Library

EN

Log In
Home > สายใยร้ายคู่นิรันดร์ > บทที่ 4 มีนาปกป้องสามี
Contents
Settings
บทที่ 4 มีนาปกป้องสามี
มีนาแต่งหน้าเสร็จ ก็เปลี่ยนเสื้อที่มาร์ชเลือกไว้ให้ จากนั้นก็เดินออกจากห้องพร้อมกับมาร์ช

ขณะที่เดินลงบันได เธอก็พลันนึกถึงภาพเมื่อคืน ขาเธอยังคงสั่น ทั้งตัวไม่มีที่ไหนไม่รู้สึกเจ็บ ขนาดแค่เดินยังแทบจะไม่ไหว

ยังดีที่มาร์ชจับสังเกตได้ ก่อนที่ใบหน้าเขาจะเผยยิ้มปัญญาอ่อนแล้วพยุงเอวเธอ

ห้องโถงตระกูลธวัชพลังกรติดตัวหนังสือซังฮี้รอบสี่ทิศ บ่งบอกถึงบรรยากาศแสนสุขของตระกูลธวัชพลังกรที่เพิ่งจัดงานแต่งไปหมาดๆ

ในห้องอาหารที่โอ่อ่าและกว้างใหญ่ มีโต๊ะอาหารที่ทั้งใหญ่ทั้งยาว ตรงหัวโต๊ะมีนายท่านตระกูลธวัชพลังกรนั่งอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ยังมีลุงป้าน้าอาที่นั่งอยู่ทั้งสองข้างของโต๊ะอาหาร ข้างหนึ่งมีน้อยสุดก็ประมาณเจ็ดแปดคน ภาพตรงหน้าทำให้มีนาลอบตะลึงในใจ ไม่เคยเห็นบ้านใครกินข้าวเช้าแล้วคนเยอะขนาดนี้

มีนาแสร้งทำตัวว่าเรียบร้อยพยักหน้ายิ้มทักทายผู้ใหญ่ ก่อนจะเหลือบไปเห็นอาหารเช้ามากมายที่วางอยู่บนโต๊ะอาหาร เธอลอบกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง ตอนนี้เธอรู้สึกหิวมากจริงๆ

นายท่านตระกูลธวัชพลังกรคุณแพรวกวักมือเรียกพวกเขา "หลานย่า มาที่ข้างๆย่านี่มา"

มีนาเห็นข้างกายของนายท่านตระกูลธวัชพลังกรว่างอยู่สองที่ เดาว่าน่าจะเว้นเหลือไว้ให้พวกเขา

มาร์ชขานเหมือนเด็กอายุไม่กี่ขวบว่า "คุณย่า" จากนั้นก็นั่งลงข้างคุณแพรว

เธอจึงต้องจำใจตามไปด้วยเช่นกัน ก่อนจะนั่งลงแล้วเอ่ยถามว่า "กินได้หรือยังคะ?"

"ไร้มารยาทสิ้นดี! นอนจนถึงป่านนี้ถึงจะลงมา ให้คนทั้งบ้านต้องนั่งรอเธอสองคน ทุกคนยังไม่มีใครแตะตะเกียบเลยด้วยซ้ำ เธอก็โพล่งว่าจะกินซะแล้ว นี่เหรอสภาพลูกสะใภ้ตระกูลธวัชพลังกร?"

มีนาเหลือบมองพิมที่ตำหนิเธอเสียงดุ คร้านจะเถียงกับหล่อน จึงหันไปก้มหน้ากับนายท่านแล้วเอ่ยด้วยท่าทางเขินอายว่า "คุณย่าคะ เมื่อวานหนู...หนูกับมาร์ชเหนื่อยมาทั้งคืน หนูก็เลย..."

เธอพูดยังไม่ทันจบ ก็มีคนใช้หญิงชราวัยห้าสิบหกสิบเดินมาที่ข้างกายนายท่านแล้วกระซิบอะไรสักอย่างที่ข้างหู

นายท่านมองมายังมีนา พลันเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ เอ่ยว่า "ข้าวใหม่ปลามันก็แบบนี้แหละ ไม่เป็นไรๆ ป้าเค้ก เอาซุปรังนกมาให้นานาด้วย เมื่อคืนลำบากเธอแย่"

"คุณแม่คะ! จะตามใจสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาเกินไปไม่ได้..."

น้าสองพิมพูดยังไม่ทันจบ ณภัทรที่นั่งอยู่ข้างเธอก็พูดขัดเธอว่า "หุบปาก แม่ยังไม่ว่าอะไร ถึงตาเธอมาสอนภรรยาของมาร์ชเมื่อไหร่"

พิมเห็นสีหน้าของสามีตัวเองเริ่มเผยแววไม่ดี ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก พลันถลึงตาใส่มีนาทีหนึ่ง

คิดไม่ถึงเลยว่าเธอที่พึ่งฝีปากคมคายสบถคนในตระกูลธวัชพลังกรมาสิบกว่าปี จะถูกหักหน้าและเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะผู้หญิงที่เพิ่งแต่งเข้ามาคนนี้

มีนาเองก็ถลึงตาใส่กลับอย่างไม่ยอม พลางลอบคิดในใจว่าขนาดนี้แล้วยังต้องกลัวใครอีก ถ้าคนในตระกูลธวัชพลังกรคนไหนกล้ามาหาเรื่องเธอ งั้นเธอเองก็จะไม่เกรงใจเหมือนกัน!

"เอาล่ะๆ ทุกคนกินข้าวกันเถอะ" นายท่านปริปากเอ่ย "หลานรักฉันเองก็แต่งงานแล้วสักที ยัยแก่อย่างฉันดีใจเหลือเกิน"

มีนามองใบหน้าของแต่ละคนที่เหมือนสวมหน้ากากเอาไว้ พลันรู้ดีว่าคนเหล่านี้ไม่มีใครรับมือง่ายทั้งนั้น

ก่อนจะแต่งงานกับมาร์ช ปริญเองก็เล่าเรื่องของตระกูลธวัชพลังกรกับเธออย่างละเอียดมาก่อน ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ประหนึ่งละครตระกูลร่ำรวยในโทรทัศน์

แม่แท้ๆของมาร์ชไม่อยู่นานแล้ว เขาเองก็ดันเป็นคนปัญญาอ่อน เป็นลูกที่พ่อไม่รัก เรียกได้ว่าไม่มีฐานะและอำนาจใดๆในตระกูลธวัชพลังกร

มีเพียงสิ่งเดียวที่นับว่าเป็นเรื่องโชคดีคือนายท่านไม่สนใจว่ามาร์ชจะปัญญาอ่อนหรือไม่ เอ็นดูและรักเขาเป็นที่สุด ดังนั้นเขาก็เลยยังถูกเคารพเป็นคุณชายรอง

ทว่าเล่าลือกันว่าหลายปีมานี้สภาพร่างกายของนายท่านอ่อนแอลงจนน่าเป็นห่วง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็คงอยู่ปกป้องเขาได้อีกไม่นาน

มีนาคิดได้ดังนั้น พลันรู้สึกว่าที่จริงมาร์ชที่เกิดมาในตระกูลร่ำรวยก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตง่ายขนาดนั้น

จุดนี้แอบคล้ายเธออยู่เหมือนกัน พลันอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเขา ก่อนจะสบกับแววตาเหม่อลอยของเขาเข้าอย่างจัง ทั้งยังเผยรอยยิ้มปัญญาอ่อนมาให้

เธอเห็นมาร์ชไม่แตะตะเกียบเลยด้วยซ้ำ ใช้มือจับแซนวิชยัดเข้าปากตัวเองทีเดียว เธอแสดงท่าทางเหมือนเป็นห่วงเขา ก่อนจะยกจานอาหารตรงหน้าเขาขึ้นมา เอ่ยว่า "มาร์ช อย่ากินเองอีกเลย ทำเสื้อเปื้อนไปหมดแล้ว ฉันป้อนคุณเอง"

มาร์ชปรบมืออย่างดีใจ เอ่ยว่า "เอาสิ ๆ ให้คุณภรรยาป้อน"

"อ้าปาก" มีนาพูดพลางหั่นอาหารบนจานเขาเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนจะป้อนใส่ปากเขาเหมือนป้อนเด็ก

นายท่านยิ่งมองมีนาก็ยิ่งรู้สึกถูกใจ ลูกสาวตระกูลจรัลพรไพศาลคนนี้ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศและไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ช่างเหมาะสมกับหลานรักเธอเสียจริงๆ

ทานอาหารเช้าเสร็จ นายท่านก็ให้ทุกคนอยู่ต่ออีกสักครู่ พลางประกาศทีเดียวว่าในเมื่อมาร์ชแต่งงานแล้ว ก็จะยกบริษัทแฟชั่นหนึ่งภายใต้ชื่อตัวเองให้มาร์ช

บรรยากาศในห้องอาหารพลันตึงเครียดประหนึ่งกำลังประชุม ส่วนมาร์ชก็แสร้งทำเป็นปัญญาอ่อนปรบมือว่าดี

มีนาที่เป็นภรรยาของเขา กำลังจะขอบคุณนายท่าน จู่ ๆก็มีหญิงสาวอายุรุ่นราวเคราวเดียวกับเธอผุดลุกขึ้นยืน

หญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าเรียวทรงไข่หงส์ประกอบกับผมสั้นดัดลอน ทำให้เธอดูขี้เล่นและเฉียบแหลม

เธอเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า "คุณย่า บริษัทแอมทีแฟชั่นหนูเป็นบริหารจัดการมาโดยตลอด จะยกหยาดเลือดหยาดเหงื่อของหนูให้คนปัญญาอ่อนได้ยังไงกัน?"

"เธอว่าใครปัญญาอ่อน?" มีนาลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที

หลังจากที่รู้ว่ามาร์ชแสร้งทำเป็นปัญญาอ่อนแล้ว มีนาก็คิดจนเข้าใจ หากตัวเองอยากจะยืนหยัดในตระกูลธวัชพลังกร ก้าวแรกก็คือต้องเอาใจมาร์ช

จะเอาใจเขาก็ต้องให้เขาเชื่อใจเธอก่อน ก็ต้องก้าวออกมาปกป้องเขาเมื่อยามที่เขาถูกกลั่นแกล้ง

"ห้ามเธอว่ามาร์ชแบบนี้เด็ดขาด ขอโทษมาร์ชเดี๋ยวนี้!"

มีนาจ้องเอนด้วยแววตาโกรธเคือง แสดงท่าทางประหนึ่งกำลังปกป้องมาร์ชจนถึงขีดสุด

เอนหันมามองเธอ พลันเอ่ยอย่างเหยียดหยามว่า "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าที่ตระกูลจรัลพรไพศาลใช้ลูกสาวตัวเองเป็นหมากต่อรองเพื่อจะสานสัมพันธ์กับตระกูลธวัชพลังกร ไม่อยากขายยัยลูกสาวที่อยู่ข้างกายนั่น ก็เลยต้องยัดลูกนอกสมรสอย่างเธอที่ถูกเก็บมาจากไหนก็ไม่รู้มาให้บ้านเรา! เธอถูกขายให้ใคร ก็คนนั้นแหละที่ปัญญาอ่อน!"

"ไม่ว่าแต่ก่อนฉันจะมีฐานะอะไร แต่ถ้าแต่งเข้ามาในบ้านตระกูลธวัชพลังกร ฉันก็คือพี่สะใภ้รองของเธอ ส่วนมาร์ชก็คือพี่ชายรองของเธอ เอนเธอเป็นถึงคุณหนูตระกูลธวัชพลังกรของเรา จะมากล่าวคำพูดที่ทำให้ตัวเองดูเสื่อมเสียฐานะแบบนี้ได้ยังไง น่าขายหน้าไปหน่อยแล้วละมั้ง" มีนาตอกกลับอย่างไม่ยอม

"อาสองกับน้าสองสอนน้องเอนกันแบบนี้เหรอคะ?" มีนาพูดเสร็จ ก็หันไปมองพิมและณภัทรด้วยสีหน้าที่แสร้งทำเป็นตกใจ
Previous Chapter
Next Chapter
Comments (0)
No results
Related Chapters
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 5 คุณภรรยาเด็กดี
"ยัยคนต่ำทราม เธอว่า..." "หุบปากซะ!" คงเป็นเพราะมีนาแสดงเจตนาประชดออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้นทันทีที่สิ้นเสียงมีนา เอนและพิมก็พลันเผยสีหน้าไม่สู้ดี พวก
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 6 เสื่อมเสียชื่อเสียงล้มละลาย
มีนาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด แต่ก็ยังคงคุกเข่าลง "คุณย่า..." "หุบปาก เรียกฉันว่านายท่านเหมือนป้าเค้กซะ" คุณแพรวเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง "นายท่าน หนูทำอะ
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 7 แม่อยู่ไหน
มีนาแงะมือชายแปลกหน้าออก ก่อนจะมองสำรวจคนตรงหน้าอย่างละเอียด อายุดูใกล้เคียงกับมาร์ช ใบหน้าเองก็คล้ายคลึงกันสามส่วน ตัวสูง ดูเพียงรูปลักษณ์ภายนอกก็นับ
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 8 เธอ! หน้าไม่อาย
มีนาพยายามไม่ให้ตัวเองปริเสียงสะอื้นออกมา ก่อนจะพูดปลอบอธิว่า "แม่ต้องทำงานหาเงิน ถึงจะซื้อของกินอร่อยๆกับของเล่นให้อธิได้ อีกไม่กี่วันแม่ก็จะได้ไปเจอ
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 9 เรื่องไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้
เขายิ้มแห้งใส่มาร์ช แสร้งทำเป็นเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างไม่คิดอะไร "มาร์ช งานแต่งเมื่อวานนายแหย่ภรรยานายเล่นแบบนั้น เธอโกรธไหม? เมื่อคืนพวกนายเข้าเรือนหอก
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 10 แอบรู้สึกปวดใจ
มาร์ชรู้ตารางงานของณนนมาก่อนอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่พ่อเขากับคนพวกนั้นจะกลับมาถึงบ้านตระกูลธวัชพลังกร ทันทีที่เขาลงจากรถของชาร์วี ก็พลันเปลี่ยนสีหน้า เ
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 11 เคยคลุ้มคลั่งครั้งหนึ่ง
มีนาเบิกดวงตาคู่สวยออกกว้าง มองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้านี้ พลันรู้สึกใจเต้นและประหม่า มาร์ชเผยยิ้มมุมปาก ดวงตาเผยแววอันตรายที่จับสังเกตได้ยาก "ต
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 12 คุกเข่าขอโทษ
มีนาเปลี่ยนเสื้อในห้องแต่งตัวที่กว้างใหญ่ และแต่งหน้าเติมเครื่องสำอางที่หลุดลอก ในใจรู้ดีว่าเรื่องที่เธอทำธารณ์หัวแตกนั้นยังไม่จบ ธารณ์ไม่มีทางปล่อยเ
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 13 อิจฉาริษยาจนแทบคลั่ง
วรรณรีบแสร้งทำเป็นคนดี เอ่ยว่า "มีอะไรก็พูดกันดีๆ ทุกคนเป็นคนบ้านเดียวกัน อย่าทะเลาะกันเลย!" พูดเสร็จ ก็เหลือบเห็นกำไลหยกเขียวบนข้อมือมีนา ในใจพลันรู
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 14 อย่าหาเรื่องกังวลอีก
"ครับ ตามนั้น..." ธารณ์พูดเสร็จปุ๊บก็พลันรู้สึกว่าไม่ถูก วรรณรีบรั้งเขาเอาไว้ เอ่ยว่า "ธารณ์! ไหนลูกบอกแม่เองไม่ใช่เหรอว่าลูกสองคนดื่มเหล้าด้วยกันจนเ
Latest Chapters
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 703 ตอนจบ
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 702 อรุณสวัสดิ์ที่รัก
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 701 มีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็น
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 700 นายจะไม่ช่วยไม่ได้
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 699 ตราบใดที่เราอยู่ด้วยกัน
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 698 ฉันแค่ต้องการเธอ
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 697 เธอหอมมาก
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 696 ทำให้เธอขอร้องฉัน
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 695 ฉันสัญญาว่าจะไม่หนีแล้ว
สายใยร้ายคู่นิรันดร์ บทที่ 694 ฉันไม่ได้เล่นนะ