วิดีโอคู่รักใต้แสงอาทิตย์ถูกกดไลค์รัวจนกลายเป็นไวรัลไปทั่วอินเทอร์เน็ต
พวกเขาสองคนกำลังหันมองสบตากันและกันภายใต้แสงพระอาทิตย์ขึ้น ราวกับว่าบนโลกนี้เหลือพวกเขาอยู่ด้วยกันแค่สองคน
แฟนหนุ่มที่ควรจะมาจดทะเบียนสมรสกับฉัน กำลังถ่ายวิดีโอกับผู้หญิงคนอื่น ซ้ำยังมีชาวเน็ตจำนวนมากคอมเมนต์รัวว่า "รีบแต่งงานกันเดี๋ยวนี้!"
ขณะที่ฉันเลื่อนผ่านมาเห็นคลิปวิดีโอกับกล่องคอมเมนต์พวกนี้ไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่
เวลาที่นัดหมายไว้สำหรับจดทะเบียนสมรสของฉันกับเขา ก็ได้ผ่านไปแล้วเช่นกัน
ส่วนแฟนที่ฉันคบหามานานกว่าสี่ปี ยังอยู่ในสถานะขาดการติดต่อ
ฉันสวมชุดเดรสกระโปรงสีขาวที่เลือกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อครึ่งปีที่แล้ว พร้อมกับแบกหน้าที่โบกด้วยเครื่องสำอางที่จ้างช่างมาแต่งตั้งแต่ตอนตีห้า
ฉันเลื่อนอ่านคำอวยพรจากชาวเน็ตที่เขียนให้แฟนของฉันกับผู้หญิงอีกคนทีละคอมเมนต์
ตอนแรกที่ได้เห็นพวกเขาสองคนมองหน้ากันอย่างหวานซึ้ง ฉันก็แอบรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
ก่อนที่น้ำตาจะไหลหยดแล้วหยดเล่าจนเหือดแห้งไป หัวใจของฉันก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับตอนแรกอีกแล้ว
อาจเป็นเพราะตอนที่ฉันตกหลุมรักเขาในตอนนั้น สมองของฉันมันไร้สติเหมือนมีน้ำไหลซึมเข้าสมอง และตอนนี้มันก็กลายเป็นน้ำตาไหลออกมาจนหมดแล้ว
หลังจากอ่านจบคอมเมนต์สุดท้าย ฉันเขียนเพิ่มไปอีกหนึ่งคอมเมนต์ว่า
"เคารพทุกคำอวยพร"
ตอนบ่ายสองโมง เอเมอร์ที่ขาดการติดต่อมาตลอดช่วงเช้าโทรศัพท์เข้ามา
"ยุ่งงานมาตลอดทั้งคืนเลย ในที่สุดก็เสร็จสักที"
น้ำเสียงของเขาจงใจทำให้ฟังดูเหนื่อยล้าหมดแรง
เขาหลอกฉันได้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีความรู้สึกผิดใด ๆ
จากวันวาเลนไทน์กลายเป็นเอพริลฟูลส์ วันเมษาหน้าโง่
ในวันที่เราต้องจดทะเบียนสมรส เขากับผู้หญิงอีกคนได้รับคำอวยพรล้นหลามจากชาวเน็ต
มันช่างเจ็บแสบจริง ๆ
"เมอร์ เราเลิกกันเถอะ"
"เพราะฉันปล่อยให้รอนานก็เลยโกรธใช่ไหม เคซี่ย์ ฉันเหนื่อยมากนะ เข้าใจฉันหน่อยสิ"
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันค้นพบว่าเขาเลวอย่างโจ่งแจ้งมาก ทิ้งให้ฉันรอ ผิดนัดจดทะเบียนสมรส แต่กลับมาโทษว่าฉันไม่เข้าใจเขางั้นเหรอ
"ฉันเห็นวิดีโอที่คุณกับเลน่าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันแล้ว การต้องโกหกฉันมันคงจะเหนื่อยมากจริง ๆ แหละ เลิกกันไป คุณก็ไม่ต้องเหนื่อยแล้ว"
ในระยะเวลาสั้น ๆ ที่เขาเงียบไป ฉันยกมือขึ้นกดวางสายโทรศัพท์ไป
โทรศัพท์ยังคงสั่นอยู่ข้าง ๆ มันเป็นสายที่โทรเข้ามาจากเขา
ฉันไม่ได้สนใจ เดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ ถอดชุดเดรสที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกออกไป ลบเครื่องสำอาง และนอนแช่น้ำในอ่างอาบน้ำอย่างสบาย ๆ
ฉันเหลือบมองโทรศัพท์ที่มันหยุดสั่นไปแล้ว และเห็นสายที่ไม่ได้รับประมาณสิบสาย
นี่คือความอดทนสูงสุดที่คนที่ฉันไล่ตามจีบอยู่สองปีและรักกันมาสี่ปีสามารถมอบให้ฉันได้
เมื่อมองย้อนกลับไปในทุกช่วงเวลาที่ฉันอยู่กับเขา ฉันเกือบจะเป็นฝ่ายที่เฝ้ารอเขาอยู่เสมอ
เลน่าไม่สบาย เขาทิ้งฉันไว้ในร้านอาหารคนเดียวและรีบวิ่งแจ้นไปโรงพยาบาล
เลน่าถูกหัวหน้าด่า เขาก็รีบใส่เสื้อคลุมและวิ่งโร่ไปปลอบใจ
ฉันเคยหึง เคยโกรธ เคยชวนทะเลาะ แต่เขากลับบอกว่าเขาไม่ได้มีความรู้สึกแบบหญิงชายกับเลน่า ก็เป็นแค่เพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน
ทุกครั้งที่ฉันโกรธ เขาจะลงมือทำอาหารให้ฉันด้วยตัวเอง พร้อมกับพูดง้อด้วยถ้อยคำอ่อนโยน
ฉันมันไม่เอาไหน ที่ไม่สามารถต้านทานคำพูดอ่อนโยนของเขาได้ แค่เขาง้อ ฉันก็จะกระโจนตัวเองเข้าไปในอ้อมกอดของเขาเหมือนเดิม
ในความรักความสัมพันธ์ คนที่รักมาก มักจะเป็นฝ่ายที่เจ็บปวดและพ่ายแพ้ง่าย ๆ เสมอ
ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะลบเขาออกไปจากหัวใจ