"พวกเธอออกไปเถอะ ฉันจะคุยกับพวกเขาพี่น้องสองคน" แม่มองไปที่กิตติภพกับอรอินท์แวบหนึ่งด้วยสายตาเย็นชา และสั่งให้บอดี้การ์ดพาพวกเขาออกไป
ในขณะนี้ในห้องเหลือเพียงฉันกับพีรดนย์สองคน
"คุณปู่ของพวกลูกกำลังจะจัดงานวันเกิด ในวันนั้นตระกูลใหญ่และคนมีชื่อเสียงทุกคนในเมือง เอจะมาที่นี่ พวกลูกไม่เตรียมตัวดีๆ กลับก่อเรื่องขายหน้าแบบนี้ขึ้นมาได้?"
จากนั้นแม่ก็หันไปที่พีรดนย์ "โดยเฉพาะลูก พีรดนย์ ทรัพย์สมบัติของตระกูลเตชะวงศ์ต้องได้รับการอนุมัติจากคุณปู่ คำพูดของพ่อลูกพูดก็ไม่มีประโยชน์! ลูกหลานของตระกูลเตชะวงศ์มีมากมาย ถ้าลูกไม่พยายามจะสู้ใครได้?!"
พีรดนย์ก้มหน้าลงเพราะถูกตำหนิ ในขณะที่ฉันกลับรู้สึกสะใจ
ความหมายของคุณแม่บอกชัดเจนว่า ขอแค่ไม่ทำให้เรื่องมันใหญ่โตจนคนอื่นรู้ ฉันจะทำอะไรก็ได้
หลังจากนั้นฉันก็ยิ่งกล้าแสดงออกมากขึ้น ไม่เพียงแต่กลั่นแกล้งอรอินท์จนโต้กลับไม่ได้ จนพีรดนย์ก็รู้เรื่อง
เขามาหาฉันด้วยท่าทางโมโห แต่คำแรกที่ถามกลับกลายเป็นว่าฉันจะเตรียมของขวัญอะไรให้คุณปู่
ฉันจึงรู้ทันที ที่แท้พวกเขากำลังรอฉันอยู่ตรงนี้นี่เอง
ในชาติก่อน ฉันไม่ทันระวังบอกของขวัญที่เตรียมไว้ให้เขารู้ แต่เขากลับขโมยมันไปมอบให้อรอินท์เป็นภาพวาดน้ำมันที่ฉันใช้เวลาทั้งสัปดาห์วาดขึ้นมา อรอินท์จึงใช้โอกาสนี้ก้าวขึ้นมาเป็นที่โปรดปรานของคุณปู่ฉันอีกคน
ในตอนนี้ ฉันเพียงแต่ส่งเสียงฮึดฮัดเสียงเบาๆ "เกี่ยวอะไรกับพี่ด้วย?"
พีรดนย์สีหน้าเคร่งขรึม "ฉันอยากให้เธอช่วยวาดรูปอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าเธอ…"
"ฝันไปเถอะ!" ฉันพูดขัดขึ้นมาโดยตรง และเดินออกไปทันที ถึงพูดกับเขาต่อ ฉันก็รู้สึกว่าเสียเวลา
พีรดนย์โกรธจนตะโกนตามหลังมาว่า "ในเมื่อพูดด้วยดีๆ ไม่ยอมทำตาม ก็คงต้องใช้กำลังบังคับ พราวฟ้า อย่าหาว่าฉันไม่ได้เตือนเธอก็แล้วกัน!"
สามวันต่อมา ฉันถึงได้รู้ว่าการเตือนที่เขาพูดถึงหมายถึงอะไร
วันนี้เป็นวันเกิดของคุณปู่ ฉันเตรียมของขวัญวันเกิดให้คุณปู่เรียบร้อยแล้ว กำลังจะไปที่ห้องจัดงานเลี้ยง
แต่กิตติภพกลับมาขวางทางฉันที่หน้าประตู ไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาก็บอกให้ฉันส่งภาพวาดให้เขา ฉันไม่ให้ เขาก็ตรงเข้ามาบิดข้อมือฉันจนหัก การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วมาก จนฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
"โอ๊ย!!!" ฉันเจ็บจนล้มลงไปนั่งกับพื้น แต่ในขณะนั้นเอง อรอินท์ก็วิ่งเข้ามา
สีหน้าของเธอดูพึงพอใจรีบคว้าภาพวาดที่ใส่กรอบเรียบร้อยไป แล้วเหยียบมือฉันอย่างแรง "พราวฟ้า ใครบอกให้ได้ใจ ใครบอกให้เธอรังแกฉัน ! คู่หมั้นกับพี่ชายของเธอไม่เข้าข้างเธอ! รอให้ฉันแต่งงานเข้าตระกูลเตชะวงศ์ก่อน ฉันจะเอาคืนเธอกับทุกอย่างที่เธอทำกับฉันเลย!"
ฉันเหมือนได้ยินเสียงกระดูกมือหัก ฉันเจ็บจนทนไม่ไหว รีบลุกขึ้นแล้วตบหน้าอรอินท์สุดแรง "เพี๊ยะ!"
อรอินท์ถูกตบเซจนถอยหลังไปหลายก้าว หมวกของเธอก็หลุดตกลงมา ใบหน้าของเธอดูหายดีขึ้นมาก ดูเหมือนพี่ชายของฉันกับกิตติภพคงจะช่วยเธอมากพอสมควร
ในเวลานี้เธอไม่โกรธแต่กลับยิ้มเยาะออกมา ก่อนจะมองมาที่ฉันด้วยสายตาเคียดแค้นแล้วเอ่ยพูด "เธอตบฉันก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้มือเธอก็ใช้การไม่ได้แล้ว แม้แต่งานวันเกิดของคุณปู่ตระกูลเตชะวงศ์ก็เข้าร่วมงานไม่ได้ เธอคิดว่าเขาจะโกรธเธอหรือเปล่า?"
พูดจบ เธอก็ถือภาพวาดของฉันเตรียมจะเดินเข้าไปในงาน
ฉันอดทนกับความเจ็บปวดและอยากจะไล่ตามเธอไป แต่ถูกกิตติภพที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ข้างๆ ขวางทางไว้
เห็นเขาในสภาพนี้ ทำให้ฉันคิดถึงคำพูดของเขาในชาติที่แล้ว ฉันกำลังเสียใจที่ผลงานของตัวเองถูกแย่งไป แต่กิตติภพกลับมาขัดฉันว่า "ถึงยังไงอินก็เป็นผู้มีพระคุณต่อพี่ชายของคุณ เห็นแก่หน้าพี่ชายคุณ คุณก็ยอมให้เธอเถอะ ไม่อย่างนั้นจะดูไม่มีมารยาท และไม่รู้จักกาลเทศะ"
ในตอนนั้น ฉันเชื่อคำพูดเขาอย่างไม่มีข้อสงสัย จึงต้องยอมกล้ำกลืนความรู้สึกไม่พอใจลงไปเงียบๆ แต่ตอนนี้ ฉันเตะกิตติภพไปอย่างแรง ไม่รอให้เขาพูดอะไรก็เปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขาออกไปตรงๆ ว่า "นายจะหลอกฉันไปถึงเมื่อไหร่? พวกนายรู้จักกันมาก่อนอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง? เรื่องวันนี้ ฉันจะไม่ปล่อยพวกนายไปง่ายๆ แน่!"
พอคิดถึงสีหน้าได้ใจของอรอินท์ ฉันก็ยิ้มเยาะออกมาอีกครั้ง เธออยากแต่งงานกับพีรดนย์ เพราะเห็นว่าเขาอาจจะได้เป็นทายาทของเตชะวงศ์ กรุ๊ป
แต่ถ้าทายาทเตชะวงศ์ กรุ๊ปเปลี่ยนคนล่ะ?