Library

EN

Log In
Contents
Settings
บทที่ 4
เซียวหยุนหลงเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเองเรียบร้อย โดยมีเพียงแค่กระเป๋าสะพาย และโกศสีดำที่อยู่ในมือ ซึ่งภายในบรรจุเถ้ากระดูกของแม่เขาเอาไว้

เขาบอกลาค่ายฝึกนรก บอกล่านักเรียนที่เขาเคยฝึก รวมไปถึงผู้ฝึกที่เคยอยู่ร่วมกันมา แล้วเดินออกจากประตูของค่ายฝึกไป

เขาหันกลับไปมองค่ายฝึก ที่นี่มีความทรงจำของเขามากมาย ทำให้เขารู้สึกเสียดายอยู่ลึก ๆ

เขาถือโกศบรรจุเถ้ากระดูกเอาไว้ในมือ ในสมองปรากฏภาพของเงาที่ดูอ่อนโยนและใจดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเข้มงวดของความเป็นพ่ออยู่ด้วย เธออาศัยความพยายามและความขยับของเธอเลี้ยงเขามาจนเติบใหญ่ ถึงแม้ชีวิตจะขัดสนเพียงใด แต่เธอก็สอนเขาเสมอว่า ถึงแม้จะยากจนแต่ก็ห้ามสูญเสียศักดิ์ศรีโดยเด็ดขาด เธอเป็นผู้สอนความรู้และตัวอักษรจีนให้กับเขา สอนภาษาจีนให้กับเขา เมื่อเขาโตขึ้นสักหน่อย เธอก็เริ่มสอนสี่ตำราห้าคัมภีร์ให้กับเขา รวมไปถึงบทกวีสมัยถังและซ่ง

เธอเป็นผู้หญิงที่มีความรู้กว้างขวางและลึกซึ้ง เธอใช้ความรักของผู้เป็นแม่ และความรู้อันกว้างขวางที่ตัวเองมี สอนในสิ่งที่เขาควรรู้ ทำให้ถึงแม้ตัวเขาจะไม่เคยเข้าเรียนในโรงเรียนมาก่อน แต่กลับมีความรู้เต็มเปี่ยม

แต่ทว่า ตอนที่ตัวเขาอายุได้ 15 ปี เธอกลับจากไปอย่างสงบ ด้วยอาการปอดติดเชื้อจากไวรัสไข้หวัดใหญ่

และตอนที่อายุได้ 15 ปีนี้เอง ก็เป็นตอนที่เซียวหยุนหลงเพิ่งได้รู้ว่าตนเองนั้นยังมีพ่อ เป็นเจ้าบ้านคนปัจจุบันของตระกูลเซียวแห่งเมืองเจียงห่าย

"แม่ครับ กลับบ้านแล้วนะครับ--"

หางตาของเซียวหยุนหลงเปียกชื้นอย่างช่วยไม่ได้ เขาก้มลงพูดกับโกศที่บรรจุเถ้ากระดูกเบา ๆ แล้วขึ้นนั่งบนรถของดูกค์ และจากไปเช่นนี้

การเดินทางจากซีบีราไปถึงเอ็มซีต้องใช้เวลากว่าครึ่งวัน

ด้วยเหตุนี้ ตอนที่ดูกค์เดินทางมาถึงเอ็มซีพร้อมกับเซียวหยุนหลง ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว ดูกค์หันมองนาฬิกา แล้วพูดว่า : "เฮ้ เพื่อน เที่ยวบินของนายจะถึงเมืองเจียงห่ายคืนนี้ตอนสี่ทุ่ม คาดว่าต้องใช้เวลาบินประมาณ 7- 8 ชั่วโมง แต่เวลาที่เอ็มซีกับที่ประเทศของนายต่างกัน 5 ชั่วโมง ดังนั้นเวลาที่นายไปถึงเมืองเจียงห่าย น่าจะเป็นเวลาประมาณ 11 โมงเช้าของที่นู่น"

เซียวหยุนหลงพยักหน้า เขาหันมองดูกค์ แล้วออกแรงตบลงไปที่ไหล่ของดูกค์ และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง : "ดูกค์ ขอบคุณคุณมากที่ให้ผมเข้าไปรับหน้าที่ครูฝึกในค่ายฝึกนรก ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมคงยังไม่ได้ออกมาจากกลุ่มทหารรับจ้างอย่างแน่นอน"

"เมื่อเป็นพี่น้องกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาเกรงใจเช่นนี้อีก หลายปีมานี้นายอุทิศตนให้กับค่ายฝึกนรกมามาก จนยากจะหาใครเทียบได้ หากไม่มีนาย นักมวยที่ออกจากค่ายฝึกนรก จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งคนแล้วคนเล่า และคว้าผลประโยชน์มหาศาลมาได้อย่างไร ?" ดูกค์พูดขึ้น เขาพูดว่า : "เพื่อน นายเข้าไปในสนามบินได้แล้ว ต่อไปหากมีเวลาว่าง อย่าลืมกลับมาหาฉันบ้างนะ"

"ไม่มีปัญหา เช่นนั้นไว้พบกันใหม่" เซียวหยุนหลงพูดขึ้น แล้วจับมือกับดูกค์ จากนั้นเขาจึงสบายกระเป๋าเดินทางอันเรียบง่าย แล้วเดินตรงเข้าไปในสนามบินนานาชาติเอ็มซี

ดูกค์มองดูเซียวหยุนหลงเดินจากไปด้วยความเสียดาย ที่จริงแล้วเขารู้มาตลอดว่าสักวันเซียวหยุนหลงจะต้องจากไป เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

...

เซียวหยุนหลงหยิบตั๋วเครื่องบินขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปในจุดตรวจรักษาความปลอดภัย หลังจากผ่านการตรวจแล้ว เขาก็เดินมานั่งรอเวลาขึ้นเครื่องบินอยู่ในห้องรับรอง

แววตาอันลึกซึ้งของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดบังเอาไว้ได้ แต่กลับรู้สึกงุนงงอยู่เล็กน้อยด้วยเช่นกัน

เขาเกิดในต่างประเทศ เติบโตในต่างประเทศ ไม่เคยเหยียบเข้าไปในประเทศของตัวเองแม้เพียงครึ่งก้าว ไม่เคยกลับไปยังบ้านเกิดของตนเอง และไม่เคยกลับไปยังสถานที่ที่ตัวเขาเองเรียกว่าบ้าน

แต่เขารู้ดีว่าช้าเร็วเขาก็ต้องกลับมา เพราะเขาเคยรับปากแม่ของเขาเอาไว้ ว่าจะนำเถ้ากระดูกของเธอกลับบ้าน พาเธอกลับไปฝังยังบ้านเกิด ยิ่งไปกว่านั้นต้องทำป้ายบูชาของเธอเอาไว้ในศาลบรรพบุรุษตระกูลเซียว ให้วิญญาณของเธอไปสู่สุคติ

แม่ของเขาเสียชีวิตด้วยอาการป่วยตอนที่เขาอายุได้ 15 ปี ตอนนี้ก็ผ่านมากว่าสิบปีแล้ว เขาเองก็คิดว่าควรจะกลับไปเช่นเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พ่อในนามของเขาก็กำลังป่วยหนัก เช่นนั้นก็ถือโอกาสนี้กลับไปสักครั้ง

ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ห้องพักผู้โดยสารก็ประกาศว่าถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว

เซียวหยุนหลงลุกขึ้นต่อแถว แล้วค่อย ๆ เดินตามผู้คนที่เข้าแถวอยู่ด้านหน้าไปอย่างช้า ๆ และเริ่มขึ้นเครื่อง

เนื่องจากเซียวหยุนหลงรีบร้อนเดินทางภายในวันนี้ จึงไม่มีที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสหลงเหลืออยู่ แต่ก็ซื้อที่นั่งชั้นธุรกิจได้

นี่เป็นเที่ยวบินของสายการบินอาร์เอส ดังนั้นพนักงานต้องรับบนเครื่องบินชาวอาร์เอสทุกคน ต่างดูสวยงามสะดุดตา พวกเธอมีรูปร่างที่สูงโปร่งและเซ็กซี่ มีผิวที่ขาวราวกับหิมะ และมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้า

ประเทศอาร์เอสถือได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับผู้ชาย อัตราส่วนของผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ที่ประเทศจีนนับได้ว่ามีสุนัขจิ้งจอกมากกว่าชิ้นเนื้อ แต่ที่นี่กลับตรงข้ามกัน มีผู้หญิงจำนวนมากกว่าผู้ชาย

ด้วยเหตุนี้ ตอนที่เซียวหยุนหลงอยู่ในค่ายฝึกนรก จึงได้ลิ้มรสความเร่าร้อนของหญิงสาวที่ไร้ขีดจำกัดมานับครั้งไม่ถ้วน

เซียวหยุนหลงเดินเข้าไปในเครื่องบิน ขณะที่เขาเดินมาถึงเลขที่นั่งของตนเอง ก็เห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งอยู่ด้านหน้า เธอกำลังพยายามเก็บสัมภาระของเธอขึ้นบนชั้นเก็บสัมภาระ

ดูเหมือนว่ากล่องที่อยู่ในมือของผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างหนัก หลังจากเธอยกขึ้นมาได้แล้วก็หมดแรงไปครู่หนึ่ง ด้วยเหตุนี้ กล่องยังไม่ทันจะยกถึงชั้นวางสัมภาระ ก็ร่วงหล่นกลับลงมาตามท่าทางการยกของเธอ

ด้วยเหตุนี้ ทำให้หญิงสาวที่รูปร่างสง่างามต้องสูญเสียการทรงตัว และถอยหลังไปหลายก้าว

เซียวหยุนหลงยืนอยู่ด้านหลังของเธอ เมื่อเธอถอยหลังมา แผ่นหลังจึงแนบเข้ากับตัวของเซียวหยุนหลง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกระทบเข้ากับภูเขา ทั้งแข็งแกร่งและหนักแน่นอย่างที่สุด ราวกับว่าบนโลกนี้ไม่มีพลังใด ๆ ที่จะสามารถสั่นคลอน "ภูเขา" ลูกนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

เซียวหยุนหลงผงะไปทันที และเกิดความรู้สึกประหลาดใจขึ้น-ดูเหมือนบั้นท้ายของผู้หญิงคนนี้จะใหญ่เกินไปสักหน่อยนะ ?
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 5
เซียวหยุนหลงสูดหายใจเข้า จะว่าไปเขาเองก็ไม่ใช่พวกไก่อ่อน ในฐานะที่เป็นชายหนุ่มที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน อย่างน้อยก็รู้จักที่จะควบคุมตัวเองอยู่บ้า
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 6
ไม่ช้า เครื่องบินก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หลังจากบินไต่ระดับถึงชั้นสตราโตสเฟียร์ เครื่องก็เกิดความเสถียร เครื่องบินใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 7-8 ชั่วโมง น
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 7
เครื่องบินยังคงบินไปอย่างราบรื่น ผู้โดยสารบนเครื่องต่างหลับใหล บรรยากาศทั่งทั้งห้องโดยสายเงียบสงัด ภายในห้องน้ำห้องหนึ่งบนเครื่องบิน ร่างกายอันบอบบาง
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 8
ดวงตาทั้งสองข้างของหลิวหรูเยียนดูราวกับน้ำ จ้องมองชายหนุ่มที่อยู่ในแววตาอย่างเงียบ ๆ ราวกับว่าจะประทับผู้ชายคนนี้เอาไว้ในหัวใจของเธอ เซียวหยุนหลงหลับ
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 9
แน่นอนว่า เซียวว่านจวินฟังออกถึงการท้าทายจากเด็กหนุ่มที่อยู่บนสังเวียนคนนั้น ชายหนุ่มคนนั้นเป็นศิษย์รุ่นใหม่ของตระกูลบู มีชื่อว่าหวู่เถิง ในบรรดาลูกศ
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 10
"ไม่ทราบว่าคุณคือ ?" หวางโป๋อายุเกือบจะ 60 ปีแล้ว แต่ร่างกายยังคงแข็งแรง เมื่อเขาเห็นเซียวหยุนหลง จึงเอ่ยปากถามขึ้น "ผมมาหาเซียวว่านจวิน" "มาหาเจ้าบ
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 11
--ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ ! นี่คือสิ่งที่เซียวหยุนหลงพูดกับหวู่เถิง เรียบง่ายและตรงไปตรงมา หยาบคายและหยิ่งผยอง พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าให้หวู่เถิงไสหัวไป ตอนท
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 12
ศิษย์นอกสายเลือดของตระกูลเซียวต่างก็รู้สึกตื่นเต้น พวกเขารู้ว่าลูกชายของเซียวว่านจวินกลับมาแล้ว ยิ่งตอนนี้ได้ขึ้นไปยืนอยู่บนสังเวียนในฐานะของตัวแทนศิษ
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 13
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด แม้กระทั่งเสียงเข็มตกกระทบลงกับพื้นก็ยังได้ยิน ลูกเตะธรรมดา ๆ แค่ลูกเตะธรรมดาเพียงครั้งเดียว กลับทำให้ลูกศิษย์ที่นับว่ามีฝีมื
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 14
เซียวว่านจวินหันมองเซียวหยุนหลง ใบหน้าซีดเผือดของเขาเผยรอยยิ้มออกมา เขาตบไหล่ของเซียวหยุนหลง แล้วพูดว่า : "ลูกรัก ทำดีมาก !" เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า ตั
Latest Chapters
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 378(ตอนอวสาน)
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 377
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 376
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 375
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 374
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 373
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 372
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 371
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 370
ซุปเปอร์ครูฝึก บทที่ 369