บทที่ 1 ความหลังฝังใจ
-Hong Kong-
เสียงสายฝนที่ตกโปรยปรายอยู่ข้างนอกหน้าต่างทำให้เจ้าของร่างสูงที่กำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้องอันเงียบสงบต้องหลับตาลงก่อนจะค่อยๆ ปิดแฟ้มเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้า เอนกายพิงกับพนักเก้าอี้ตัวหรูที่ทำมาจากหนังชั้นดี
ดวงตาเรียวยาวค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาเผยให้เห็นนัยน์ตาสีเหล็กอันแสนเย็นเยียบก่อนเจ้าของร่างจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าไปยังหน้าต่างบานกว้างที่พร่างพรายไปด้วยเม็ดฝน
บรรยากาศของเกาะฮ่องกงที่ต้องมองผ่านม่านน้ำออกไปก็สวยไปอีกแบบในสายตาของโลแกน มาเฟียร้ายแห่งเกาะฮ่องกงวัย 35 ปี โลแกนอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงเหตุการณ์เก่าๆ ที่ไม่เคยลบไปจากความทรงจำของเขา
เขาเคยรักผู้หญิงคนหนึ่งมากจนในตอนนี้เขาก็มั่นใจว่าเขายังรักเธออยู่... ปัทมา ผู้หญิงหน้าหวานที่ผ่านมาในชีวิตของเขา เพียงแค่ได้สบตาเขาก็รู้สึกเหมือนตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น อยากจะทำทุกอย่างให้เธอรักเขาและเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวแต่ก็ไม่อาจทำได้...
เพราะเขา... ในวัยเพียงแค่ 15 ปี กับฮานหลงหัวหน้าแก๊งมาเฟียยักษ์ใหญ่แห่งเกาะฮ่องกงวัยสามสิบปีที่มีทุกอย่างให้กับเธอ ไม่ต้องบอกเขาก็รู้ว่าปัทมาจะเลือกใคร...
ปัทมา... หญิงสาวที่แสนหวานทำให้เขาติดใจและลุ่มหลงเพียงแค่ได้รับจูบหวานๆ จากเธอเพียงครั้งเดียว จนมันทำให้เขาไม่สามารถหาผู้หญิงคนไหนมาทดแทนได้
มันไม่ยุติธรรมเลยซักนิด เพียงเพราะเขาเด็กกว่าอย่างนั้นหรือที่ทำให้เธอเมินเฉย มองไม่เห็นค่าความรักของเขา เธอถึงมอบกายและใจให้กับฮานหลงแทน!!
โลแกนเหยียดยิ้มให้ตัวเองอย่างสมเพช ในตอนนั้นเขาในวัย 15 ปี เป็นเพียงแค่ลูกนอกสมรสที่เกิดจากมารดาชาวอังกฤษกับบิดาที่เป็นถึงหัวหน้าแก๊งมาเฟียใหญ่แห่งฮ่องกง หนำซ้ำเขาก็ยังไม่เอาอ่าว สัมมะเรเทเมา ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน เพราะงั้น... บิดาจึงยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้กับคนสนิทอย่างฮานหลงในวัยสามสิบปีที่มีพร้อมทั้งวุฒิภาวะและฝีมือ เขาจึงไม่ต่างอะไรจากเด็กวัยรุ่นเสเพลที่ไม่อะไรเป็นหลักเป็นฐานในชีวิตเลย
ฮานหลงที่มีพร้อมทุกสิ่งแต่เขากลับไม่มีอะไรเลย เพราะงั้นก็คงไม่แปลกที่ปัทมาจะเลือกฮานหลงแทน เขาก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนความเจ็บช้ำ พยายามตะเกียกตะกายทำตัวเองให้ดีขึ้น แต่ใครจะคิดว่าคนที่ทะเยอทะยานหาแต่อำนาจอย่างฮานหลงจะกล้าทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพราะปัทมาตั้งครรภ์
ฮานหลงทิ้งทุกอย่างที่ตัวเองฝันถึงมาตลอดชีวิต กลับไปใช้ชีวิตเฉกเช่นคนปกติธรรมดาที่ประเทศไทย
เพราะงั้น... เขาถึงกลายมาเป็นหัวหน้าแก๊งได้จนถึงทุกวันนี้... แต่เป็นสิ่งที่เขาได้มาอย่างไม่ภาคภูมิใจเลยซักนิด เพราะถ้าฮานหลงไม่ทิ้งแก๊งไป เขาก็คงไม่มีทางได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งแทน
ด้วยความกดดันและปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้เขากัดฟันสู้ ไม่สนใจเสียงครหาจากผู้คนว่าเป็นคนไม่เอาอ่าว ถีบตัวเองขึ้นมาเป็นนักธุรกิจผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของฮ่องกง รวมถึงการเป็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลของฮ่องกงโดยไม่มีใครคัดค้าน
"คุณโลแกนครับ..."
เสียงเรียกหนักๆ ช่วยดึงสติของโลแกนที่หลุดลอยไปให้กลับคืนมา เขาหันกลับมามองยังต้นเสียงก็พบกับเอ็ดเวิร์ด มือขวาคนสนิท คนที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายที่เติบโตมาพร้อมกับเขา
เอ็ดเวิร์ดนั้นเป็นลูกชายของแม่บ้านเก่าแก่ของตระกูลชานที่ถูกผู้ชายชาวรัสเซียหลอกให้มอบกายมอบหัวใจให้แล้วก็ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี เพราะฉะนั้นเขากับเอ็ดเวิร์ดจึงเติบโตมาพร้อมๆ กัน ผ่านอะไรด้วยกันมาก็มากมาย
"มีอะไรเหรอเอ็ด?" เอ่ยถามนิ่งๆ พร้อมกับนั่งลงบนขอบหน้าต่าง ไม่วายที่เหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบบรรยากาศเศร้าสร้อยแบบนี้เหลือเกิน
"มีจดหมายส่งมาจากประเทศไทยอีกแล้วครับ"
สิ้นเสียงของเอ็ดเวิร์ด โลแกนก็แค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงอย่างรวดร้าว เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมปัทมาถึงขยันส่งจดหมายมาหาเขานัก เธอจะรู้ไหมหนอว่าสิ่งที่เธอทำไม่ต่างอะไรจากการกรีดมีดซ้ำๆ ลงบนหัวใจของเขา
ใช่... จดหมายนั้นมาจากปัทมา หญิงสาวที่เป็นดั่งนางในดวงใจของเขาตลอดมา เธอส่งจดหมายมาหาเขาซักพักหนึ่งแล้วและถ้อยคำในจดหมายก็เหมือนเดิมซ้ำๆ
...เหมือนสิบฉบับก่อนที่ถูกส่งมา...
ช่วยลูกสาวฉันด้วยโลแกน มารับตัวแกไปที อยู่ที่นี่แกไม่ปลอดภัยแล้ว... ได้โปรด
ครั้งแรกที่ได้เห็นจดหมายนั้น โลแกนยอมรับเลยว่าหัวใจของเขามันสั่นไหวแปลกๆ รู้สึกเป็นห่วงภัทรศยาลูกสาวของปัทมาเหลือเกิน แม้จะเคยเจอกันครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเมื่อสิบปีก่อน แต่เขาก็ไม่เคยลืมหน้าหวานๆ ที่ถอดแบบออกมาจากปัทมาเลยแม้แต่น้อย มันยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างเด่นชัดในยามที่นึกถึง
แม้จะไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองซักเท่าไหร่ว่าทำไมถึงต้องเป็นห่วงภัทรศยาขนาดนั้น แต่โลแกนก็อดไม่ได้ที่จะส่งคนไปสืบข่าวคราวเพื่อให้แน่ใจว่ายังไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นกับสองแม่ลูก
และเมื่อแน่ใจว่าไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นตามที่ปัทมาได้ส่งจดหมายมา เขาจึงเมินเฉย ไม่สนใจจดหมายของปัทมานับตั้งแต่วันนั้น แต่ถึงอย่างนั้นลึกๆ ในใจของเขาก็สั่นไหวแปลกๆ กลัวว่ามันจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจริงๆ
"สืบอีกครั้งได้ไหมเอ็ด ฉันอยากได้คำตอบที่มันชัวร์กว่านี้"
"ได้ครับคุณโลแกน" เอ็ดเวิร์ดรับคำก่อนจะก้มศีรษะเป็นเชิงบอกลาและเดินออกจากห้องไป
โลแกนได้แต่มองตามแผ่นหลังเอ็ดเวิร์ดพร้อมกับครุ่นคิด ขอให้อย่ามีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นจริงๆ เลยเถอะ...
-เชียงใหม่, ประเทศไทย-
หญิงสาววัยกลางคนที่ใบหน้ายังดูสวยหวานและอ่อนเยาว์ ยืนมองรูปถ่ายของลูกสาวและสามีที่วางเคียงข้างกันอย่างสุขใจ แม้ในวันนี้จะไม่มีผู้ชายที่เธอรักอยู่เคียงข้างกาย แต่เขาก็ได้มอบของขวัญตัวน้อยๆ มาให้เธอแทน....
ลูกสาวเปรียบเสมือนน้ำจากฟ้าที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งเหี่ยวของเธอให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิตในวันครบรอบแต่งงานครบสิบปี เธอยังจำได้ดีถึงความรู้สึกของการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป เจ็บปวดรวดร้าวราวกับหัวใจแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เจ็บเสียจนไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกที่มีเขา เธอคิดแม้กระทั่งที่จะฆ่าตัวตายตามเขาไป แต่เพราะลูกสาวตัวน้อยๆ คอยเป็นแรงผลักดันให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป
"ฮานหลง... ขอบคุณนะคะที่มอบสิ่งที่มีค่าให้ฉัน ฉันรักคุณค่ะ"
ปัทมาเอ่ยออกมาอย่างซึ้งใจ ก่อนจะกรีดน้ำตาทิ้งไปแต่ก็ต้องตกใจเสียยกใหญ่เมื่อมีสองแขนเล็กโอบรอบเอวที่ไร้ไขมันส่วนเกินของเธอไว้
"จ๊ะเอ๋! แม่จ๋า... นั่นแน่... แอบมาบอกรักพ่ออีกแล้ว!!"
หญิงสาวตัวเล็กร่างบางในวัยยี่สิบปีกล่าวเสียงใส ใบหน้าหวานซึ้งเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่ออยู่ต่อหน้ามารดา แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นเธอกลายเป็นผู้หญิงที่เงียบขรึมจนดูเย็นชา เธอยิ้มจนตาหยีพร้อมกับหอมแก้มมารดาไปฟอดใหญ่
"อะไรกันน่ะ ลูกคนนี้ แม่ตกใจหมดเลยพลัม"
ปัทมาตีแขนลูกสาวด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู ไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ลูกสาวตัวเล็กของเธอก็ยังขี้แกล้งเหมือนเดิม แต่มันจะดีกว่านี้ ถ้าลูกสาวของเธอเผยมุมนี้ของตัวเองต่อหน้าบุคคลอื่นบ้าง....
"ก็แม่นั่นแหล่ะ มัวแต่คิดถึงคุณพ่ออยู่ พลัมเรียกแม่ปัทตั้งนานแล้วนะ"
ภัทรศยาเอ่ยบอกงอนๆ พร้อมกับทำแก้มป่อง จนมารดาต้องเอื้อมมือมาหยิกแก้มด้วยความหมั่นเขี้ยว
"โอ๊ย พลัมเจ็บนะคะแม่ปัท แม่ปัทดุจัง มิน่าถึงเอาพ่อฮานหลงอยู่หมัด"
ปัทมาหัวเราะเบาๆ กับคำพูดของลูกสาว เธอไม่เคยมีความลับอะไรปิดบังลูกสาวตัวน้อย ตั้งแต่ภัทรศยาจำความได้ เธอก็เล่าเรื่องของแก๊งเฟยหลงให้ลูกสาวฟัง เพื่อที่ลูกสาวของเธอจะได้รู้ว่าพ่อตัวเองเป็นใคร
แทนที่ภัทรศยาจะรู้สึกโกรธบิดาที่รังแกมารดา แต่เธอกลับรักและชื่นชมบิดามาก เป็นเพราะพ่อ... แม่ของเธอจึงมีความสุขมาจนถึงทุกวันนี้
"วันหลังถ้าจะหาแฟน อย่าหาแบบโหดๆ อย่างพ่อของลูกนะ"
ภัทรศยาหัวเราะคิกคักกับคำพูดของมารดา ยอมรับอย่างไม่อายเลยว่าผู้ชายแบบบิดาของเธอมีเสน่ห์ไม่น้อย แต่เสียดายที่เธอไม่ใช่ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ชอบผู้ชายหล่อร้าย
ผู้ชายที่เธอชอบนั้น ต้องเป็นผู้ชายอบอุ่น ดูใจดี และมีความเป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ชายมาดมาเฟียอย่างแน่นอน!