"เฮ้! แกพูดแรงไปรึเปล่าวะ นาริมน้อยของฉันร้องไห้แล้วเห็นไหม"โซลพูดขึ้นพร้อมพยายามจะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉันแต่ไม่ทันที่มือของเขาจะเอื้อมมาถึงกลับมีผ้าเช็ดหน้าสีขาวของใครบางคนถูกยื่นส่งตัดหน้ามาให้ซะก่อน...
"ผู้หญิงอย่างเธอร้องไห้ไม่สวยหรอกเชื่อฉันสิ" เพราะคำพูดของผู้มาเยือนใหม่ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปสบตาเขาเข้าอย่างจังก่อนจะตกใจเมื่อพบว่าคนที่กำลังยื่นยิ้มให้อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่ใครที่ไหน
ไทจินั่นเอง!
"นะ..นาย"
"ฉันไปหาเธอที่ห้องแต่ไม่เจอเลยคิดว่าน่าจะอยู่ที่นี่ ลืมนัดของเราไปแล้วรึไง" เพราะคำถามของเขามันทำให้ฉันต้องผงะ ลืมไปจริงๆ แล้ว เพราะการปรากฏตัวที่นอกเหนือความคาดหมายของออกัสเลยทำให้ฉันลืมเรื่องที่นัดกินข้าวกับไทจิไปเสียสนิทเลย
ให้ตายสิคนอย่างฉันนี่มัน
"โทดที ฉัน..."
"จำได้แล้วสินะ งั้นไปจากที่นี่กันเถอะ" พูดจบมือหนาของไทจิก็ถูกยื่นส่งมาให้ก่อนที่ฉันจะตั้งท่าว่าจะส่งมือไปให้เขาเพราะอยากจะออกไปจากคนใจร้ายข้างกายเต็มที่แล้ว
แต่คงทำได้แค่คิดเพราะแค่เพียงจะส่งมือไปให้ไทจิร่างของฉันกลับถูกกระชากให้ต้องล้มลงไปนั่งข้างๆ เจ้าของมือแกร่งที่กระชากฉันให้นั่งลงที่เดิมเข้าจนได้
"ใครอนุญาตให้เธอลุกไปจากตรงนี้ไม่ทราบ!"ออกัสตะคอกดั่งลั่นก่อนจะใช้มืออีกข้างกำมือของฉันเอาไว้แน่น
"ปล่อย!"
"เหอะ! ว่าไงนะ" หมอนั่นเค้นถามย้ำอีกครั้งเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ฉันเลยสะบัดมือที่ถูกเขาจับกุมเอาไว้ทิ้งก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้เขาเบาๆ
"สำหรับนายฉันอาจจะมีค่าแค่ตัวตายตัวแทนของใครบางคน แต่สำหรับใครอีกคน...ฉันอาจจะมีค่ามากกว่านั้นก็ได้นะ ขอตัวก่อนนะค่ะทุกคน ยินดีที่ได้รู้จัก" ฉันทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเอื้อมมือไปคล้องแขนไทจิอย่างแนบแน่นเพื่อแสดงให้คนใจร้ายบางคนได้เห็น
ว่าเขาทำให้ฉันเสียหน้าได้แค่ไหน ฉันเองก็ทำแบบเขาได้เช่นกัน!
หลังจากลากไทจิออกมาไกลฉันก็หยุดพักเหนื่อยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ ตึกเรียนโดยมีร่างสูงของไทจิยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ
"ไม่ยักรู้ว่าเธอรู้จักพวกมัน"
"เอ๊ะ!"
"ฉันหมายถึงพวกไอ้ออกัสน่ะ"
"อ้อ..เราเป็นคู่หมั้นกันน่ะ" ผิดคาดที่คิดเอาไว้ ฉันคิดว่าไทจิจะตกใจเสียอีกเมื่อได้รู้ความจริงแบบนี้ แต่กลับกันเขากลับทำสีหน้าเฉยๆ เหมือนไม่ตกใจอะไรเลยสักนิด
"ฉันรู้เรื่องนี้ก่อนที่เธอจะมาเรียนที่นี่เสียอีก ไม่สิ! ต้องบอกว่าทุกคนในโรงเรียนนี้รู้เรื่องหมั้นของเธอกับไอ้ออกัสมาตั้งนานแล้ว"
"ไงนะ!"
"ก็แม่มันเล่นออกมาประกาศดังลั่นออกอากาศในชมรมกระจายเสียงซะขนาดนั้นนี่น่า" อ่า...เพราะงี้สินะสายตาของเพื่อนร่วมห้องที่มองฉันถึงได้อาฆาตกันแบบนั้น
คุณป้านะคุณป้า ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้สิ แล้วแบบนี้ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ยังไงดีล่ะเนี่ย
หลังจากมาส่งฉันถึงหน้าห้องเรียนไทจิก็จากไปทันทีสร้างความรู้สึกกดดันมาให้ฉันอีกครั้งเข้าจนได้ เวลาอยู่ใกล้เขาฉันมีความรู้สึกปลอดภัยมาก แต่ต้องมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมแบบนี้อีกครั้ง...ไม่ชอบใจเลยแหะ
ผลัก!
"เธอกล้าดียังไงมาหักหน้าฉันต่อหน้าเพื่อนๆ ห๊ะยัยโง่!!" แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ก้าวขาเข้าห้องเรียนเพื่อนเรียนวิชาต่อไปต้นแขนก็กลับถูกกระชากอย่างแรงจากใครบางคน
"ออกัส โอ้ย! นี่ฉันเจ็บนะ"สีหน้าของคนตรงหน้าที่กำลังจ้องมองมาที่ฉันในตอนนี้นั้นมันบ่งบอกให้ฉันรู้ได้โดยสัญชาติญาณเลยว่าเขากำลังโกรธมากจริงๆ
"หุบปากแล้วมานี่!"
"นะ..นี่! แต่ว่าฉันยังมีเรียน..." ฉันจำต้องรีบหุบปากลงทันทีที่นัยน์ตาคมกริบของออกัสหันมามองฉันอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันดูเหมือนว่าจะดุดันมากกว่าเดิมหลายเท่า
ท้ายที่สุดแล้วฉันเลยต้องจำยอมให้เขาลากลงบันไดออกไปจากตึกเรียนจนได้ ให้ตายสิ! เอาแต่ใจตัวเองเป็นบ้า
และนี่เขาจะพาฉันไปไหนกันแน่นะ
หลังจากลากฉันออกมาจากโรงเรียนออกัสก็ขับรถคันหรูสีแดงเพลิงของตัวเองไปที่ไหนสักแห่งโดยไม่ยอมปริปากอะไรออกไปเลยสักคำ นี่เขาคงไม่ได้จะพาฉันไปฆ่าเพียงเพราะแค่ว่าฉันทำให้เขาขายหน้าต่อหน้าเพื่อนๆ ของเขาหรอกใช่ไหม
ไม่นะ!
หลังจากขับรถอยู่นานออกัสก็มารถอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งก่อนจะทั้งฉุดกระชากลากถูฉันเข้าไปในตัวบ้านอย่างแรงท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่กำลังจ้องมาที่เราทั้งคู่อยู่
พรึบ!
"ผมต้องการถอนหมั้นกับยัยนี่!" เขาตะโกนดังลั่นหลังจากเหวี่ยงฉันให้ล้มลงบนโซฟาสีดำตัวใหญ่ที่ตอนนี้มีร่างของคนสองคนที่ฉันรู้จักดีนั่งอยู่ก่อนแล้ว
"คะ...คุณป้า...."
"ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่ล่ะห๊ะเจ้าลูกตัวดี!! แกจำทางกลับบ้านได้ด้วยรึไงไอ้ลูกบ้า!" คุณป้าหันมาส่งยิ้มให้ฉันก่อนจะหันไปตวาดกับออกัสที่กำลังยืนชักสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ข้างๆ ฉัน
"ผมต้องการถอนหมั้น!"
"หุบปาก!"
ช่างเป็นสองแม่ลูกที่มีเสียงอันทรงพลังไม่มีใครแพ้ใครเลยจริงๆ ฉันพอจะรู้แล้วล่ะว่าออกัสได้นิสัยอารมณ์ร้อนและน้ำเสียงที่ดังสนั่นสืบทอดมาจากใคร
"พ่อครับ! ช่วยพูดกับภรรยาของพ่อให้ผมด้วยว่าผมต้องการถอนหมั้น!" เมื่อเข้าทางแม่ไม่ได้เขาเลยหันไปหาผู้เป็นพ่อแทน บุคคลที่เอาแต่นั่งเงียบเชียบอยู่กับที่
พ่อของออกัสเป็นมาเฟียอันดับหนึ่งของเกาหลี และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งกับคนๆ นี้เป็นแน่
"คุณ..."
"คุณน่ะเงียบไปเลย!! อย่ามาเข้าข้างมันเชียวนะ แม่ยังไม่ได้จัดการเรื่องที่แกเบี้ยวงานหมั้นเลยนะออกัส ทำไมลูกถึงมีนิสัยแบบนี้ห๊ะ!!"แต่ดูเหมือนจะมีคนที่กล้าหือกับมาเฟียอันดับหนึ่งของเกาหลีอยู่บนโลกนี้จริงๆ นะเนี่ย
"พ่อ..."
"แกก็รู้ว่ามีเพียงคนเดียวในโลกที่พ่อไม่กล้ามีเรื่องด้วย"
"...."
"จงใช้ชีวิตคู่ให้คุ้มค่าซะ อนาคตที่สดใสรอแกอยู่" พอพูดอะไรที่ชวนงงงันเสร็จคุณลุงก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินจากไป
"ไหนๆ ก็มาแล้ววันนี้นอนค้างที่นี่สักคืนนะนาริม" คุณป้าหันมาชวนทันทีที่มีโอกาสโดยไม่ลืมที่จะส่งยิ้มหวานมาให้ด้วย ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่สวยมากจริงๆ
"ไม่ได้!ผมไม่ยอมเข้าไปเหยียบไอ้ห้องปัญญาอ่อนนั่นแน่ๆ"
"แม่ไม่ได้พูดกับแกออกัส ไปกันเถอะลูกแม่จะพาไปชมคฤหาสน์" คุณป้าพูดขึ้นก่อนจะดึงมือฉันให้ลุกขึ้นพร้อมกับเดินจากมาทันทีโดยมีเสียงสบถของออกัสดังตามหลังเราทั้งคู่มาติดๆ
"เจมส์ ไซค์!"
"ครับนายหญิง!"
"ถ้าพวกแกปล่อยให้เจ้าลูกชายตัวแสบของฉันออกไปจากที่นี่ในวันนี้...รู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น" พอเดินมาได้สักพักคุณป้าก็หยุดยืนหาผู้ชายที่ใส่สูทสีดำสองคนที่กำลังยืนคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่พร้อมกับกระซิบคำพูดที่ทำให้คุณลุงสองคนตรงหน้าถึงกับหน้าถอดสีขึ้นมาทันตาเห็นได้อย่างง่ายดาย
"คะ..ครับนายหญิง!"
หลังจากออกตัวเดินมาได้สักพักคุณป้าก็หยุดเดินที่สนามหญ้าสีเขียวก่อนจะหันมาสบตาฉันนิ่งๆ พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียวเชียว
"หนู...รู้สึกยังไงกับที่นี่บ้างไหมจ๊ะนาริม"
"คะ"
"แม่หมายถึงหนูชอบสวนนี้รึเปล่า" แต่คำถามจะเป็นแบบนั้น แต่แววตาของคุณป้าในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความหวังที่ฉันเองก็ยังคงไม่เข้าใจความหมายของมันเลยสักนิด
"ว่าไงจ๊ะ! หนูรู้สึกยังไงกับที่นี่รึเปล่า"
"หนู..."
"……"
"หนูว่ามันเป็นสวนที่สวยที่สุดเท่าที่หนูเคยเจอมาเลยค่ะ บ้านของคุณป้าสวยจังเลยค่ะ" ทันทีที่ได้รับคำตอบสีหน้าของคุณป้าก็ดูเหมือนจะผิดหวังเอามากๆ จนฉันอดคิดไม่ได้เลยว่าตัวเองเผลอพูดอะไรที่มันไม่ดีออกไปรึเปล่า
"มี...อะไรรึเปล่าค่ะคุณป้า"
"เปล่าจ๊ะ แต่ยังจะเรียกคุณป้าอยู่ได้ เรียกแม่สิจ๊ะ"
"คุณแม่"