ่ยออกมา

"ยืนห่างขนาดนี้ยังได้กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพจริงๆ เอาไปทำอะไรได้" ใครคนหนึ่งพึมพำแล้วยกมือโบกไปมาไล่กลิ่นเหม็นที่โชยมาแตะปลายจมูก

"สภาพนี้ยังขายตั้งสิบตำลึง เกินไปแล้ว"

เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้น นายหน้าค้าทาสเริ่มหน้าเปลี่ยนสี เด็กหญิงยังสบตากับดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นแล้วยกมือขึ้น

"สองตำลึง"

"อะไรนะ!" นายหน้าคนเดิมผงะไป

"ข้าซื้อชายคนนี้สองตำลึง" นางกล่าวย้ำ "ไม่มีต่อรอง"

ชายร่างท้วมกัดฟันกรอด แต่หันไปมองทาสที่ตนได้มาก็ได้แต่หัวเสีย ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ได้เงินมาในมือดีกว่าขายไม่ได้แล้วยังต้องหาที่ทิ้งศพอีก

"ได้! ขายสองตำลึง"

เด็กสาวลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วเดินตามไปด้านหลังเพื่อรับสัญญาทาส ทว่าทาสที่ซื้อมาไม่มีแรงเดินด้วยซ้ำ ชายฉกรรจ์สองคนหิ้วปีกลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงมากองที่พื้นแทบเท้านาง เด็กสาวชักเท้าไม่ทัน ใบหน้าของเขาจึงแทบซบกับรองเท้า เด็กสาวย่อตัวลงแล้วกระซิบเบาๆ

"อดทนมาได้ถึงเวลานี้แล้วก็อดทนอีกนิดเถอะนะ อย่างไรก็มีชีวิตให้คุ้มค่าเงินสองตำลึงของข้าหน่อย"

ดวงตาคมปลาบดุจสัตว์ป่าจ้องมองเหมือนอยากจะฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ เด็กสาวผงะไปเล็กน้อย และฝืนยิ้มออกมา ทำใจแข็งแล้วลุกขึ้นยืนเดินไปจ้างรถม้ามาพาทาสหนุ่มผู้นี้กลับเรือน

หญิงวัยกลางผู้นั้นคือแม่นมหวง หรือนางหวงเจียอีกับสาวใช้ขาขวาพิการลีบเล็กชื่อจางลี่ ทั้งสองกำลังตากสมุนไพรอยู่ที่ลานกว้าง เสียงรถม้าหยุดนิ่งที่ประตูด้านข้างของเรือน ทำให้ทั้งสองหันไปมอง แล้วก็เป็นแม่นมหวงที่รีบเข้าไปหาคุณหนูของบ้านที่กำลังประคองร่างใหญ่โตของบุรุษผู้หนึ่ง ไหล่ข้างหนึ่งสะพายล่วมยาที่แทบจะหล่นจากบ่าแล้ว

"คุณหนู!"

"เร็ว...มาช่วยข้าหน่อย" เด็กสาวพูดเสียงสั่น คนขับรถม้าก็ไม่ยอมช่วยนาง นางจำใจต้องประคองร่างที่แทบไร้แรงเดินเข้ามาเพียงลำพัง ทั้งแม่นมและสาวใช้รีบเข้าไปช่วยพยุงแล้วพาชายแปลกหน้าไปนอนแผ่หลาที่กลางเรือน

"คุณหนูพาซากอะไรเข้ามาในเรือนเจ้าคะ"

"พูดจาดีๆหน่อย เขายังมีชีวิตอยู่ ใช่ไหมเจ้าคะคุณหนู" แม่นมหวงอดดุสาวใช้ไม่ได้

"อืม" เด็กสาวรับคำในลำคอ ดูจากบาดแผลแล้วเจ็บไม่น้อยแต่ไม่ปริปากส่งเสียงร้องสักคำ หรือว่าจะเป็นใบ้กันนะ นางเหลือบตามองก็เห็นดวงตาดุดันจ้องมอง หากไม่เพราะไร้เรี่ยวแรงคงต่อต้านสุดกำลังไปแล้ว

"แม่นมช่วยเตรียมน้ำร้อนให้ข้าด้วย จางลี่ไปเตรียมผ้าสะอาดมา"

"เจ้าค่ะ" ทั้งสองประสานเสียงตอบพร้อมกันแล้วหมุนตัวไปทำตามที่เด็กสาวสั่งทันที

มือเรียวเล็กหยิบกรรไกรออกมาจากล่วมยาแล้วเอ่ยขึ้น "ข้าจะทำแผลให้ แต่ข้าเองก็ไม่ใช่หมอไม่รู้จะรักษาได้แค่ไหน ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าก็แล้วกัน"

มือเรียวเล็กใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าของเขาออก อาจเพราะเลือดแห้งเกราะกรังทำให้นางต้องระวังมากยิ่งขึ้น ดวงตาคู่นั้นทำได้เพียงแค่จ้องเขม็งจนนางนึกอยากใช้มือปิดดวงตาคู่นั้นเสีย แต่ถ้าทำเช่นนั้นคงไม่เหลือมือไว้ทำแผลให้เขา

"นั้น....นั้น..." จางลี่ที่เดินกลับเข้ามาพร้อมผ้าสะอาดถึงกับใบหน้าไร้สีเลือด นางไม่เคยเห็นบาดแผลมากมายขนาดนี้มาก่อน

"เอาผ้าวางไว้ตรงนี้แล้วไปยกน้ำอุ่นมา"

"เจ้าค่ะ" จางลี่รีบหมุนตัวกลับไปทันที เพียงไม่กี่อึดใจนางก็วิ่งกลับมาพร้อมอ่างน้ำอุ่นวางใกล้มือเด็กสาว

"ไปเอามาอีก"

"เจ้าค่ะ"

เจ้าของร่างเล็กล้างมือเรียบร้อยแล้วจึงลงมือใช้ผ้าชุบน้ำค่อยๆ เช็ดไปตามเนื้อตัวเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยบาดแผล หากเป็นคนทั่วไปคงสิ้นชีพไปแล้ว แต่เขายังมีลมหายใจอยู่ นางเองไม่มั่นใจในฝีมือของตนนัก แต่ท่านหมอจูก็ไม่อยู่ จะไปโรงหมออื่นก็ไม่สนิทสนมคุ้นเคยพอจะฝากคนเจ็บที่ไม่มีเงินรักษาได้ และเงินที่นางมีอยู่ก็ซื้อตัวทาสผู้นี้ไปหมดแล้ว

ใครเลยจะรู้ว่าคุณหนูฟู่เซียงเซียง บุตรสาวภรรยาเอกของเสนาบดีกรมพิธีการฟู่เจี้ยนกั๋วจะตกอับถึงเพียงนี้ เรือนของนางอยู่ด้านหลังไกลหูตาผู้คน ข่าวเล่าลือไปว่านางเจ็บป่วยเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในจวน ทว่าในความจริงนั้นตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง ความเป็นอยู่ของนางแทบไม่ต่างจากสาวใช้ แต่ยังดีที่มีแม่นมหวงและจางลี่อยู่คอยดูแลนาง ทำให้ชีวิตเด็กสาววัยสิบสี่อย่างนางไม่ลำบากจนเกินไปนัก

อ่างน้ำถูกเปลี่ยนน้ำครั้งแล้วครั้งแล้ว ร่างกายที่เคยเต็มไปด้วยคราบสกปรกเผยให้เห็นผิวกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำ สิ่งที่เด็กสาวเป็นกังวลที่สุดคือบาดแผลที่ด้านหลังของเขา คล้ายมีหัวลูกศรยังฝังอยู่

"ข้าต้องกรีดแผลเพื่อเอาหัวลูกศรนี้ออก" นางพูดกับแม่นมหวงและจางลี่ "หาผ้าให้เขากัดไว้"

จางลี่ที่กล้าๆ กลัวๆ ข่มใจหยิบผ้าผืนหนึ่งที่พับหลายทบจนกลายเป็นก้อนหนาพอจะยัดใส่ปากของชายผู้นี้ แต่เพราะดวงตาที่จ้องเขม็งทำให้ไม่กล้าเข้าใกล้ ฟู่เซียงเซียงเตรียมอุปกรณ์ทำแผลเสร็จแล้วแต่ไม่เห็นจางลี่เอาผ้าใส่ปากคนเจ็บ นางจึงเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม จางลี่ได้แต่หดคอเหมือนเต่าตัวน้อย เด็กสาวที่มีความรู้การรักษาไม่มากนักส่ายหน้าไปมาแล้วหยิบผ้ายัดใส่ปากคนเจ็บด้วยตนเอง

เพราะบ้านใหญ่แทบไม่ให้เงินใช้ ข้าวปลาอาหารก็ส่งมาไม่พอกิน เสื้อผ้าอาภรณ์ไม่ต้องกล่าวถึง นางจำเป็นต้องหาเงินเลี้ยงตัวและคนในเรือนหลังน้อยแห่งนี้ ด้วยความเป็นคนหัวไว และอ่านออกเขียนคล่อง อายุเพียงสิบเอ็ดปีนางก็แอบรับจ้างคัดลอกตำราให้ร้านขายหนังสือแห่งหนึ่ง ประจวบกับตัวนางเคยเจ็บป่วยหนัก บิดาไม่แลเหลียว แม่นมหวงลอบไปเชิญหมอมาตรวจรักษานางทำให้ได้รู้จักกับได้ท่านหมอจูซีห่าว หลังจากหายดีนางจึงขอทำงานกับท่านหมอจู เรียนรู้วิชาแพทย์และคัดลอกตำราแพทย์ไปพร้อมกัน
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 2. หมอหญิง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กสาวรักษาคน แต่เป็นครั้งแรกที่นางซื้อคนมารักษา เงินสองตำลึงนั้นก็เพิ่งได้จากการรักษาฮูหยินท่านหนึ่ง เพราะเป็นสตรีจะพูดคุยกับหมอ
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 3.ทาสหนุ่ม
สายลมพัดผ่านพาแสงเทียนวูบไหว ฟู่เซียงเซียงเงยหน้าขึ้นจากการคัดลอกตำราแล้วกวาดตามองไปรอบๆ เสียงแมลงกลางคืนเงียบไปตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ นางนั่งทำงานเพลิน
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 4.ข้าแค่ซื้อสุนัขมาเลี้ยง
เสียงการเคลื่อนไหวในครัวทำให้รู้ว่าคนในเรือนตื่นนอนกันแล้ว หากไม่ใช่เพราะบาดเจ็บหนักเขาคงลุกขึ้นมาฝึกเพลงยุทธ์เช่นที่เคยทำมา ทว่าการตื่นมาท่ามกลางเสีย
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 5. ของที่ระลึก
แม่นมหวงและจางลี่ลอบมองไปยังทาสหนุ่ม ทว่าเขายังมีสีหน้าเรียบนิ่งราวกับฟังถ้อยคำเหล่านั้นไม่เข้าใจ "ว่าแต่คุณหนูรองสกุลฟู่มาเรือนท้ายจวนด้วยธุระอันใดร
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 6. ดูอย่างไรก็รู้ว่าเป็นสตรี
'ข้าควรดีใจหรือไม่ที่มีค่าตัวถึงสองตำลึง' แต่ปลายนิ้วที่ป้ายเนื้อยามาทาแผลให้เขานั้น ทำให้ชายหนุ่มยอมทำตัวโง่งมเพื่อให้นางทำทายาด้วยรอยยิ้มภูมิใจในคว
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 7. เจ้าเป็นคนของข้า
"คนผู้นี้พูดไม่ได้" ท่านหมอจูเอ่ยกับลูกศิษย์ และอธิบายกับทาสหนุ่ม "นางมักซุ่มซ่ามอยู่เสมอ หากคราวหน้านางหกล้ม เจ้าก็ประคองไหล่นางไว้ ไม่ใช่กอดเอวนางเ
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 8. ไม่สนใจ
'เข้าใจอะไรกัน พูดเองเออเองเอาทั้งนั้น' ร่างเล็กหมุนตัวกลับ ก้าวเดินได้เพียงสองก้าวก็ถูกเสียงหนึ่งเรียกไว้ ฟู่เซียงเซียงหันไปมองเจ้าของมือขาวผ่องกวัก
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 9.จะไปแล้วหรือ?
เหล่าชายฉกรรจ์ในชุดดำคุกเข่าลงเบื้องหน้าบุรุษหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งภายใต้จันทร์เสี้ยว แม้สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่ไม่อาจกลบรัศมีความน่าเกรงขามได้เลย เพียงก
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 10. ทำปากเก่งให้ตลอดเถอะ
พูดจบร่างเล็กในชุดสีแดงสดก็หมุนตัวเดินเร็วๆ จากไปพร้อมกับสาวใช้ที่ติดตามมาด้วย ฟู่เซียงเซียงโคลงศีรษะไปมา สองมือปลดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินไปล้างมือ "คุ
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 11. สองปีต่อมา ...
"ข้า..." เรื่องในบ้านของนางคนนอกย่อมไม่รู้ หากไม่ใช่เรื่องสำคัญจริงๆ จูลี่เฉี่ยวคงไม่เดินทางมาพบนางด้วยตนเอง นางซาบซึ้งในความหวังดีของเขา แต่เรื่องแ
Latest Chapters
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 32.ผ่านพ้นเคราะห์กรรม
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 31. รักษานาง!
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 30. พิษเจ็ดนิทรา
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 29. เข้าหอ
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 28. วิวาห์
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 27. ข้าไม่เคยเช็ดน้ำตาให้ใครมาก่อน
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 26. โอบกอด
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 25. ความสุขของนางข้ารับผิดชอบเอง
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 24. ข้าไม่มีสิทธิ์รอท่านรึ?
พ่ายรักเชลยสาว บทที่ 23. คนที่จริงใจ