หลังจากนั้น ฉันไม่ได้สนใจอู๋ไป่ แต่ทุ่มเทให้กับงานในบริษัท
การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของพ่อกับแม่ ทําให้บริษัทของเราตกอยู่ในภาวะหยุดชะงัก พี่ชายก็เครียด
ด้วยความช่วยเหลือของฉัน สถานการณ์นี้จึงคลี่คลายลงเล็กน้อย
ช่วงนี้ อู๋ไป่ก็ยุ่งมาก ยุ่งอยู่กับการหลบคําถามและกล้องของนักข่าว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในสายตาของสาธารณชน แต่กลับดังเพราะคําพูดพิสดารของเขา แม้แต่ชื่อเสียงของตระกูลอู๋ก็เดือดร้อนเพราะเขา
หลายคนพูดถึงเขา ก็ล้อว่าเขาเป็น "ชายมั่นหน้า"
แต่ว่า ชีวิตแบบนี้ดำเนินไปได้ไม่นาน ไม่นานก็มีคนทนไม่ได้
คนคนนั้นก็คือโจวหลาน
ในวิดีโอ หน้าผากของเธอเขียวช้ำ ยกแขนที่พันแผลร้องไห้ต่อหน้ากล้องอย่างน่าสงสาร
"ฉันรู้ว่าความรู้สึกที่คุณอู๋มีต่อฉันมันล้ำเส้นเกินไป แต่เราไม่เคยทําเรื่องอะไรที่เกินเลย"
"แต่คุณอันซินเพ่ยกลับร่วมมือกับน้องชายของคุณอู๋ ขับรถเข้าไปในห้องจัดงานเลี้ยง พยายามฆ่าพวกเรา!"
เธอร้องไห้อย่างน่าสงสารพลางเปิดภาพกล้องวงจรปิดของห้องจัดงานเลี้ยง
เพราะกล้องวงจรไม่มีเสียง จึงเห็นแค่ภาพที่ฉันขับรถชนพวกเขาคนสอง และความตื่นเต้นบนใบหน้าของอู๋เจ๋อที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ
เมื่อวิดีโอแก้ข่าวของโจวหลานเผยแพร่ออกมา เรื่องนี้ก็เป็นกระแสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครอบครองอันดับหนึ่งในรายการยอดนิยมอย่างรวดเร็ว
"หมายความว่าอะไร ก่อนหน้านี้เราด่าผิดคนเหรอ"
"ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังแก้ตัว ถ้าเธอไม่ได้ล้ำเส้นจริงๆ ชายมั่นหน้าจะบอกให้เมียหลวงห้ามล่วงเกินเธอได้อย่างไร นอกจากนอกใจฉันคิดคําอธิบายอื่นไม่ออก"
"นี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือเมียหลวงของชายมั่นหน้าขับรถชนคนไม่ใช่เหรอ เธออยากฆ่าสองคนนี้จริงๆเหรอ"
"น่าจะเป็นพวกเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายไม่ใช่คนดี"
"ใช่ ฝ่ายหญิงอาจจะนอกใจก่อน ฝ่ายชายเลยไปฝากความสุขไว้ข้างนอก"
"คิดแบบนี้ ชายมั่นหน้าน่าสงสารจัง..."
ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน พอมีข่าวลือแพร่ออกมา ผู้คนมักจะเข้าข้างผู้ชาย คิดว่าผู้ชายไม่มีความผิด
โจวหลานใช้ประโยชน์จากจุดนี้ จึงกล้าใช้คําพูดที่คลุมเครือมาก่อกวนสายตาของสาธารณชนอย่างโจ่งแจ้ง
ต้องบอกว่า เธอประสบความสําเร็จมาก
"เธอสู้ฉันไม่ได้หรอก ยอมแพ้เถอะ"
เพราะโจวหลานยังอายุน้อย เพิ่งเห็นผลตอบรับแค่นี้ก็รอไม่ไหวที่จะวิ่งมาโอ้อวดฉัน
ฉันมองผู้หญิงที่หน้าบานเป็นกระด้งตรงหน้า ถอนหายใจด้วยความรำคาญ
ที่จริงแล้ว สําหรับการกระทำของโจวหลาน ฉันคาดการณ์ไว้นานแล้ว และคิดแผนการรับมือไว้แล้ว
แต่ในเมื่อเธอมาหาฉันเอง ก็ต้องขอบคุณที่เธอเปิดฉากให้ฉันอย่างดุเดือด
คอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของฉันสามารถเชื่อมต่อกับกล้องไลฟ์สด ฉันพูดกับผู้ช่วยสองสามประโยค เธอก็เข้าใจความหมายของฉันอย่างรวดเร็ว
โจวหลานมองผู้ช่วยที่รีบเดินออกไปข้างนอก ยิ้มแล้วพูดว่า "ดูสิ บางคนก็โง่จริงๆ รู้จักแต่ก้มหน้าก้มหน้าทํางาน ไม่รู้จักใช้สมอง"
"เหมือนเธอไง หลายปีก่อนเธอกับคุณอู๋รักกันดี แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ความสวยหายความรักก็น้อยลง"
"เอ่อใช่ ตอนนี้พ่อแม่เธอเป็นอย่างไรบ้าง"
"วันนี้ฉันเอาของขวัญมาให้ด้วย"
เธอพูดพลางกวักมือเรียกคนเอาของเข้ามาในห้องทํางาน
ฉันมองดู เป็นแมวขนยาวตัวใหญ่ตัวหนึ่ง
ที่จริงฉันไม่ได้รังเกียจแมว แต่แมวตัวนี้ไม่เหมือนกัน มันเป็นแมวตัวการที่ฆ่าแม่ของฉัน
ในงานเลี้ยงวันเกิดของแม่ฉัน โจวหลานพาแมวเข้าไปในงานเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากใคร
แม่ของฉันเคยถูกแมวข่วนเปลือกตาตอนเด็ก กลัวแมวมาตลอด ในชีวิตแม้แต่ตุ๊กตาแมวก็ยังไม่แตะ
แต่เพราะโจวหลานเป็นคนที่อู๋ไป่ สามีของฉันพามา แม่จึงไม่ได้บอกให้คนพาแมวออกไป แต่พยายามรักษาระยะห่างจากแมวตัวนั้น
คิดไม่ถึงว่าโจวหลานจะฉวยโอกาสนี้ ร้องไห้กับอู๋ไป่บอกว่าแม่ของฉันดูถูกเธอ และดูถูกแมวที่เธอมองให้แม่ของฉัน
คราวนี้ทําให้อู๋ไป่ไม่พอใจมาก เขาราวกับคนบ้า อุ้มแมวที่หดตัวเป็นลูกบอลบนพื้นไปหาแม่ของฉันทันที
เมื่อฉันเห็นเขา เขาก็โยนแมวใส่หน้าอกแม่ของฉันแล้ว
ตอนนั้นแม่ของฉันยืนอยู่ข้างบันไดพอดี เห็นแมวที่กระโจนเข้ามาตรงหน้าอกอย่างกะทันหัน เธอจึงหลบไปข้างหลังตามสัญชาตญาณ และกลิ้งตกบันไดทันที