บทที่ 4 คนใจร้าย
โลแกนเลือกที่จะพาภัทรศยาไปยังโรงพยาบาลที่เพื่อนเขาเป็นเจ้าของและเป็นแพทย์อยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นทันทีที่เข้าอุ้มหญิงสาวตัวเล็กตรงดิ่งไปยังห้องฉุกเฉินจึงไม่มีใครกล้าสงสัยและเอ่ยปากถาม หนำซ้ำยังมีแพทย์หญิงปาหนันคอยรอรักษาอยู่แล้ว
"โดนยิงมากี่นัดน่ะโลแกน" เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจหลังจากถอดเสื้อกันหนาวสีดำสนิทของหญิงสาวร่างเล็กออกเผยให้เห็นไหล่บางที่ชุ่มไปด้วยเลือด
"น่าจะนัดเดียวนะ แต่เลือดออกเยอะเพราะแม่ตัวดีดันจิกแผลตัวเองน่ะสิ"
เสียงหนักเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ปรายตามองคนเจ็บที่หมดสติไปแล้วด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เขาไม่เคยเห็นใครที่โง่และบ้าอย่างภัทรศยามาก่อนเลย คนอะไรจะบ้าดีเดือดขนาดจิกแผลตัวเอง "คงอยากจะเลือดหมดตัวตายล่ะมั้ง" ค่อนขอดออกมาอีกครั้งแต่พอเห็นคนตัวเล็กหมดสติไป หัวใจมันก็ร้อนรุ่มแปลกๆ
"หือ..." แพทย์หญิงปาหนันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าโลแกนกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่
มาเฟียร้ายถอนหายใจออกมาเล็กน้อย โบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ "ช่างมันเถอะนัน ช่วยรักษาเธอดี" เสียงหนักบอกปัดอย่างไม่ใยดีเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอทำท่าทางเป็นห่วงหญิงสาวตัวเล็กเข้าก็กลับมาปั้นหน้านิ่ง วางท่าเฉยชาดังมาเฟียผู้แสนเย็นชาคนเดิม
"ได้ โลแกนไม่ต้องเป็นห่วงนะ นันจะดูแลอย่างเต็มที่"
แพทย์สาวเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มปลอบประโลม แววตาสีเข้มที่คอยทอดมองหญิงสาวที่นอนหอบหายใจทำให้พอเดาความสำคัญของหญิงสาวร่างเล็กได้ลางๆ แม้จะไม่มั่นใจนักแต่ก็คิดว่าเจ้าหล่อนคงสำคัญอยู่เอาการ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแพทย์หญิงปาหนันก็ถอนหายใจออกมาโล่งอกที่หญิงสาวร่างเล็กไม่ได้เป็นอะไรมาก หล่อนสาวเท้าออกมานอกห้องฉุกเฉิน ในใจก็มีคิดถามต่างๆ มากมายว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมคนอย่างโลแกน เอริสัน ชาน เจ้าพ่อมาเฟียยักษ์ใหญ่แห่งฮ่องกงลงทุนอุ้มหญิงสาวมารักษาตัวที่นี่
"เป็นไงบ้างนัน" เสียงหนักเอ่ยถามเรียบๆ ราวกับไม่สนใจ สายตาก็ไม่ยอมละจากแท็ปเล็ตในมือที่กำลังกวาดสายตาอ่านอยู่
"ไม่เป็นไรมากโลแกน กระสุนแค่ถาก ไม่ได้ฝังใน"
"เหรอ แล้วฟื้นรึยัง" น้ำเสียงที่ไม่ทุกข์ไม่ร้อนทำให้แพทย์หญิงปาหนันต้องเลิกคิ้วที่โลแกนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้อย่างรวดเร็ว
สุดท้ายผู้ชายคนนี้ก็กลับมาเป็นมาเฟียผู้แสนเหี้ยมโหดและไร้หัวใจ ปาหนันนึกอยากจะควักหัวใจผู้ชายคนนี้ออกมาดูจริงๆ ว่าเป็นสีอะไร แค่การหลงรักผู้หญิงที่ไม่รักตัวเองจะทำให้หัวใจเขาด้านชาได้ขนาดนี้เลยเหรอ!!
"โลแกน! แสดงท่าทีให้มันเป็นห่วงและจริงจังกว่านี้บ้างก็ได้นะ หัวจิตหัวใจน่ะมีบ้างก็ได้" หญิงสาวไม่ว่าเปล่า จิ้มนิ้วเล็กๆ ไปยังหน้าอกด้านซ้ายของชายหนุ่ม ก่อนจะกลับมาเท้าสะเอวดังเก่าเพื่อพิจารณาท่าทีของเพื่อน
แม้ท่าทีของโลแกนจะดูวางเฉยราวกับไม่สนใจ แต่การที่เขาพาผู้หญิงคนนั้นมาด้วยตนเองนั่นก็หมายความว่าชีวิตของผู้หญิงคนนี้คงมีความสำคัญระดับหนึ่ง
ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มเล็กน้อย พยักหน้ารับเบาๆ เพราะไม่อยากมีปัญหากับแพทย์สาว
"ได้ๆ ขอบคุณนะคุณหมอที่ช่วยรักษา" น้ำเสียงติดล้อเลียนเล็กน้อย
แพทย์หญิงปาหนันได้แต่อ่อนใจกลอกตาไปมาอย่างระอา คนอะไร... เย็นชาเสียจริง สงสารก็แต่แม่สาวน้อยคนนั้น คิดในใจอย่างขำๆ แต่ก็รู้ตัวดีว่าทำอะไรไม่ได้ และหล่อนเองก็เป็นเพียงแค่เพื่อนของเขาเท่านั้น
"ไม่เป็นไร มีอะไรบอกนันนะ ตอนนี้กำลังให้พยาบาลพาไปห้องพิเศษ"
"ขอบคุณมากนะนัน" มาเฟียร้ายเอ่ยขอบคุณอย่างซึ้งใจ แอบโล่งใจเล็กน้อยที่ภัทรศยาไม่เป็นอะไรมากอย่างที่นึกกลัว
"อื้อ..."
เสียงหวานครางผะแผ่วพร้อมกับเจ้าตัวพยายามฝืนลืมตาขึ้น และทันทีที่ลืมตาสำเร็จอาการปวดร้าวและร้อนผ่าวไปทั่วทั้งกระบอกตาก็ทำงานจนเธอต้องนอนหลับตาอีกครั้ง นอนนิ่งเพื่อปรับตัวอีกครู่ใหญ่ก่อนความทรงจำครั้งสุดท้ายจะแวบกลับเข้ามาในหัว
"แม่!!!"
เสียงหวานที่อุทานออกมาอย่างตกใจพร้อมกับร่างระหงที่ลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงทำให้คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ต้องละสายตาอย่างเสียไม่ได้
ภัทรศยาเม้มริมฝีปากแน่น อากาศปวดแปลบเล่นพราดไปทั่วหัวไหล่จนต้องเผลอจับมันไว้ เหลือบมองหัวไหล่ตัวเองเล็กน้อยก็พบว่ามีเลือดซึมออกมาคล้ายปากแผลจะเปิด
"ถ้าไม่อยากตายเร็ว ก็ลงไปนอนนิ่งๆ อย่างเดิมซะ"
เสียงหนักที่เอ่ยเตือนคล้ายจะหวังดีแต่คำพูดที่ได้ฟังกลับดูใจร้ายเหลือเกินในความรู้สึกของภัทรศยา หญิงสาวเบือนหน้าหนี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ใบหน้าและน้ำเสียงของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย มันทั้งเย็นชาและแข็งกระด้าง แต่ก็พาลให้เธอหัวใจสั่นเหมือนดังสิบปีก่อนที่เคยเป็น
มาเฟียร้ายที่ไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนเมินมาก่อนถึงกับนึกฉุนที่โดนหญิงสาวตัวเล็กเบือนหน้าหนี
"เฮ้! ผู้ใหญ่พูดด้วยเธอควรจะหันหน้ามาสบตานะ แม่ไม่เคยสอนรึไง" ตำหนิราวกับผู้ใหญ่กำลังดุเด็ก แค่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเมินใส่ก็รู้สึกเหมือนเส้นเลือดตรงขมับกำลังกระตุก
ภัทรศยาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผู้พูดอย่างรวดเร็ว อดคิดไม่ได้ว่าเขาช่างหาเรื่องเก่งเหลือเกิน
"แม่... แม่เป็นยังไงบ้าง" ถามออกไปเสียงแผ่วพร้อมกับหลุบสายตาลงต่ำ ก้มมองมือตัวเองที่บีบแน่น ในใจก็เฝ้าภาวนาอย่าให้มารดาเป็นอะไรไป อยากจะให้สิ่งที่เธอเห็นก่อนหมดสติไปมันเป็นแค่ฝันร้าย
"คะ... เธอควรมีหางเสียงเวลาพูดกับผู้ใหญ่!"
แม้รู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะสั่งสอนเรื่องมารยาท แต่เพราะเขาไม่นึกพิศวาสแม่สาวร่างเล็กคนนี้ เพราะงั้นไม่ว่าเจ้าหล่อนจะทำอะไรก็ดูจะขัดหูขัดตาเขาไปเสียหมด แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการพูดไม่มีหางเสียงเขาก็ไม่ยอมปล่อยวาง
ภัทรศยาไม่ตอบอะไร เอาแต่นั่งนิ่ง รอฟังคำตอบจากชายหนุ่ม แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปทำให้เธออยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
"ปัทมาตายแล้ว เสียเลือดมาก..."
ภัทรศยาตัวชาวาบ เจ็บร้าวในอกเหมือนหัวใจแตกเป็นเสี่ยงๆ ขบริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นสุดฤทธิ์ ส่วนน้ำตาก็ร่วงเผาะราวกับหยาดฝน
แม่ปัทไม่อยู่แล้ว... แล้วตอนนี้เธอจะเหลือใครอีก
คิดแล้วก็เจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีดหัวใจ ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองนั่งนิ่งจมอยู่กับความทุกข์โศก อยากจะตายตามมารดาไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด เหลือบเห็นมีดปอกผลไม้ที่วางอยู่ในกระจาดผลไม้บนโต๊ะข้างเตียงก็ไม่ลังเลที่จะเอื้อมมือไปคว้ามันมา แต่ก็ช้าไปเพียงเสี้ยวนาที
เพราะเพียงแค่เธอจับตรงด้ามมีด มือแกร่งก็คว้าหมับเข้าที่มือของเธอ หนำซ้ำก็ออกแรงบีบจนเธอต้องยอมปล่อยมีดอย่างเสียไม่ได้
ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวโตกว่าด้วยแววตาวาววับราวกับต้องการกรีดเขาออกเป็นชิ้นๆ
"อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ ไม่งั้นฉันจะจับเธอมัดกับเตียงนี่..." ขู่เสียงเย็น พลางโยนมีดไปยังโซฟาที่อยู่ข้างหลังตัวเอง
"อย่ามายุ่งกับฉันได้ไหมคะ" ภัทรศยาบอกด้วยความรู้สึกอึดอัด เธออึดอัดจนหายใจไม่ออกที่ต้องอยู่ใกล้โลแกน
ได้ยินเสียงหวานๆ พูดแบบนั้น มาเฟียร้ายก็แค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย "จะทำอะไรก็ทำ อยากร้องไห้ก็ร้อง อยากอาละวาดก็ทำ แต่อย่ามาคิดสั้นฆ่าตัวตายต่อหน้าฉัน"
ภัทรศยาเม้มริมฝีปากแน่น คำพูดของโลแกนเต็มไปด้วยความเย็นชาจนเธอสัมผัสได้ เขาดูเหมือนเกลียดเธอ... บางทีเขาน่าจะปล่อยให้เธอตายๆ ไปซะ
"ถ้าฉันตายคุณคงดีใจ"
คราวนี้มาเฟียร้ายแค่นยิ้มหนักกว่าเก่า หรี่ตามองหญิงสาวหน้าหวานที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง
"แล้วทำไมฉันต้องดีใจตอนเห็นเธอตายด้วย"
"คุณเกลียดฉัน... เพราะฉันเป็นลูกพ่อฮานหลง เป็นลูกของผู้ชายที่แย่งผู้หญิงคนที่คุณรักไป คุณรักแม่ปัท คุณเลยเกลียดฉัน เกลียดพ่อ..." เสียงหวานสั่นพร่าเล็กน้อย รู้สึกเหมือนภาพตรงหน้ากำลังพร่ามัวเพราะม่านน้ำตา
เธอรู้... รู้เรื่องของเขาทุกอย่าง ทั้งเรื่องในอดีตที่เขาหลงรักมารดาเธอขนาดไหน เพราะเธอเคยอ้อนวอนขอให้มารดาเล่าเรื่องในอดีตตอนรักกับพ่อให้ฟัง เพราะอยากอยากจะรู้เหลือเกินว่าพ่อกับแม่รักกันได้ยังไง และตอนนั้นเองเธอก็ได้รับรู้เรื่องราวของเขา
โลแกน เอริสัน ชาน ผู้ชายที่รักมารดาของเธอจนสุดหัวใจ...
ตอนแรกนั้นแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีผู้ชายคนไหนรักผู้หญิงคนหนึ่งได้มากขนาดนี้ แต่พอตอนนี้รู้แล้วว่าเขานั้นรักแม่ปัทของเธอขนาดไหน เพราะแค่เธอเอ่ยชื่อของมารดา นัยน์ตาของเขาก็แข็งกระด้างแต่ก็แฝงไปด้วยความรวดร้าวจนเธอรู้สึกได้
"งี่เง่า ไร้สาระ รีบพักผ่อน ถ้าพอจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วฉันจะพาเธอไปจัดการเรื่องงานศพปัทมา"
โลแกนรีบเอ่ยตัดบทพร้อมกับลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะออกไปจากห้อง เพราะขืนให้เขาอยู่ต่อ เขาคงได้ขย้ำคอยัยเด็กจอมเย่อหยิ่งอย่างภัทรศยาแน่ๆ นึกหมั่นไส้ภัทรศยาเหลือเกินที่พูดถึงเรื่องราวระหว่างเขากับปัทมาราวกับรู้ดีนักหนา
"เรื่องงานศพของแม่ ฉันทำเองได้ค่ะ"
ภัทรศยารีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ไม่อยากจะอยู่ใกล้ชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นหน้าเขาเธอก็ยิ่งรู้สึกแย่ รู้สึกแคลงใจว่าเขาเป็นคนฆ่ามารดาของเธอหรือเปล่า
เป็นเขาอีกแล้ว... ทำไมเขาถึงต้องอยู่ในเหตุการณ์ที่เธอสูญเสียคนสำคัญในชีวิตถึงสองครั้งสองครา...
"ว่าไงนะ"
โลแกนถามซ้ำอย่างไม่เชื่อหูพลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่บนเตียง นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้ามาเป็นมาเฟียแล้วมีคนปฏิเสธ แถมคนที่ปฏิเสธความช่วยเหลือเขาก็เป็นเพียงแค่หญิงสาวตัวเล็กๆ ผู้แสนโดดเดี่ยว!
"ฉันบอกว่าฉันจะจัดการเรื่องแม่เองค่ะ ไม่รบกวนคุณ" เอ่ยซ้ำเพื่อย้ำความตั้งใจของตนเอง แม้จะอ่อนล้าแต่ก็สบตากับชายหนุ่มอย่างแน่วแน่
เธอไม่เชื่อใจเขา... ไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียว...!