Library

EN

Log In
Contents
Settings
ยอดดวงใจซื่อจื่อ
ตอนที่ 1 พบกัน
"เร็วเข้าเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า"

ฉางเจียอีกำลังเร่งให้เสิ่นเสียนบ่าวรับใช้ของตนเองให้คลายเชือกของม้าที่ผูกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่หน้าวัดไป๋หลาง

วันนี้พ่อค้าใหญ่ฉางหลีบิดาของนางพาครอบครัวมาไหว้พระที่วัดไป๋หลางที่ผู้คนในลั่วหยางให้ความศรัทธาอย่างที่สุดเพื่อเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่

ฉางเจียอีเพิ่งฝึกขี่ม้าได้ไม่นานจึงบังเกิดความฮึกเหิมเพราะก่อนหน้านี้นางเพียงแต่ได้ขี่ม้าวนอยู่ในสนามฝึกขี่ม้าในจวนเท่านั้น บัดนี้เมื่อได้โอกาสออกมาข้างนอกทั้งด้านหลังวัดไป๋หลางยังเป็นทุ่งกว้างเหมาะอย่างยิ่งที่นางจะได้ลองฝีมือ

บ่าวบุรุษที่เฝ้าม้าบัดนี้มีสีหน้าไม่สู้ดี เขามิได้ช่วยฉางเจียอีเพียงแต่ยืนมองเฉย ๆ เกรงว่าหากลงมือช่วยเหลือจะเป็นการสมรู้ร่วมคิดและทำให้ตนเองมีความผิดจนถูกนายท่านลงโทษ

"คุณหนูอันตรายนะขอรับ"

"ข้าขี่ม้าเป็นแล้วจะอันตรายได้อย่างไร"

ฉางเจียอีถลึงตาใส่บ่าวผู้นั้นเมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขาซีดเซียวไม่สู้ดีจึงเอ่ยว่า

"ไม่ต้องห่วงข้าจะพามันกลับมาให้เจ้าก่อนที่ท่านพ่อกับท่านแม่จะกลับจวน ไม่เกิดเรื่องกับเจ้าแน่นอนหรือหากเกิดเรื่องข้าก็จะออกหน้ารับแทนเจ้าเอง"

วันนี้บิดาของนางได้เข้าพบกับท่านเจ้าอาวาสแล้วปกติจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งวันเพื่อสนทนาธรรม จากนั้นครอบครัวจะรับประทานอาหารเจที่วัดแล้วค่อยกลับจวน

ฉางเจียอีคิดว่าตนเองมีเวลามากพอที่จะไปขี่ม้าอย่างสบายอารมณ์และย่อมกลับมาทันเวลารับประทานอาหารอย่างแน่นอน

สาวใช้ของนางเสิ่นเสียนขี่ม้าได้คล่องกว่าฉางเจียอีนั่นเป็นเพราะบิดาของเสิ่นเสียนมีหน้าที่ดูแลม้าในของสกุลฉาง นางจึงได้ฝึกฝนมาไม่น้อย

ยามนี้สองนายบ่าวขี่ม้าเคียงกันตามเส้นทางเล็ก ๆ ระหว่างทางก็พบชาวบ้านจำนวนไม่น้อยทั้งเดินเท้าและนั่งรถม้า บ้างก็ขี่ม้ามาเพื่อไหว้พระในวันขึ้นปีใหม่

จุดหมายก็คือทุ่งกว้างหลังวัดไป๋หลางพวกเขาเพียงแต่ไปให้ถึงทางแยกข้างหน้าแล้วเลี้ยวซ้ายก็จะไร้ผู้คนแล้ว

เพราะคนเริ่มมากขึ้นเสิ่นเสียนจึงหันไปบอกกับฉางเจียอีให้ระวังตัว

"ระวังนะคะคุณหนู คนเยอะมากอย่าให้ม้าตื่นตระหนก"

"ไม่เป็นไร ข้าควบคุมได้"

กล่าวยังไม่ทันขาดคำ เบื้องหน้าก็พบคนกลุ่มหนึ่งกำลังฮ้อม้าตรงมาด้วยความรวดเร็ว ฉางเจียอีคิดจะให้ม้าของตนเองหลบไปข้างทางแต่แล้วกลุ่มม้าของคนพวกนั้นกลับเบียดม้าของนางจนตื่นตระหนก

ม้าตัวใหญ่ยกสองเท้าขึ้นร้องฮี้ ฉางเจียอีเกือบจะตกลงจากหลังม้าแล้วดีที่นางทรงตัวเอาไว้ได้ทัน ทว่าหลังจากนั้นมันกลับพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วจนนางตกใจ

มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งหลบไม่ทันทำให้บางคนถึงกับล้มลงไปโชคดีที่ม้าไม่ได้เหยียบจึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ฉางเจียอีตกใจยิ่งนัก เพราะม้ากำลังวิ่งด้วยความเร็วที่นางไม่อาจควบคุม นางกรีดร้องอยู่บนหลังม้าไม่ได้ยินเสียงอันใดนอกจากเสียงของลมหวีดหวิวอยู่ข้างหู

ฉางเจียอีคิดหาวิธีหยุดม้าทว่าสมองกลับขาวโพลนคิดสิ่งใดไม่ออก

แต่แล้วบุรุษผู้หนึ่งก็ขี่ม้ามาประชิดข้างม้าของนาง ฉางเจียอีมองเขาแวบหนึ่งคนผู้นั้นก็กระโดดมานั่งบนหลังม้าตัวเดียวกันกับนางแล้ว

แผ่นหลังของนางพลันอุ่นขึ้นมาเมื่อเขากำลังโอบรอบร่างของนางแล้วจังมือที่กำบังเหียนของนางเอาไว้

เขาร้อง ย๊า ออกมาคำหนึ่ง เริ่มบังคับม้าของนางด้วยความเชี่ยวชาญ เพียงไม่นานฝีเท้าของม้าก็ลดลงจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นวิ่งเหยาะๆ ในที่สุด

ฉางเจียอีพ่นลมหายใจยาวเมื่อสักครู่นางรู้สึกว่าตนเองกำลังวิ่งเข้าสู่ความตายด้วยความเร็วที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิตภาพต่าง ๆ ในอดีตผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาว่ากันว่าคนเราก่อนจะตายมักจะเห็นภาพในอดีตนางในตอนนั้นก็เห็นเป็นเช่นนั้นเช่นกัน

โชคดีที่มีคนมาช่วยเอาไว้ได้ทัน

"ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือข้า"

เขาไม่ตอบรับคำขอบคุณของนาง กลับเงียบขรึมจนฉางเจียอีประหลาดใจเขาบังคับให้ม้าหยุดเดินพร้อมกับยื่นมือทั้งโน้มตัวมาลูบแผงคอของม้าพร้อมกับกล่าวว่า

"เด็กดี"

แน่นอนว่าการกระทำนี้ของเขาทำให้นางต้องโน้มตัวตามและถูกเขารัดรึงเข้าไปในอ้อมกอด กลิ่นหอมสะอาดของเขาทำให้ฉางเจียอีรู้สึกหัวใจเต้นระรัว ช่วงหน้าอกของเขานี้ก็ช่างแข็งและกว้างให้ความรู้สึกปลอดภัยได้อย่างน่าประหลาด

นางไม่เคยใกล้ชิดบุรุษใดมาก่อน ความช่วยเหลือของเขานางย่อมซาบซึ้งใจยิ่งนัก

แล้วบุรุษผู้หนึ่งก็ขี่ม้าตามมาในมือของเขาจูงสายบังคับม้าอีกตัวที่บนหลังไม่มีคนขี่ตามมาด้วย

"ซื่อจื่อเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ"

คนผู้นั้นส่ายหน้าตอบน้ำเสียงราบเรียบชัดเจน

"ไม่"

บุรุษร่างสูงที่อยู่ข้างหลังนางเอ่ยหนัก ๆ ฉางเจียอีเห็นหน้าคนผู้มาใหม่ชัดเจนก็จำได้ว่าเขาคือกลุ่มคนนั้นที่เบียดม้าของนางจนทำให้ม้าตกใจ

"ที่แท้ก็พวกเดียวกัน พวกท่านทำให้ม้าของข้าตกใจจนเป็นแบบนี้"

ฉางเจียอีกล่าวโทษคนทันที โม่หนิงหลงที่นั่งอยู่ข้างหลังนางถึงกับส่ายหน้า เขาขยับตัวเล็กน้อยจากนั้นก็เหวี่ยงตัวเองลงจากหลังม้า เขายืนบนพื้นอย่างมั่นคงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนางกล่าวเสียงเย็น

"เป็นเจ้าที่ขี่ม้าไม่เป็นยังจะมากล่าวโทษผู้อื่น ตนเองผิดแท้ ๆ ยังคิดโยนความผิดให้คนอื่นอีก เห็นได้ชัดว่าคนเช่นเจ้าช่างไร้สมอง"

ฉางเจียอีถึงกับพูดไม่ออก เมื่อสักครู่นางยังรู้สึกใจเต้นกับเขาอยู่เลย บัดนี้คนผู้นี้กลับเป็นหนึ่งในตัวต้นเหตุที่ทำให้นางเกือบตายและเขาก็ยังเป็นผู้ที่ช่วยชีวิต

แต่หากไม่ใช่เพราะเขานางก็ไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์นี้ นางคิดว่าการที่เขาช่วยนางเอาไว้ย่อมนับว่าเหมาะสมแล้วไม่นับเป็นบุญคุณอันใด

"เจ้าเพิ่งขี่ม้าเป็นไม่ควรเที่ยวขี่ม้าไปทั่วเช่นนี้ เส้นทางมายังวัดไป๋หลางผู้คนพลุกพล่านและใช้ม้าและรถม้าเป็นจำนวนไม่น้อย หากเจ้าบังคับม้าไม่ได้ก็อย่ามาเที่ยวเกะกะทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน"

ฉางเจียอีจ้องเขาเขม็งจู่ ๆ ก็ถูกตำหนิและถูกต่อว่าทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นตัวต้นเหตุแท้ ๆ ก็ทำให้นางมีโทสะ

ดวงตาคมยังจ้องนางอย่างคาดโทษ บุรุษผู้นี้ใบหน้าคมคายหล่อเหลาสะดุดตา ผิวขาวเนียนละเอียด ร่างกายสูงโปร่งสง่างาม สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มยังสวมกวานสีเงินบ่งบอกว่าเป็นคนชนชั้นสูง

ถึงจะหล่อเหลาสูงส่งแล้วอย่างไร ทำผิดอย่างไรก็ต้องรับผิดชอบ

ฉางเจียอีลงจากหลังม้า ครานี้เสิ่นเสียนตามมาทันแล้วเสิ่นเสียนย่อมตระหนกเมื่อเห็นคุณหนูของตนกำลังยืนเผชิญหน้ากับคุณชายผู้หล่อเหลาผู้หนึ่งทั้งยังทำท่าจะกัดกินคนผู้นั้น

"ข้าขี่ม้ามาดี ๆ เป็นเพราะพวกท่านทำให้ม้าของข้าตื่นตระหนก มองอย่างไรก็เป็นพวกท่านที่ผิด"

โม่หนิงหลงจ้องใบหน้างามของนางแล้วส่ายหน้า เขาไม่คิดจะโต้เถียงกับสตรีที่ดื้อรั้นไม่ยอมรับผิดคนนี้แล้ว

คงอย่างที่เขาเคยได้ยินมาว่าสตรีที่งดงามมักจะไม่มีสมองนั้น นางผู้นี้เห็นจะเป็นเช่นนี้

เขาหันหลังและคิดจะเดินหนี แต่ฉางเจียอีกลับไม่ยินยอม

"ทำผิดแล้วคิดจะหนีหรือ ท่านต้องขอโทษข้าด้วย"

"ทำคุณบูชาโทษข้าน่าจะปล่อยให้เจ้าตกม้าตายไปเสีย ไม่เห็นบุญคุณก็ช่าง แต่ยังมากล่าวหาคนอื่นเช่นนี้ที่บ้านแม่นางสั่งสอนมาเช่นไร"

"นี่ท่าน"

ฉางเจียอีหัวคิ้วขมวดดวงหน้างามแดงก่ำ โกรธจนอยากกระทืบเท้า นางรีบลงจากหลังม้าคิดจะขวางเขาเอาไว้ไม่ให้หนีแล้วต่อเขาอีกสักหลายคำ ทว่าเสิ่นเสียนเข้ามาขวางหน้านางเอาไว้แล้วเอ่ยอย่างร้อนรน

"คุณหนู เพราะม้าตื่นทำให้มีคนเจ็บไม่น้อยให้ทำอย่างไรเจ้าคะ"

ฉางเจียอีจ้องเขาราวกับจะกินคน

"เห็นหรือไม่ว่าเพราะท่านจึงทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้"

เขายกมุมปากน้อย ๆ

"ทักษะการขี่ม้าของเจ้าไม่ได้เรื่องจึงทำให้คนบาดเจ็บ ผู้ใดทำความผิดก็ต้องรับผิดชอบด้วยตนเองจะมาโยนความผิดให้คนอื่นไม่ได้"

"หากพวกท่านไม่ขี่ม้าไม่ดูตาม้าตาเรือจนเบียดม้าข้าจะเกิดเรื่องเช่นนี้หรือ"

"ข้าขี่มาตามถนนและม้าของผู้อื่นก็หลบหลีกได้เป็นอย่างดี สตรีไร้สมองไร้ฝีมือเช่นเจ้าคงคิดไม่ได้กระมังว่าสมควรจะหลบอย่างไร"

เขากล่าวจบก็กระโดดขึ้นบนหลังม้าของตนเองแล้วจากไปทันใดโดยไม่แม้กระทั่งจะชายตาแลนางอีก

ฉางเจียอีได้แต่ก่นด่าเขาตามหลังด้วยโทสะ

"หน้าตาดีเสียเปล่าแต่กลับเป็นคนเช่นนี้ เพ้ย! กล้าว่าข้าไร้สมองหรือ คนบ้า ข้าขอสาปแช่งท่านให้ได้แต่งงานกับสตรีพิการตาบอด หรือไม่ก็ง่อยเปลี้ยเสียขาทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต คนบ้า!"

หลังจากคนพวกนั้นจากไปแล้ว ฉางเจียอียิ่งโมโหหนักขึ้นเมื่อตนเองต้องเสียเงินทองไปไม่น้อยเพื่อจ่ายค่าทำขวัญชาวบ้านที่ตื่นตกใจเพราะนาง

ด้วยฐานะบุตรสาวของพ่อค้าเสิ่นผู้ร่ำรวยและมีกิจการมากมายที่สุดในลั่วหยาง เงินทองของนางมีมากมายล้นฟ้าย่อมไม่คิดเสียดาย เพียงแต่นางเจ็บใจที่ต้องมาสูญเสียเงินให้กับเรื่องไร้สาระอันเกิดจากการกระทำของคนกลุ่มนั้นที่เป็นตัวต้นเรื่อง

คอยดูเถิดหากนางได้พบเขาอีกครั้ง นางไม่มีวันปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 2 คนขี้นินทา
หลายวันต่อมา โม่หนิงหลงไปพบปะกับสหายที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง หลังจากสนทนาดื่มสุรากันอยู่นานโม่หนิงหลงก็ขอตัวกลับ แต่เขาก็ได้พบกับสหายอีกอีกคนหนึ่งซึ่งนับว
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 3 ข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่
สองมือกำหมัดแน่น คิดว่าจะออกไปจัดการบุรุษขี้นินทาสองคนที่กล่าวหานางและบิดาทว่านางกลับฉุกคิดอะไรได้ก่อน คนผู้นั้นบอกว่ากำลังจะกลับหรือ ยามนี้นางอยู่ช
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 4 เลิกแล้วต่อกัน
"กฎหมายข้อไหนที่ทำน้ำแกงหกแล้วข้าต้องเข้าคุก ท่านเอามากางให้ข้าดู ถ้ามีกฎหมายข้านี้จริงคนทั้งเมืองคงต้องเข้าคุกแล้ว ไร้สาระสิ้นดี" โม่หนิงหลงแค่นคำคิ
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 5 การตัดสินใจของท่านย่า
ฉางเจียอีโยนเสื้อคลุมของโม่หนิงหลงทิ้งไปทันใด แต่นายอำเภอรีบมาคว้าเสื้อคลุมเอาไว้ราวกับของล้ำค่า "คุณหนูรองไม่ได้นะขอรับ ซื่อจื่อบอกว่าเสื้อนี้เป็นขอ
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 6 แต่งงานกับผู้มีพระคุณ
ฮูหยินชราไอออกมาอย่างหนักจนกระทั่งทุกคนตกใจ ก่อนที่จะถลึงตาจ้องมองลูกสะใภ้ด้วยความรู้สึกไม่พอใจ "ไยจะไม่เหมาะสม การแทนคุณเช่นนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว" ห
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 7 พี่สาวผู้น่าสงสาร
หลายวันต่อมาของหมั้นหมายจากจวนสกุลโม่ก็ถูกส่งมายังคฤหาสน์สกุลฉาง ฉางเจียอีได้รู้แล้วว่าฉางเจียอันพี่ใหญ่ของนางต้องแต่งงานกับโม่ซื่อจื่อ เรื่องนี้ทำให
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 8 ข้าเอง
พี่ใหญ่ของนางยิ้มแล้วเอ่ยว่า "เจ้ารู้หรือไม่ว่าไยต้องเป็นพี่ที่ถูกเลือก ไยไม่ใช่เจ้า" ฉางเจียอีพยักหน้า "เพราะทุกคนลงความเห็นว่าข้าดื้อรั้น หากแต่ง
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 9 แต่งแล้วค่อยหย่า
นางยังไม่ตื่นเขาจึงใช้คันชั่งที่มีเอาไว้เพื่อเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเคาะที่ศีรษะนางค่อนข้างแรง "โอ๊ย!" ฉางเจียอีตื่นขึ้นมาทันใด นางงัวเงียมองหน้าเขาเ
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 10 นางคือภรรยาข้า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวานใสของสตรีนางหนึ่ง "ท่านพี่เจ้าคะ ท่านแม่แย่แล้วเจ้าค่ะ" โม่หนิงหลงหยุดกึก เอ่ยเสียงขรึม "มีเรื่องอันใด" "ท่า
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 11 คำโกหก
ทุกคนในที่นี้ล้วนตกตะลึงกับคำพูดของโม่หนิงหลง ฉางเจียอีก้มหน้าแสร้งตีสีหน้าสลดเพื่อเล่นงิ้วไปพร้อมกับโม่หนิงหลง "หลงเอ๋อร์หลานหมายความว่าอย่างไร" โม
Latest Chapters
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 30 ครอบครัวอบอุ่น ตอนจบ
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 29 จุดจบ
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 28 ตามแผน
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 27 ผู้อยู่เบื้องหลัง
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 26 ข้อแลกเปลี่ยน
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 25 เพลิงไหม้
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 24 เผยความในใจ
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 23 บังเอิญได้ยิน
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 22 ลงโทษ
ยอดดวงใจซื่อจื่อ ตอนที่ 21 หวานนัก