"รีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันรออยู่บนเตียง"
ญาณิกาดูเหมือนยังไม่ทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผม พอผมขึ้นมานอนบนเตียง เธอก็เข้ามากระแซะแนบชิดข้างกาย
"ที่รัก พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานต่างจังหวัดนะ"
ใจผมตกไปอยู่ก้นบึ้งของนรกแล้ว ถึงแม้ว่าหลังจากแต่งงานกับเธอผมจะลาออกจากงานมาเป็นพ่อบ้านเต็มตัว แต่แม่ก็ยังสงสารผม แอบโอนหุ้นบริษัทนี้มาแล้วใส่ชื่อผมเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท แต่ผมกลับไม่รู้เลยสักนิดว่าสัปดาห์หน้ามีโปรเจกต์ไหนที่ต้องให้ญาณิกาไปทำงานต่างจังหวัดด้วย
ที่จริงแล้วเป็นวีรวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการต่างหากที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัดหนึ่งสัปดาห์
"นานแค่ไหน?"
เสียงผมเย็นชาลง
"หนึ่งอาทิตย์ค่ะ"
"ไปคนเดียวเหรอ?"
"มีเพื่อนร่วมงานอีกคนไปด้วย"
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะพยายามควบคุมให้เป็นปกติ แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นที่เธอระงับไว้ไม่อยู่
เมื่อเห็นว่าผมไม่พูดอะไร เธอก็ยั่วเย้าด้วยการโชว์เรียวขาขาวเนียนที่สวมถุงน่องสีขาวเนื้อบาง
"ที่รัก ชอบไหม? ฉันตั้งใจใส่ให้ดูเลยนะ"
ผมไม่พูดอะไร ตอนที่เปิดลิ้นชักข้างเตียงเพื่อหยิบถุงยางอนามัยกลับพบว่ากล่องว่างเปล่า
คืนนั้นผมไม่ได้แตะต้องเธอ ปกติถ้าผมไม่ทำให้เธอพึงพอใจ เธออาจจะบ่นบ้าง แต่คืนนี้กลับไม่แสดงความไม่พอใจออกมาเลย
ไม่รู้ว่าอิ่มหนำสำราญกับผู้ชายคนอื่นมาแล้ว หรือคิดถึงการได้ขลุกอยู่กับวีรวัฒน์สองต่อสองหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ จนลืมความไม่พอใจไปหมดแล้ว
ผมตั้งใจจะจัดกระเป๋าเดินทางให้เธอตามปกติ แต่เธอกลับปฏิเสธราวกับว่าผมเป็นศัตรู
ถึงอย่างนั้นผมก็แอบดูของในกระเป๋าเดินทางของเธอตอนที่เธอไม่ทันระวัง
ข้างในเต็มไปด้วยชุดชั้นในวาบหวิวหลากหลายแบบ หลากหลายสี
บอกว่าไปทำงานต่างจังหวัด แต่ดูเหมือนญาณิกาจะไปร่วมงานเลี้ยงใหญ่เสียมากกว่า
เธอนั่งแต่งหน้าทาปากอยู่หน้ากระจกนานกว่าหนึ่งชั่วโมง สวมเดรสสีเข้มทรงเข้ารูปเว้าอกลึก เมื่อได้ยินเสียงแตรรถด้านล่าง เธอก็โยกสะโพกอย่างเย้ายวนแล้วเดินออกไปอย่างเฉิดฉาย
ถึงกับปฏิเสธไม่ให้ผมช่วยถือกระเป๋าเดินทาง
ผมยืนมองลงไปจากหน้าต่าง วีรวัฒน์สวมสูทอย่างเนี้ยบ ยืนพิงรถออดี้ หน้าตาหล่อเหลา
พอญาณิกาเห็นเขาก็วิ่งเข้าหาเหมือนผีเสื้อสยายปีก แต่สุดท้ายก็หยุดชะงัก อาจเป็นเพราะนึกขึ้นได้ว่ายังอยู่ในเขตชุมชน
เธอหันมองซ้ายมองขวา แล้วก็สบตาผมเข้าพอดี จึงส่งจูบให้ผมดว้ยท่าทางแข็งทื่อ แล้วรีบก้าวขึ้นรถไปนั่งข้าง ๆ เขา
ถึงแม้จะมองผ่านกระจกรถ แต่ก็ยังเห็นว่าทั้งสองคนโผเข้าจูบกันอย่างดูดดื่ม
เงาของทั้งสองคนทับซ้อนกับเงาในคืนนั้นเป๊ะ ผมจึงมั่นใจได้เต็มร้อยแล้วว่าญาณิกาแอบมีชู้
ขณะที่ผมกำลังคิดไม่ตกกับชีวิตแต่งงานที่เน่าเฟะนี้ ข่าวร้ายอีกข่าวหนึ่งก็มาถึง
พ่อของผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้อาการย่ำแย่ใกล้จะถึงวาระสุดท้ายแล้ว
ผมกำโทรศัพท์ไว้แน่น กัดฟัน แล้วโทรหาญาณิกา
"ฮัลโหล"
คนที่รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชายทุ้ม ๆ วีรวัฒน์นั่นเอง
ผมอดกลั้นความโกรธไว้แล้วพูดเสียงแข็ง "บอกให้ญาญ่ารับสายหน่อย"
อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"คุณคงเป็นสามีของญาญ่าสินะ เอ่อ ตอนนี้ญาญ่าคงไม่สะดวกรับโทรศัพท์หรอก เธอกำลังอาบน้ำอยู่…"
"ที่รัก ใครโทรมาเหรอคะ?" เสียงหวานเยิ้มของญาณิกาดังขึ้น
"สามีคุณ"
เสียงของวีรวัฒน์เต็มไปด้วยความแดกดัน
"ที่รักใจร้ายจัง..."
เสียงงอแงของญาณิกาดังขึ้น ผมกดวางสายไป เรื่องราวต่าง ๆ คงไม่มีอะไรชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้ว