Library

EN

Log In
Home > บรรณาการเย้ารัก > บทที่ 1.นี่คฤหาสน์หรืออารามร้างกันแน่หนอ
Contents
Settings
บรรณาการเย้ารัก
บทที่ 1.นี่คฤหาสน์หรืออารามร้างกันแน่หนอ
บุรุษหนุ่มวัยยี่สิบห้า บนใบหน้าทีรอยแผลเป็นที่เหนือคิ้วขวาราวกับถูกสายฟ้าฟาด ทำให้ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนกลับดูน่ากลัว ยิ่งเวลานี้คิ้วเรียวงามขมวดแน่นขณะไล่สายตาอ่านตัวอักษรในจดหมายฉบับหนึ่ง

"มีเรื่องใดรึขอรับท่านราชครู" หันซู บ่าวรับใช้และองครักษ์ข้างกายเอ่ยถาม

ฉู่ห่าวหรานถอนหายใจหนักหน่วง จดหมายเพิ่งมาถึงมือ แต่ 'เครื่องบรรณาการ' เดินทางมาก่อนแล้ว หากปฏิเสธไม่รับบรรณาการชิ้นนี้ก็เกรงว่าจะทำไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่าฮ่องเต้ทรงคิดอันใดอยู่จึงได้ส่งคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวงมาปรนนิบัติดูแลเขา

"ให้คนปัดกวาดเรือนตะวันตก จัดเตรียมที่ให้บรรณาการที่กำลังเดินทางมาถึง" ฉู่ห่าวหรานเอ่ยเสียงเรียบไม่ได้รู้สึกยินดีแต่อย่างใด เขาส่งจดหมายให้หันซู่แล้วเคาะนิ้วกับเก้าอี้รถเข็น เขาเดินไม่ได้มาปี กว่า การเคลื่อนไหวของเขาจึงต้องพึ่งพาเก้าอี้มีล้อเช่นนี้

เมื่อได้รับอนุญาต หันซูกวาดตามองอ่านข้อความในจดหมายแล้วอ้าปากค้าง

"หญิงคณิกา?" หันซูอ้าปากค้าง "เหตุใดฮ่องเต้ประทานหญิงคณิกาให้ท่านล่ะขอรับ"

"ข้าจะรู้ได้อย่างไร" ฉู่ห่าวหรานหมุนล้อรถเข็นเคลื่อนไปข้างหน้า หันซูรีบเข้าไปเข็นด้วยตนเองไม่ต้องรอให้ผู้เป็นนายสั่ง

"แล้วท่านจะทำอย่างไร"

"เจ้าอยู่ตอนรับนางให้ดี ส่วนข้าจะขึ้นเขาไปรักษาตัวที่บ่อน้ำพุร้อน"

"แล้วท่านจะลงจากเขาเมื่อไหร่ขอรับ"

ฉู่ห่าวหรานตวัดสายตามอง เพียงแค่นั้นบ่าวรับใช้ก็ปิดปากเงียบแม้อยากรู้แต่ไม่กล้าถาม

เหตุใดฮ่องเต้จึงหญิงคณิกามาเป็นเครื่องบรรณาการท่านราชครูผู้รักความสะอาดเหนือสิ่งอื่นใดเช่นนี้นะ ยามอยู่เมืองหลวง นายท่านของเขาไม่เคยข้องแวะกับสถานที่เช่นนั้นแม้แต่ก้าวเดียว ก่อนย้ายมาที่เมืองแห่งนี้ จำได้ว่าเขาได้ยินชื่อเสียงของคณิกานางนั้นเป็นอย่างดี นางครอบครองความงามที่ทำให้สตรีด้วยกันยังริษยา บุรุษหมายมั่นจะได้ครอบครองนาง เพียงการเดินหมากดีดพิณก็เป็นที่ร่ำลือกันไปทั่ว และเป็นหญิงงามที่เอาใจยากไม่น้อย

หันซูลอบมองคฤหาสน์ซอมซ่อที่อาศัยอยู่ ไม่นับรวมบางแห่งที่หลังคารั่ว มีบ่าวรับใช้นับแล้วไม่เกินยี่สิบคน แล้วอย่างนี้จะไปต้อนรับสตรีนางนั้นได้อย่างไร

บ่าวหนุ่มลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วกล่าวลาก่อนความสงบสุขที่มีมา

หญิงสาวในอาภรณ์เนื้อผ้าไหมสีแดงสดสวย ร่างเพรียวบางก้าวลงจากรถม้า กวาดตามองโดยรอบแล้วขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดระคนประหลาดใจ

นี่คฤหาสน์หรืออารามร้างกันแน่หนอ

"เชิญแม่นางเหอเยว่ซินทางนี้ขอรับ" พ่อบ้านหนุ่มนามหันซูประสานมือคารวะแล้วเชื่อเชิญให้ก้าวไปด้านใน

"อืม" นางรับคำสั้นๆ หันไปพยักหน้าให้ผู้ติดตามขนข้าวของลงจากรถม้า นางมีข้าวของติดตัวแค่คันรถเดียว ไม่มีบ่าวรับใช้ติดตามข้างกาย คนเหล่านี้เมื่อทำหน้าที่เสร็จก็เดินทางกลับเมืองหลวง

มือเรียวยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ก้าวเร็วๆด้วยท่าทีห้าวหาญเดินตามพ่อบ้านที่มารับ หันซูออกจะแปลกใจกับกิริยาท่าทางอยู่บ้าง เขาเองอยู่เมืองหลวงมานับสิบปี ย้ายติดตามนายท่านมาที่เมืองหานตานได้ปีครึ่ง แต่ไม่คิดว่ากิริยามารยาท 'กุลสตรี'ของเมืองหลวงจะเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้

"นี่ๆ พ่อบ้าน... ชื่ออะไรนะ" นางเอ่ยถามเสียงห้วน แต่สายตากวาดมองรอบตัวอย่างไม่เกรงมารยาท

"ข้าน้อยแซ่หันชื่อคำเดียวซูขอรับ"

"หันซู" นางทวนคำ "ดูท่าทางเจ้าจะเป็นทั้งพ่อบ้านและบ่าวรับใช้ข้างกายท่านราชครูสินะ"

"ขอรับ"

"ทั้งคฤหาสน์นี้มีบ่าวไพร่เท่าไหร่?"

"เอ่อ...ยี่สิบคนขอรับ"

"หือ?" นางทำเสียงไม่เชื่อ "ถ้ามีถึงยี่สิบคนจะปล่อยคฤหาสน์หลังงามให้ซอมซ่อขนาดนี้รึ"

"เอ่อ..."

"ไม่ถึงสิบคนละสินะ" นางยังคงพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ทิ่มแทงคนฟัง

"ท่านราชครูรักสันโดษและใช้ชีวิตสมถะ จึงไม่ชอบให้มีผู้คนอยู่รายล้อมมากเกินไป"

"รักสันโดษหรือไม่มีเงินซื้อบ่าวรับใช้" นางถอดถอนใจอย่างรู้สึกเวทนา "ได้ยินว่าฮ่องเต้องค์ใหม่ไม่โปรดท่านราชครู เห็นท่าจะเป็นความจริง"

"แค่กๆ" หันซูถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง "แม่นางเหอ"

"เรียกข้าเยว่ซินก็พอ" นางโบกมือไปมา "ข้ามาถึงนานแล้ว เหตุใดยังไม่เห็นหน้าท่านราชครู"

"ท่านราชครูขึ้นเขาไปแช่น้ำพุร้อนขอรับ"

"ทั้งที่รู้ว่าข้ามานะหรือ?" นางกลอกตามองบน "ไม่อยากเจอหน้ากันก็ไม่เป็นไร แต่บ่าวรับใช้มีน้อย เจ้าที่เป็นคนสนิทต้องมาอยู่ต้อนรับข้า แล้วผู้ใดอยู่ดูแลท่านราชครู"

"เรื่องนั้น...ประเดี๋ยวบ่าวส่งแม่นางเหอแล้วจะขึ้นเขาไปรับใช้นายท่านขอรับ"

"ดีแล้ว อ้อ! ข้ามาที่นี่ไม่มีบ่าวรับใช้มาด้วย วานพ่อบ้านหันช่วยหาสาวใช้ให้ข้าสักคน"

"ขอรับ"

หญิงสาวเดินมาถึงเรือนของตนเองแล้วอ้าปากค้าง ใบหน้าสะกดอารมณ์เต็มที่แล้วกัดฟันถาม พลางชี้นิ้วไปที่เรือนพักที่อยู่ตรงนั้น

"อย่าบอกนะว่า นั้นเรือนของข้า"

"ขอรับ"

"สภาพนั้นยังสามารถใช้งานได้รึ ข้านอนอยู่ดีๆ หลังคาไม่พังมาใส่หรือไร"

"แม่นางเหอกล่าวเกินไปแล้ว" หันซูหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อ ท่าทางเอาแต่ใจช่างสมกับเป็นคณิกาอันดับหนึ่งที่ผู้อื่นกล่าวถึงจริงๆ

"เจ้าจะบอกว่า เรือนของข้าสภาพดีกว่าเรือนของท่านราชครู?"

"เอ่อ..."

"ช่างเถอะๆ" นางตัดบท ยังดีที่โดยรอบมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่น "ให้คนขนข้าวของมาอย่าให้เสียหาย เรียกบ่าวมาเตรียมน้ำให้ข้าอาบ เดินทางมาไกลข้าอยากพักผ่อน และอย่าลืมน้ำชาและของว่างด้วย"

"ขอรับ"

"ไปดูแลท่านราชครูเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเองได้"

หันซูผงกศีรษะรับแล้วถอยออกมา สั่งให้บ่าวรับใช้รับคำสั่งของเหอเยว่ซินอย่างดี ส่วนตัวเองหลบออกมา แต่อดเหลือบมองแผ่นหลังของหญิงสาวผู้นั้นไม่ได้

นางคือ 'เหอเยว่ซิน' คณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวงจริงๆ หรือ? เขาเองก็ไม่เคยเห็นใบหน้าของนางมาก่อน แต่ความงามปานเทพธิดาที่ผู้คนล่ำลือนั้นดูเหมือนจะห่างไกลกับสิ่งที่เขาเห็นในวันนี้มากนัก มิใช่นางมิงดงาม เพียงแค่มิดได้ผุดผาดสะกดสายตาผู้คน ลักษณะการเดิน การวางตัว หรือแม้แต่การสนทนา ดูไร้มารยาทไปสักหน่อย หรือว่า นางเอาแต่ใจตนเอง เมื่อเห็นว่าคฤหาสน์ของท่านราชครูซอมซ่อขนาดนี้จึงแสดงท่าทางเช่นนั้น

พ่อบ้านหนุ่มโคลงศีรษะไปมาแล้วเร่งเดินทางขึ้นเขาไปพบฉู่ห่าวหราน ต่อให้แม่นางเหอไม่ไล่เขาไป เขาก็คงทนอยู่กับสตรีเรื่องมากไม่ได้แน่นอน.

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ล่วงเข้าสู่วันที่ห้าแล้ว หญิงสาวในชุดกระโปรงสีชมพูปักลายดอกไม้เล็กๆ เพิ่มความอ่อนหวาน นางมั่นใจว่าคนที่นางต้องการพบหน้านั้นกำลัง 'หลบหน้า'

นางควรรู้สึกอย่างไรดี เจ้าของบ้านต้องออกไปอยู่ด้านนอก ส่วนนางผู้มาอาศัยกลับนอนเอกเขนกอยู่ในเรือนที่สภาพที่พอซุกหัวนอนได้ หลังจากสำรวจดูที่ต้องซ่อมแซมแล้ว นางจึงถือสิทธิ์ที่พ่อบ้านหันซูอนุญาตให้นางเรียกใช้บ่าวไพร่ได้ เรียกคนมาโยกย้ายเครื่องเรือนและซ่อมหลังคาที่มีรอยรั่ว แม้เป็นต้นฤดูร้อน ทว่าหากมีพายุเข้าก็คงลำบากไม่น้อย เรื่องเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ ในเมื่อไม่มีอะไรให้ทำนางไม่ลังเลที่จะทำ หญิงสาวจึงเรียกบ่าวรับใช้มาจัดการซ่อมแซมหลังคา อะไรที่รกหูรกตานางก็ชี้นิ้วสั่งการให้บ่าวไพร่ทำ สิ่งไหนไม่ถูกใจ นางก็ลุกขึ้นทำด้วยตัวเอง

จากวันแรกๆ ที่สวมอาภรณ์ถักทอด้วยไหมงดงามเพื่อรอพบท่านราชครู แต่เขาไม่ปรากฏกายเสียที หลายวันเข้าการแต่งตัวรอเก้อทำให้นางหงุดหงิด จนวันนี้นางสวมเพียงชุดผ้าฝ้ายธรรมดา เกล้าผมอย่างเรียบง่ายไม่ได้สวมเครื่องประดับมากมาย นางพาดบันไดพิงต้นสาลี่แล้วปีนขึ้นไป

"แม่นางเหอ!"

"ว้าย!"

หญิงสาวตกใจเสียงเรียกเหยียบบันไดพลาด แต่ยังดีที่มือไม้ว่องไวคว้าบันไดไว้ได้ทัน นางสงบสติระงับความตื่นเต้นได้แล้วก็หันไปทำตาดุใส่คนที่เรียกนาง

"พ่อบ้านหันซู!"
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 2. ข้าไม่มีความจำเป็นต้องฆ่าตัวตาย
"แม่นางเหอ ท่านอย่าคิดสั้น" หันซูทำหน้าตาตื่นรีบยื่นมือไปจับขาหญิงสาวไว้ "เจ้า! อย่ามาถูกตัวข้านะ!" "ข้าน้อยไม่ปล่อยขอรับ! แม่นางเหออย่าทำร้ายตัวเอง
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 3.ได้พบกันเสียที
"ท่านราชครูได้พบท่านเสียที" เยว่ซินเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนมทั้งที่ได้พบกันครั้งแรก "ข้าเสียมารยาทต่อแม่นางจริงๆ" ฉู่ห่าวหรานเอ่ยเสียงเรียบ "เพราะสุขภ
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 4.สตรีประหลาด
เสียงเคาะเกราะไม้ส่งสัญญาณเตือนภัย ดังมาจากหมู่บ้าน คฤหาสน์หลังงามตั้งอยู่เชิงเขา ห่างจากหมู่บ้านพอสมควรแต่ยังได้ยินเสียงนั้น บ่าวรับใช้ที่มีอยู่ไม่
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 5.มีอะไรที่ข้าไม่ควรเห็นหรือ?
"ความจริง ใต้เท้าไม่ให้พวกเราเรียกท่านราชครู นายท่านบอกว่าท่านไม่ใช่ราชครูแล้ว" ต้าต่านบ่าวชายเอ่ยขึ้น เยว่ซินพยักหน้ารับ "เข้าใจแล้ว" นางสูดลมหายลึ
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 6.ถ้าเรียกชื่อข้าอีก ข้าคิดสิบอีแปะ!
"เรื่องนั้นข้าไม่..." "แน่นอนย่อมต้องมีค่าตอบแทน" เยว่ซินรีบพูดแทรกขึ้น นางหันไปขยิบตาให้ฉู่ห่าวหรานก่อนแล้วจึงเอ่ย "ใต้เท้าฉู่เคยสั่งสอนองค์ชายองค์ห
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 7.เหตุผลที่มีชีวิตอยู่
"เอ่อ...ได้ ได้ขอรับ" ช่างตีเหล็กรับปาก แม้จะประหลาดใจกับสตรีร่างเล็กและแปลกหน้าผู้นี้ ทว่าเมื่อได้เห็นฝีมือขับไล่หมาป่าของนางแล้ว ต้องยอมรับว่านางไ
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 8.เรามาเจรจาตกลงกันด้วยดีเถอะนะ
หันซูมองอาหารตรงหน้าของตนแล้วเงยหน้ามองใบหน้าของหญิงสาวที่ยกอาหารมาบริการด้วยตนเอง นางยิ้มกว้างและคะยั้นคะยอให้เขากินอาหารที่นางทำ "กินเยอะๆ สิท่านพ่
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 9.คิดถึงวานวัน
"แล้วตอนนี้บิดามารดาของเจ้าอยู่ที่ใดกัน" "ตายหมดแล้ว" นางตอบรวดเร็วจนเขาต้องเงยหน้ามอง "พ่อแม่ข้าตายตั้งแต่ข้าสิบขวบ หลังจากนั้นข้าก็เร่ร่อนไปเรื่อย
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 10. เจ้าดื้อหัวแข็ง
"พาเด็กคนนั้นขึ้นรถมาเถิด อากาศหนาวเย็นเช่นนี้จะตายริมกำแพงบ้านผู้อื่นเอา" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น หญิงสาวเบ้ปากเล็กน้อย "สามีอยากให้ข้าภรรยาเก็บเด็กคนน
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 11. เจ้ารู้ได้อย่างไร
"เจ้ารู้ได้อย่างไร" เขาขมวดคิ้ว หมอหลวงผลัดเปลี่ยนมารักษาบาดแผลให้เขา ต่างส่ายหน้าแล้วถอนใจ แค่รักษาชีวิตไว้ได้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว "ข้าอยู่หุบ
Latest Chapters
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 37.บทส่งท้าย 2 (จบ)
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 36.บทส่งท้าย 1.
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 35. ไขว่คว้าความสุข
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 34. พี่เขย
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 33.คนมีแผลอยู่ด้วยกันไม่ดีหรือไร
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 32.กลัวการผิดหวัง
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 31. ยังไม่ตาย
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 30. สกุลเซียง
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 29.จะทำอะไร
บรรณาการเย้ารัก บทที่ 28. ใครเป็นใคร