บทที่1
ครอบครัว
" วิชัย มันรวยขึ้นเยอะเลยนะ จากรายได้ที่มันจับที่ดินซื้อมาขายไป"
"ใช่ ฉันยอมรับ แต่คุณคะ เงินที่คุณจะเอาไปลงทุนมันไม่ใช่น้อยๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมันจะกระทบไปหมด คุณคิดดูดีๆนะคะ " เพ็ญแขเตือนสติภาณุผู้เป็นสามี
ภาณุเป็นนักธุรกิจเปิดเต็นท์ขายรถมือสอง มีด้วยกันหลายสาขา ด้วยความที่เขาเป็นคนชอบเสี่ยงโชค จึงชอบเล่นหุ้นมากกว่าการดูแลเต็นท์รถ เมื่อวานวิชัย เพื่อนสมัยเรียนมัธยม ที่ไม่ได้เจอกันนาน แวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน เขาดูมีฐานะดีขึ้นมาก เขามาหาภาณุเพราะต้องการชวนร่วมหุ้นซื้อที่ดินแปลงใหญ่เพื่อเอาไว้เกร็งกำไร เขาอ้างว่าเงินทุนไม่พอ เพราะทำธุรกิจหลายตัว
"จ้า พี่จะลองคิดทบทวน เพ็ญไม่ต้องกังวลนะ พี่จะคิดให้ดีที่สุดเพื่อครอบครัวของเรา" ภาณุโอบกอดภรรยาด้วยรักสุดหัวใจ
ภาณุกับเพ็ญแขแต่งงานกัน หลังจากที่เพ็ญแขพลาดท่าให้คู่รักของตนแล้วเกิดตั้งครรภ์ เมื่ออีกฝ่ายรู้เรื่องจึงพยายามบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบ ภาณุแอบชอบเพ็ญแขมานานเมื่อเพ็ญแขนำเรื่องนี้ไปปรับทุกข์ เขาจึงเสนอตัวและยินดี ที่จะรับลูกของเพ็ญแขกับผู้ชายที่ไร้ความรับผิดชอบคนนั้นเป็นลูกของเขาเอง
นับตั้งแต่พิมพกานต์ยังอยู่ในครรภ์ของมารดา ภาณุก็เฝ้าทะนุถนอม รักดูแลเหมือนลูกของตัวเอง ด้วยพื้นฐานที่เขาเป็นคนดี แต่รูปร่างหน้าตาไม่ดีเท่าคนรักเก่าของเพ็ญแข นอกนั้นเขาก็ชนะทุกทาง ความดีของเขาทำให้ในที่สุดเขาก็ได้หัวใจทั้งดวงของภรรยาไปอย่างไม่มีข้อแม้
พิมพกานต์หญิงสาวหน้าตาละม้ายคล้ายมารดาเป็นที่สุด ยิ่งสร้างความรักความเอ็นดูให้กับภาณุขึ้นไปอีก พิมพกานต์อายุได้เพียงไม่กี่เดือนเพ็ญแขก็ตั้งครรภ์ลูกของเธอกับภาณุ แรกๆเพ็ญแขแอบเป็นกังวลว่าเมื่อภาณุมีลูกเป็นของเขาเอง ความรักความเมตตาที่เคยให้พิมพกานต์จะแปรเปลี่ยนไป
นับตั้งแต่พลอยรดาคลอดออกมา ภาณุยิ่งสนใจ ให้ความรักกับพิมพกานต์มากกว่าเดิม เขาให้เหตุผลว่า เขายิ่งรักพิมพกานต์มากเท่าไหร่ เด็กน้อยผู้เป็นพี่ก็จะรักน้องมากด้วยเช่นกัน ความสุขของเขาคือการเห็นพี่น้องรักกัน
"คุณเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีที่สุด ฉันกับลูกโชคดีที่ได้มาอยู่ในอ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่น และปกป้องภัยให้พวกเราได้เสมอ" เพ็ญแขแนบหน้ากับอกของสามีอย่างคนที่สุขล้น จนหาคำพูดมาพูดได้ไม่หมด
"พรุ่งนี้ก็ได้เวลาไปรับลูกๆเรากลับบ้านแล้วสิ เดือนหนึ่งเจอกันไม่ถึงสองครั้ง คิดถึง แต่ลูกๆคงชินกันแล้ว มีแต่คนแก่สองคนที่นานเท่าไหร่ก็ไม่ชินเสียที" ภาณุคิดถึงพิมพ์กับรดาลูกสาวทั้งสองคนของเขา
สองสาวพี่น้อง ถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำตั้งแต่เข้าชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง เพราะภาณุต้องการให้พี่น้องได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และเขาก็กลัวตัวเขาเองจะแสดงอาการอะไรพลั้งพลาดไป ที่จะทำให้พิมพกานต์ลูกสาวคนโตรู้สึกน้อยใจได้ ภาณุตั้งใจตั้งแต่ยอมแต่งงานกับเพ็ญแข ว่าจะไม่บอกความจริงให้พิมพกานต์รู้ ว่าเธอไม่ใช่ลูกของเขา แต่เพ็ญแขขอไว้ว่าความจริงก็คือความจริง ถ้าสักวันลูกรู้จากปากคนอื่นมันจะทำให้ลูกเจ็บปวดมากกว่าลูกจากปากคนที่รักเขา ภาณุจึงบอกความจริงทั้งหมดให้ทั้งพิมพกานต์และพลอยรดารู้
"อีกแค่เทอมเดียวค่ะ ลูกๆจะได้กลับมาอยู่บ้านแล้ว คงส่งเสียงคุยกันเจื้อยแจ้วทั้งวัน จนคุณต้องปิดหูแน่ๆ" อีกแค่เทอมเดียวทั้งคู่ก็จะเรียนจบ ถึงอายุจะห่างกันแต่ทั้งคู่ก็เรียนอยู่ระดับชั้นเดียวกัน
พิมพกานต์เธอเป็นเด็กเรียบร้อยไม่ค่อยทันน้องสาวเท่าไหร่ เวลามีอะไรพลอยรดาต้องคอยช่วยพี่สาวตลอด ยกเว้นเรื่องงานบ้านที่พิมพ์เองเป็นฝ่ายทำให้น้องมาโดยตลอด
"คุณพ่อ คุณแม่มารับแล้ว พี่พิมพ์ทำไมเก็บของช้าจัง รดาลงไปคอยข้างล่างก่อนนะ" รดาบ่นพี่สาวที่ชอบทำอะไรช้ากว่าตัวเอง จริงๆแล้วพิมพกานต์ไม่ได้ช้า เพียงแต่เธอค่อยๆทำอย่างพิถีพิถัน ต่างกับรดาที่ยัดๆเอาพอให้ขนกลับบ้านได้
"คุณพ่อ คุณแม่ สวัสดีค่ะ รอพี่พิมพ์สักครู่นะคะ มัวพับผ้าอยู่ ส่วนรดา แฮ่...ยัดมาค่ะ" หญิงสาวกอดผู้เป็นพ่ออมยิ้มมุมปากในความไม่เรียบร้อยของตัวเอง
"ไม่เปลี่ยนเลยนะรดา มีแฟนเมื่อไหร่จะให้พี่พิมพ์เขาตามไปทำให้ไม่ได้นะ" เพ็ญแขเอ็ดลูกสาวคนเล็กที่ชอบทำอะไรเอาเร็วเข้าว่า เพราะมีพี่สาวคอยตามช่วยดูแลตลอด
"ใครว่า ถ้าพี่พิมพ์มีแฟน รดาเองต่างหากต้องตามไปช่วย ไม่ทันคนแบบนี้ มีหวังโดนรังแกแน่ๆ" รดาทำหน้าแข็งขัน
"แล้วถ้ามีคนมารังแกพี่พิมพ์ ลูกจะทำยังไง" ภาณุหยั่งเชิงลูกสาว ว่ารักพี่สาวอย่างที่เขาคาดหวังไว้ไหม
"ก็ลองใครมายุ่งกับพี่พิมพ์แม้แต่ปลายเล็บ ข้ามศพรดาไปก่อนค่ะ นอกจากรดาแล้ว ห้ามใครมาทำอะไรพี่สาวคนนี้เด็ดขาด"
"เอ้า...นึกว่ารักพี่เขา ที่แท้จะหวงไว้แกล้งคนเดียวนี่เอง" มือหนาของผู้เป็นพ่อเขย่าศีรษะลูกสาวอย่างเอ็นดู