Library

EN

Log In
Contents
Settings
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว
1. ไม่ได้ดั่งใจ
ค่ำคืนนี้ช่างเหน็บหนาวนัก ทว่ามันยังไม่เท่าใจของสตรีนางหนึ่ง มือเล็กพยายามยกขึ้นด้วยอาการสั่นเทา เปิดบานหน้าต่างที่ไม่ได้ใส่กลอนออก แสงไฟด้านในเล็ดลอดออกมา ส่องกระทบกับดวงตาสวยที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำใส มันล่วงแหมะลงมาไม่ขาดสาย เมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของสามีกำลังกอดก่ายอยู่กับน้องสาวของตนบนเตียงกว้างในคืนเข้าหอของทั้งคู่

มันไม่ควรต้องเป็นเช่นนี้

ใจร้าย! ใจร้ายยิ่งนัก

"อ๊า…ท่านพี่...อื้อ…ข้าเสียว" เสียงคนด้านในครางออกมา พร้อมกับกอดร่างแกร่งไว้อย่างแนบชิด

"ชอบมิใช่หรือที่ข้าอยู่บนตัวเจ้าเยี่ยงนี้…ฮึ่ม…ข้าจะกระแทกให้ลุกไม่ขึ้น เอาให้สมใจอยากของเจ้าเลย" เสียงรอดไรฟันเปล่งดังลั่นห้อง พร้อมกับอัดเอวสอบของตนลงกระแทกใส่หว่างขาที่อ้ารอราวกับจะลงโทษเสียอย่างนั้น

ทว่าคนด้านนอกที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างกลับรู้สึกต่างออกไป

"ฮูหยินอย่าดูเลยนะเจ้าคะ" เสียงเตือนของสาวใช้ดึงสติให้นางหันหนีจากภาพตรงหน้า ซึ่งมันทำให้ใจเจ็บยิ่งนัก

"เพราะข้าไม่อาจมีบุตรให้เขาได้ เขาจึงไม่ไยดีความรู้สึกข้าใช่หรือไม่ ข้ามันคนขี้โรคอ่อนแอสินะ" ต่อว่าตนเองที่ไม่อาจร่วมหอกับบุรุษอันเป็นที่รักได้ แม้มู่เฟยเฟยจะรู้ว่าเขาไม่ได้มีใจให้นางแต่แรกก็เถอะ ทว่าเห่ยฟางก็ยังดูแล แม้จะไม่ดีเท่าใดนัก เพราะเขาจะพูดดีด้วยแค่ยามอยากได้บางสิ่งเท่านั้น

"ฮูหยินอย่าโทษตนเองเลยนะเจ้าคะ ต่อให้ท่านมีบุตรได้ อย่างไรเสียคุณชายก็ต้องแต่งอนุคนอื่นเข้ามาอยู่ดี แม้แต่บิดาท่านที่รักท่านหญิงมากยังต้องรับอนุเข้ามาเสริมบารมีให้ตนเลย" สาวใช้วัยสิบหกเตือนสติให้รู้ว่าอย่างไรเรื่องเหล่านี้ก็ต้องเกิดขึ้น

"อื้อ…ท่านพี่แรงไปแล้วเจ้าค่ะ อ๊ะ...อ๊า…ข้าเสียว" เสียงจากด้านในแว่วมากระทบโสตประสาทของคนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง

จากที่ช้ำระทมอยู่แล้ว ใจดวงน้อยก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น

นางมองร่างแกร่งของสามีอัดเอวสอบเข้าใส่คนใต้ร่างอย่างเมามัน เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง ชักพาให้หยดน้ำตาไหลรินลงมาไม่หยุด มือไม้สั่นเทาใจเต้นรัว ทุกอณูในร่างกายยามนี้แทบจะแตกดับสลายไปกับสายลมเพราะภาพเบื้องหน้า

"เขาทำได้เยี่ยงไร ไยไม่นึกถึงใจข้าบ้าง" เสียงตัดพ้อสั่นเครือเปล่งออกมา มันเบามากจนคนที่ยืนประกบแทบจะไม่ได้ยิน

ความเจ็บปวดทรมานใจของมู่เฟยเฟยมีมากจนไม่อาจบรรยายได้

ดวงตาพร่าเลือนไปด้วยน้ำใสยังคงมองสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับจะย้ำเตือนตนเอง ให้ตระหนักถึงความเป็นจริงของยุคนี้ บุรุษสามารถมีภรรยาได้หลายคน และหลับนอนกับพวกนางได้โดยไม่ต้องใช้ความรัก ขอแค่อีกฝ่ายอ้าขาให้ก็ยินดีจะสนอง และยามนี้สามีนางก็ทำเช่นนั้นอยู่ ใบหน้าเขาดูมีความสุขเป็นอย่างมาก หากคนใต้ร่างเป็นนางเขาจะสุขสมเพียงนี้หรือไม่

"พาข้ากลับห้องเถอะ" เอ่ยทั้งน้ำตา สองขาแทบจะก้าวไม่ออก เพราะไร้แรงเหลือเกิน ทว่าการยืนอยู่ตรงนี้มันไม่ได้ช่วยให้หลุดพ้น มีแต่จะทำให้ตนนั้นต้องทุกข์หนักยิ่งกว่าเดิม

กว่าร่างกายนี้จะกลับมาถึงห้องได้ก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งก้านธูป ซึ่งเรือนพักมันไม่ได้ไกลเลย ทว่าร่างนี้เหม่อลอยจนไม่รู้ทิศทางแล้ว ดีที่มีสาวใช้คอยประคองอยู่ไม่ห่าง

"ฮูหยินอย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าคะ ท่านรักษาตนเองให้หายดีกว่า ภายหน้าแข็งแรง คุณชายต้องหันมาสนใจท่านแน่" เสี่ยวจูปลอบผู้เป็นนายซึ่งน่าสงสารยิ่งนัก ตั้งแต่แต่งเข้ามาก็ไม่ได้รับการเอาใจใส่จากสามีเท่าที่ควร วันนี้ก็ยังเสพสมกับน้องสาวของฮูหยินตนได้โดยไม่นึกแคลงใจเลยสักนิด

คงเป็นเพราะมู่เฟยเฟยเจ็บป่วยมาตั้งแต่อายุสิบขวบ และมันยาวนานมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งนางอายุสิบแปดแล้ว ร่างกายก็ยังทรุดโทรมไร้แรงเช่นเดิม ที่สำคัญท่านหมอบอกว่านางมิอาจตั้งครรภ์ได้ จึงทำให้มารดาสามีแต่งเอาน้องสาวนางเข้ามา เพื่อให้สกุลทั้งสองยังคงผลประโยชน์ร่วมกัน

ความเจ็บช้ำจึงตกที่ผู้แต่งเข้ามาก่อนอย่างมู่เฟยเฟย หากนางมิใช่บุตรของท่านหญิงก็คงไม่มีทางได้แต่งเข้าจวนใดทั้งนั้น เพราะอำนาจของท่านโหวผู้เป็นบิดามีมาก ทำให้สกุลเฉินอยากเกี่ยวดองด้วย และมารดานางก็ยังเป็นถึงท่านหญิงบุตรสาวอดีตราชวงค์ก่อนมีทั้งบารมีและผู้คนนับหน้าถือตา

ทำให้สกุลเฉินยอมแต่งนางเข้ามาเป็นฮูหยิน แม้จะรู้ว่านางไม่อาจตั้งครรภ์มีทายาทให้กับสกุลเฉินได้ จึงเป็นสาเหตุที่คนในจวนไม่สนใจใยดีมู่เฟยเฟยอย่างที่เห็น

"เจ้าไปนอนเถอะ ข้าอยากนั่งรับลมอยู่ตรงนี้ซักพัก" หันมากล่าวกับสาวใช้ หลังจากกลับเข้าห้องมาแล้ว นางตรงมาที่หน้าต่างแล้วเปิดมันออก ให้สายลมเย็นยามค่ำคืนกระทบหน้า ซึ่งยามนี้มันชาจนไม่รู้สึกหนาวเหน็บอย่างที่ควรจะเป็น

"โถว ฮูหยินอย่าทำเช่นนี้เลยนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ ปิดหน้าต่างเถอะเจ้าค่ะ" เสี่ยวจูยังคงเตือน

"เจ้านี่นะ" บ่นไม่จริงจังนัก ก่อนจะลุกเดินไปที่เตียงราวกับว่าในใจไม่มีเรื่องให้คิด ซึ่งมันทำให้สาวใช้แปลกใจเป็นอย่างมาก

ฮูหยินไม่ร้องแล้วหรือ?

ความฉงนเกิดขึ้นในใจ ทว่าเสี่ยวจูก็ไม่กล้าสะกิดให้ผู้เป็นนายต้องคิดถึงมันอีก จึงคิดว่าเงียบไปน่าจะดีกว่า

นางเดินตามผู้เป็นนายมาจนถึงเตียง ก่อนจะดึงผ้ามาห่มให้เช่นทุกคืน และไม่ลืมวางเตาไฟไว้ใต้เตียงเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

"ข้าน้อยจะไปต้มน้ำขิงมาให้อย่าพึ่งหลับนะเจ้าคะ ดื่มก่อนนอนจะได้ไม่เป็นหวัดนะเจ้าคะ" บอกราวกับอีกฝ่ายเป็นเด็ก ทั้งที่ตนนั้นอายุน้อยกว่าถึงสองปี ทว่านางก็ดูแลมู่เฟยเฟยมาเช่นนี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว เสี่ยวจูรักผู้เป็นนายดั่งพี่สาวแท้ ๆ

"อืม เจ้าไปเถอะ" ตอบรับแล้วก็ส่งยิ้มให้ ต่างไปจากก่อนหน้านี้มาก ที่สำคัญคือใบหน้านางเรียบเฉยเกินไป

เสี่ยวจูผูกคิ้วเป็นปมทันที ทว่านางก็จำต้องออกไปทำอย่างที่พูด ไม่เช่นนั้นผู้เป็นนายต้องจับไข้หนักเป็นแน่ ออกไปโดนลมในยามค่ำคืนเช่นนี้ ไม่ทรุดกองกับพื้นก็ดีแค่ไหนแล้ว

ทันทีที่เสียงประตูปิดลง ร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงก็ขยับกายลุกขึ้นก่อนจะเดินไปยังประตูแล้วเปิดออกไป

ข้าจะอยู่ได้เยี่ยงไร หากต้องทุกข์ทรมานใจเพียงนี้

ข้ารักท่านเฉินเห่ยฟาง ทว่าข้าก็แค่สตรีขี้โรค ไม่อาจอยู่เป็นภาระสกุลเฉินได้อีก และยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่อาจทนเห็นท่านหลับนอนกับผู้อื่นได้ ใจข้ามิอาจทนรับไหวอีกแล้ว

พร่ำเอ่ยกับตนเองในใจ และยามนี้มู่เฟยเฟยก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลาโลกนี้ไปเสีย จะทนอยู่รับความขมขื่นเช่นนี้ไปเพื่ออันใดกัน ภายหน้าหากน้องสาวตั้งครรภ์ นางยิ่งไม่มีที่ยืนในจวนแห่งนี้ สู้ตายไปให้พ้นเสียยังจะดีกว่า

"เห้อ! อ่อนแอชะมัด เขียนออกมาได้ไงแบบนี้ ให้นางเอกขี้โรค ผัวแต่งน้องสาวเข้ามาทำเมียอีกคน ฮึ่ม! แล้วจะบอกว่ามู่เฟยเฟยเป็นนางเอกทำไม ไม่เข้าใจเลย"

เสียงบ่นดังขึ้นในห้องทำงานฝ่ายกองปราบ ทำเอาเพื่อนร่วมงานถึงกับส่ายหัว เพราะคนที่พูดคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฟยเฟย นักสืบคนเก่งของกรมตำรวจวัยยี่สิบเจ็ดปี

#ฝากกดใจเติมพลังกันด้วยนะคะ
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 2. อุบัติเหตุ
เพื่อนในห้องทำงานดูเหมือนจะชินชากับพฤติกรรมนี้แล้ว เพราะมันเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่เธอขัดใจกับบทบาทของตัวละครในนิยาย เรียกง่าย ๆ ก็อินนั่นแหละ ด่าโน่นด่า
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 3. เกิดใหม่เป็นนางเอกที่อ่อนแอ
"ฮูหยิน! ฮูหยิน! อยู่ด้านล่างหรือเจ้าคะ คุณชาย คุณชาย ฮูหยินอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ" เสียงเรียกของใครบางคนทำให้เฟยเฟยได้สติ เธอรีบเงยหน้าขึ้นไปด้านบน ซึ่งเห
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 4. เผาหลอก
เห่ยฟางนั่งมองการรักษาของท่านหมอและท่าทางที่ต่างออกไปของภรรยา ปกตินางจะต้องหน้าซีดเมื่อเห็นเลือด และร้องไห้กับแผลบนหัวที่ใหญ่พอดู ทว่ามู่เฟยเฟยกลับนั่
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 5. เสียสติไปแล้ว
เฟยเฟยมองสำรวจอีกฝ่ายอย่างสนใจ เพราะเห็นว่าเป็นน้องสาวเจ้าของร่าง แต่ทำไมหน้าตาถึงได้ห่างชั้นกันขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังปากเสียและดูร้ายกาจมากด้วย เห
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 6. ต่างออกไปจนน่าสงสัย
เฟยเฟยเดินตามสามีออกมาจนถึงหน้าจวน นางไม่ได้ขัดขืนเพราะอยากรู้ว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด ซึ่งมันไม่ต่างจากเฉินเห่ยฟาง เขาเองก็อยากรู้ว่าฮูหยินตนจะทนแดดทนลมไ
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 7. จ้องจับผิด
เฉินเห่ยฟางมองฮูหยินตนนิ่ง เขาจ้องมองลงลึกในดวงตาคู่สวย ซึ่งยามนี้มันสบกับเขาโดยไม่หลบหนีหันเหไปทางอื่น ไยแววตานางถึงไม่เหลือเยื่อใยต่อข้าเช่นแต่ก่อน
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 8. เริ่มแผลงฤทธิ์
รถม้ากลับเข้าเมืองมาจนถึงตลาดทางทิศใต้ วันนี้งดจัดตั้งตลาดกลางเมือง เพราะมีขบวนเสด็จของราชนิกูล "ที่นี่คือร้านผ้าดีที่สุดในเมือง เจ้าเลือกดูแล้วกัน จ
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 9.แผลงฤทธิ์ต่อ
ชามบะหมี่ถูกวางซ้อนกันถึงสามชั้น ซึ่งมันเป็นของเฟยเฟยคนเดียว เสี่ยวจูกินแทบจะไม่หมดชามเสียด้วยซ้ำ "ฮ๊า! อิ่มแล้ว อร่อยมากมาย" เอ่ยด้วยประโยคเดิมที่มั
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 10. ใครร้ายกว่ากัน
เห่ยฟางได้แต่ยืนตะลึงงัน เมื่อเห็นใบหน้างามของภรรยา ที่เขาไม่เคยใส่ใจนางเลยสักนิด เพราะก่อนนั้นมู่เฟยเฟยผอมแห้ง ใบหน้าตอบจนขอบตาลึก ทว่ายามนี้ทุกอย่าง
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 11. ชั่วช้า
เห่ยฟางยิ้มหยันคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยให้นางฉงน "เจ้าไม่มีวันได้เจอ เพราะเจ้ากำลังป่วยอยู่" สิ้นคำก็เผยยิ้มร้ายออกมา เขาไม่ได้พานางกลับเข้าเรือน แต่พาออ
Latest Chapters
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 40.ครอบครัวที่สมบูรณ์ [จบบริบูรณ์]
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 39.โชคดีเป็นที่สุด
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 38.ค่ำคืนอันแสนสุข
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 37. ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 36. ยิ่งกว่ามีความสุข
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 35. เรื่องเหลือเชื่ออีกเรื่อง
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 34. รักมากขึ้นเรื่อย ๆ
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 33.ตอบแทน
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 32. ต้องรออย่างน้อย หนึ่งปี
สตรีผู้นี้มิใช่ภรรยาท่านแล้ว 31. ราชโองการ