Library

EN

Log In
Contents
Settings
บทที่ 2 เริ่มต้น
ชีวิตของกูหลี่เอ๋อร์ตั้งแต่เกิดมาหากจะนับว่าโชคร้ายที่สุดก็ว่าได้ หรือหากจะนับว่าโชคดีที่สุดก็สามารถพูดได้เต็มปาก เพราะนางเป็นเด็กกำพร้าไร้ซึ่งบิดามารดายังถูกญาติผู้หนึ่งนำมาเลี้ยงดู ญาติผู้นั้นของนางเป็นถึงฮูหยินของเจ้าเมืองผู ชีวิตของนางจึงนับว่าสุขสบายตามแบบฉบับคุณหนูผู้หนึ่ง ทว่าต่อมาไม่นานเจ้าเมืองผูผู้นั้นกลับทำเรื่องต่ำช้า คิดก่อกบฏ จนถูกทางการจับกุมตัวและสังหาร

ครานั้นจวนเจ้าเมืองผูถูกไฟไหม้คนในจวนสิ้นชีพ โชคดีนางยังรอดชีวิตได้สหายของญาติผู้นั้นช่วยเหลือ กูหลี่เอ๋อร์กลายเป็นเด็กกำพร้าอีกครั้ง นางสิ้นไร้หนทางสูญสิ้นคนในครอบครัว หากเป็นคนทั่วไปก็นับว่าชะตากรรมนี้ช่างน่าสงสารนัก ทว่าวาสนาของนางกลับพลิกผันเมื่อสหายของญาติผู้นั้นกลับมีฐานะเป็นถึงฮองเฮาของแคว้นฉิน

กูหลี่เอ๋อร์บัดนี้จึงกลายเป็นหลี่เอ๋อร์จวิ้นจู มีฐานะเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ อีกทั้งนางยังรั้งตำแหน่งคู่หมั้นขององค์รัชทายาทโจวหลิวหยางผู้ที่จะเป็นฮ่องเต้ครองแคว้นในอนาคต เช่นนี้แล้วนับว่ากูหลี่เอ๋อร์มีวาสนาสูงส่งเป็นหงส์ฟ้าเหนือสตรีใดในโลกนี้ก็ว่าได้

ในอดีตนางได้พบกับโจวหลิวหยางครั้งแรกเมื่ออยู่ในจวนอดีตเจ้าเมืองผู เมื่อตอนที่โจวหลิวหยางติดตามฮองเฮาหลิวฉูฉู่ไปพร้อมกับฝ่าบาท

สิ่งที่นางจำได้ไม่มีวันลืม คือโจวหลิวหยางผู้ใจดีและเครื่องบินกระดาษของเขาที่ทำให้นางยิ้มได้

บุรุษผู้นี้ช่างอ่อนโยนยิ่งนัก แน่นอนว่าตั้งแต่นั้นกูหลี่เอ๋อร์ก็มอบหัวใจทั้งหมดของตัวเองให้เขาไปแล้ว แต่นางได้แต่เก็บงำความรักนี้เอาไว้ในใจ ไม่เคยเปิดเผยให้ผู้ใดได้ล่วงรู้ มิหนำซ้ำนางยังแอบคิดว่าโจวหลิวหยางเองก็อาจจะมีใจให้นางเช่นกัน

เพราะคำสั่งของฮองเฮากูหลี่เอ๋อร์ในฐานะหลี่เอ๋อร์จวิ้นจู ที่แต่เดิมช่วยดูแลกิจการค้าขายไกลถึงเมืองผูจึงได้กลับมาเพื่อเตรียมเข้าพิธีอภิเษกสมรส นางทั้งตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะตั้งแต่วันที่ประกาศหมั้นหมายนางก็ถูกส่งตัวกลับมาเมืองผูเพื่อดูแลกิจการค้าขายลับของฮองเฮาหลิวฉูฉู่เช่นเดิม

กระทั่งสองปีต่อมาเมื่อนางมีอายุได้สิบแปดปีวันอภิเษกสมรสเป็นพระชายารัชทายาทของนางก็ได้กำหนดขึ้นแล้ว หนึ่งปีต่อจากนี้นางจำต้องเข้าพิธีแต่งงาน เพราะฉะนั้นบัดนี้นางต้องเข้าวังหลวงเพื่อฝึกฝนตัวเองเพื่อรับตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาท

ทว่าเมื่อได้พบหน้ากันกูหลี่เอ๋อร์กลับสัมผัสถึงความห่างเหินและเย็นชาของว่าที่สามีในอนาคต บุรุษที่เพียงมองผ่านหน้าและไม่ชายตาแลนางแม้แต่น้อย

หลังจากเข้าเฝ้าฝ่าบาทและฮองเฮาเพื่อร่วมโต๊ะเสวยแบบครอบครัวนางก็ถูกฮองเฮารั้งตัวเอาไว้

หลิวฉูฉู่บัดนี้มีอายุใกล้จะสี่สิบปีแล้ว ทว่านางยังคงเป็นสตรีใบหน้าอ่อนเยาว์และงดงามเฉกเช่นสาวน้อย ด้วยนิสัยร่าเริงและลักษณะเฉพาะของนางทำให้ฮ่องเต้โจวจื่อเหลียงไม่ยอมรับพระสนมคนใดเลยแม้แต่คนเดียว

และเพราะนางธรรมเนียมปฏิบัติในรัชสมัยของฝ่าบาทโจวจื่อเหลียงก็เริ่มเปลี่ยนไป ขุนนางคนใดที่มีภรรยามากเกินไปก็คล้ายจะถูกดูแคลน เพราะแม้แต่โอรสสวรรค์ยังรักหมั่นในสตรีเพียงคนเดียว

หลิวฉูฉู่ก็หวังว่าบุตรชายของนางจะเป็นเช่นสามีของตน ไม่ต้องการให้โจวหลิวหยางมีสตรีอื่นให้กูหลี่เอ๋อร์เสียใจ

ณ ตำหนักชมสวน

ไอน้ำพวยพุ่งเป็นสายออกมาจากกาต้มชาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ หลิวฉูฉู่รินชาให้บุตรชายและบุตรสาวบุญธรรมที่อีกไม่นานก็จะกลายมาเป็นลูกสะใภ้ด้วยใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม

"ชานี่เป็นของดีจากประเทศอังกฤษ เป็นของที่แม่สั่งหลี่เอ๋อร์เอาไว้ว่าให้หามาให้ สุดท้ายก็หามาจนได้ ไม่มีใครเก่งเท่าหลี่เอ๋อร์ของแม่แล้ว"

เพราะหลิวฉูฉู่เป็นคนที่มาจากโลกอนาคต นางจึงรู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี และได้สั่งสอนกูหลี่เอ๋อร์เอาไว้ ในขณะที่กูหลี่เอ๋อร์รับน้ำชามาจากมือของหลิวฉูฉู่กล่าวขอบพระทัย จากนั้นหลิวฉูฉู่ก็รินน้ำชาให้บุตรชาย โจวหลิวหยางรับไป หลิวฉูฉู่มองหน้าคนทั้งสองเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงไพเราะอ่อนโยน

"อร่อยหรือไม่ รสชาติเป็นอย่างไร"

กูลี่เอ๋อร์ตอบว่า

"ดื่มแล้วชื่นใจยังมีรสหวานติดอยู่ที่ปลายลิ้นเพคะ"

หลิวฉูฉู่หันมามองบุตรชาย

"แล้วหยางเอ๋อร์เล่าเจ้าว่าเป็นอย่างไร ชอบหรือไม่"

โจวหลิวหยางพยักหน้ารับ

"ชอบพ่ะย่ะค่ะ รสชาติหวานติดปลายลิ้นอย่างที่น้องหลี่เอ๋อร์กล่าว ยังชุ่มคอเป็นอย่างยิ่ง"

หลิวฉูฉู่อมยิ้ม จู่ ๆ ก็ถามคำหนึ่งออกมา

"ชอบชาแล้วชอบคนที่นำชามาหรือไม่"

จากนั้นก็มองหน้าบุตรชาย ในขณะที่กูหลี่เอ๋อร์ใบหน้าแดงซ่าน นางก้มหน้าเล็กน้อยพร้อมกับกำมือแน่น

โจวหลิวหยางถูกมารดาคาดคั้นด้วยสายตา เขาไม่อาจไม่ตอบ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดเช่นไร

"เสด็จแม่ คำถามนี้ไม่สมควรถามต่อหน้าให้คนเขินอาย น้องหลี่เอ๋อร์เป็นสตรีนะพ่ะย่ะค่ะ"

"แม่ถามเจ้า ไม่ได้ถามนางเสียหน่อย หยางเอ๋อร์เจ้าว่านางเป็นอย่างไร คิดอย่างไรก็พูดตามนั้น แม่ไม่ชอบบังคับใครลูกก็รู้ ไม่นานพวกลูกสองคนต้องเข้าพิธีสมรส หากสองคนไม่ชอบกันแม่จะได้มองหาคนอื่นให้ที่เจ้าพึงใจแยกพวกเจ้าออกจากกันเสีย การแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแม่ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว พวกเจ้าจะทุกข์ใจกันเปล่า ๆ"

โจวหลิวหยางเอ่ยถาม

"แล้วเสด็จพ่อเล่า และขุนนางพวกนั้นอีก"

หลิวฉูฉู่หัวเราะเสียงใส

"การแต่งงานลูกข้าทั้งสอง เกี่ยวอันใดกับคนนอกพวกนั้น เสด็จพ่อของเจ้ายิ่งไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ล้วนเป็นแม่ที่ตัดสินใจเพียงคนเดียว"

โจวหลิวหยางย่อมรู้ เสด็จพ่อตามใจเสด็จแม่เพียงใด ในขณะที่เขารู้ดีว่าเสด็จแม่ดีต่อเขามาก เขาจึงเกิดอาการอึกอักไม่รู้จะตอบเช่นใด

คนที่อยู่ในใจของเขานั้นหรือ... เขาไม่กล้าเอ่ยและไม่เอื้อมอาจคิดกับนางไปมากเกินกว่าน้องสาว

เขาย่อมรู้ว่ามารดารักและหวังดีกับเขาเพียงใด มารดาของเขาผู้นี้ แม้จะเป็นเพียงมารดาเลี้ยงแต่ก็คือคนที่รักเขาด้วยใจจริง ทั้งยังช่วยให้เขารอดพ้นจากความตาย บุญคุณและความรักนี้ต่อให้ต้องใช้ชีวิตตอบแทน โจวหลิวหยางก็ยังคิดว่าน้อยเกินไป ในที่สุดก็ตอบส่ง ๆ ออกไปว่า

"น้องหลี่เอ๋อร์ดียิ่งพ่ะย่ะค่ะ"

หลิวฉูฉู่ยิ้ม ถามจี้เข้าไปอีกครั้ง

"ที่ว่าดี ดีตรงที่ใด หน้าตาหรือ"

"หน้าตานางงดงามพ่ะย่ะค่ะ"

"แล้วนิสัยล่ะ เจ้าชอบหรือไม่ ในแคว้นฉินมีคนงามมากมายแต่คนที่จะมาเป็นภรรยานิสัยย่อมต้องถูกใจเจ้าเสียก่อนจึงจะแต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยาได้"

โจวหลิวหยางยิ้มบาง แต่หลิวฉูฉู่ก็รู้ว่ารอยยิ้มนี้มีไว้เพื่อเอาอกเอาใจนางเท่านั้น มิได้แสดงออกมาด้วยความจริงใจเลยแม้แต่น้อย

"นิสัยนับว่าดีมากพ่ะย่ะค่ะ"

หลิวฉูฉู่ถอนหายใจ นางเลี้ยงโจวหลิวหยางมาจนโต ไยนางจะไม่รู้ว่าบัดนี้บุตรชายของนางคิดอย่างไร การแต่งงานในครั้งนี้เขาแต่งเพราะนางจัดสรรให้ก็เท่านั้น

ในขณะที่กูหลี่เอ๋อร์คิดอย่างไร หลิวฉูฉู่เองก็รู้ สตรีนางนี้มีใจให้บุตรชายของเขาจนเต็มเปี่ยม ไม่ต้องถามให้เมื่อยปาก และกูหลี่เอ๋อร์ยังมุ่งมั่นที่จะทำให้โจวหลิวหยางรักนางในสักวันหนึ่ง

แต่ว่า สักวันหนึ่งของกูหลี่เอ๋อร์เมื่อไหร่จะมาถึงกัน

หลังจากนั้นหลิวฉูฉู่ก็ลุกขึ้น นางกำนัลรีบมาพยุงหลิวฉูฉู่เอ่ยว่า

"พวกเจ้าสองคน ไม่ได้พบกันนานเช่นนั้นก็พูดคุยเพื่อให้คุ้นเคยกันเถิด"

ราวกับอยู่ในห้วงแห่งความฝัน เมื่อในที่สุดกูหลี่เอ๋อร์ก็ได้อยู่เพียงลำพังกับบุรุษที่ตนเองเฝ้าคิดถึงมาเนิ่นนาน แม้นางจะสวมใส่อาภรณ์ที่อบอุ่นทว่ากลับรู้สึกถึงมืออันเย็นเฉียบของตนเองและหัวใจที่เต้นระรัว นางยังคงนั่งก้มหน้ามือไม้แข้งขาคล้ายจะอ่อนแรง

เมื่อสักครู่จากคำถามของฮองเฮาและคำตอบขององค์รัชทายาท ทำให้กูหลี่เอ๋อร์แทบจะกลายร่างเป็นกุ้งต้มสุก ด้วยบัดนี้ร่างกายแดงก่ำไปทั้งตัว

ความจริงนางมิใช่สตรีขี้อาย เพราะคนที่เลี้ยงดูนางมาคือฮองเฮาหลิวฉูฉู่ผู้ไร้ยางอายผู้นั้น ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขากูหลี่เอ๋อร์กลับกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

"เงยหน้าขึ้นเถิด เสด็จแม่ไม่อยู่แล้วเราสองคนไม่จำเป็นต้องแสดงงิ้วกันอีก"

น้ำเสียงทุ้มนั้นทำให้นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ และหันไปมองเขา

"ท่านพี่หมายความว่าอย่างไรเพคะ"

"ข้ากับเจ้า เราสองคนแม้จะบอกว่าไม่ได้ถูกบีบบังคับ แต่ด้วยความรักที่มีต่อเสด็จแม่จึงไม่อาจปฏิเสธเรื่องนี้ให้นางเสียใจ ดังนั้นก็นับว่าเราเป็นพวกเดียวกัน"

"ท่านหมายความว่าอย่างไร"

กูหลี่เอ๋อร์กะพริบตาปริบ ๆ มองเขาด้วยความสงสัย โจวหลิวหยางยกยิ้มเย็น ใบหน้าเรียบเฉย

"กูหลี่เอ๋อร์เจ้าไม่รู้จริง ๆ หรือ ว่าข้ามิได้ชอบเจ้าเลยสักนิด"
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 3 ท่องโลกกว้าง
เด็กสาวจ้องมองเขาตาแป๋ว คำนั้นของเขานางล้วนได้ยินมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว แม้ใจจะรู้สึกเจ็บแปลบทุกครั้งที่ได้ยิน ทว่าในเมื่อเขายังไม่มีคนอื่นหัวใจของนางก็
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 4 ตัวภาระ
เพราะต้องการให้กูหลี่เอ๋อร์ได้รับรู้ถึงความลำบากอย่างสูงสุด เขาจึงยอมให้สาวใช้ของนางติดตามมาเพียงคนเดียว ในขณะที่ตัวเขาเองก็ให้องครักษ์เงาคอยคุ้มครองอ
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 5 ผดุงความยุติธรรม
สองเดือนต่อมา พวกเขาก็เดินทางผ่านหัวเมืองใหญ่มาถึงสองเมืองแล้ว อากาศในยามนี้ก็เริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อย ๆ และโจวหลิวหยางก็ไม่พบเห็นความผิดปกติอันใด ชาวบ
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 6 การต่อสู้ของสองสามีภรรยา
โจวหลิวหยางเดือดดาลนัก ด้วยคิดว่าตนเองไม่น่าทำพลาดไว้ใจสตรีผู้นี้ เพียงนางพ้นสายตาไปได้ไม่นานก็ถูกพิษเข้าไปเสียแล้ว เขาพาสตรีเจ้าปัญหากลับมาโดยไม่ได้ท
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 7 ข้าผู้มีเสน่ห์เหลือล้น
เช้าวันต่อมากูหลี่เอ๋อร์ก็ฟื้นขึ้นในยามสาย นางรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งร่างราวกับผ่านสนามรบมา ทั้งยังอ้าปากหาวบิดขี้เกียจจนตัวเป็นเกลียวก่อนจะลืมตา ทว่าเมื
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 8 ขบวนสินค้าของข้าเอง
สิบวันผ่านมาการเดินทางของพวกเขาทำท่าว่าจะสงบราบเรียบ ไม่เกิดเรื่องราวขึ้นอีกคล้ายกลับว่าคนที่ต้องการตัวนางมิได้ติดตามมาแล้ว แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้โจวหลิว
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 9 สำนักหมอเทวดา
การเดินทางร่วมกับกองคาราวานของอู๋กวงนี้สบายไม่ใช่น้อย เดิมทีอู่กวงมีน้ำใจมอบรถม้าคันงามให้พวกเขาถึงสองคัน หวังแยกโจวหลิวหยางกับกูหลี่เอ๋อร์ออกจากกัน ท
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 10 วอนหาเรื่องตาย
"ที่นี่นับเป็นที่ฝึกยอดฝีมือด้านการรักษา หมอหลวงที่รับใช้ในวังหลวงล้วนเป็นศิษย์สำนักแห่งนี้ขอรับ" กูหลี่เอ๋อร์ร้องอ้อออกมาคำหนึ่งแล้วเอ่ยถาม "เราจะอ
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 11 หรือจะเป็นเพราะคนงาม
ก่อนที่กูหลี่เอ๋อร์จะสังหารคนด้วยมือเดียว จู่ ๆ ก็มีสตรีผู้หนึ่งโผล่มา "เสี่ยวหลินนี่เจ้ามาก่อเรื่องอันใดอีก" กูหลี่เอ๋อร์มองคนที่มาใหม่ด้วยอาการตกต
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 12 คนที่อยู่ในใจของเขา
สตรีสามคนต่างร่วมดื่มสุราและพูดคุยกันอย่างสนิทสนม แม้จะเป็นวันแรกที่ได้พบเจอกันทว่ากูหลี่เอ๋อร์กลับรู้สึกว่าเอ้อร์หลานกับนางนั้นมีความคิดหลายอย่างที่ต
Latest Chapters
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 45 ตอนพิเศษ 2
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 44 ตอนพิเศษ 1
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 43 ดียิ่ง (ตอนจบ)
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 42 ล้วนเป็นเพราะเจ้า
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 41 ขอเพียงมีนางในอ้อมกอด
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 40 ข้าพอใจแล้ว
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 39 จำได้แล้วใช่หรือไม่
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 38 ได้สติ
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 37 เป็นตายไม่แยกจาก
ท่านพี่โปรดไว้ไมตรีต่อข้า บทที่ 36 เกิดเรื่อง